เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา•ตอนที่ 42

สัมพันธภาพที่ง่อนแง่น

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
"คุณกำลังมองผมเหมือนคนแปลกหน้า... รินรดา" เสียงทุ้มต่ำของศิลากล่าวลอดไรฟัน ขณะที่นิ้วเรียวยาวของเขายังคงกดแป้นพิมพ์รัวเร็ว หน้าจอคอมพิวเตอร์สามจอเบื้องหน้าสะท้อนแสงสีฟ้าสว่างวาบเป็นเส้นสายราวกับวงจรสมองจักรกล ในห้องใต้ดินอับชื้นที่ใช้เป็นฐานหลบภัยชั่วคราว กลิ่นอับชื้นของฝุ่นผงและควันบุหรี่จางๆ ไม่ได้ทำให้บรรยากาศตึงเครียดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย รินรดาไม่ตอบทันที หญิงสาวเบือนสายตาออกจากหน้าจอที่เต็มไปด้วยรหัสผ่านและผังองค์กรของธันวา เธอนั่งกอดอกอยู่บนเก้าอี้เหล็กเก่าๆ ระยะห่างระหว่างเธอกับศิลาในยามนี้ไม่ได้มีเพียงแค่พื้นที่ไม่กี่เมตร แต่มันคือช่องว่างทางความคิดที่นับวันยิ่งถ่างกว้างขึ้นจนน่าใจหาย "ฉันไม่ได้มองคุณเหมือนคนแปลกหน้าค่ะ... เอ่อ... ฉันหมายถึง ผมไม่ได้มองคุณแบบนั้น" รินรดาเผลอหลุดคำพูดที่เคยชินออกไป แต่แล้วก็ต้องรีบเปลี่ยนสรรพนามเมื่อเห็นหางตาของศิลาเหลือบมองมาด้วยแววตาคมกริบดั่งใบมีดโกน "แต่แววตาของคุณมันฟ้อง" ศิลาหยุดพิมพ์มือทั้งสองข้างวางทราบลงบนโต๊ะโลหะ เขาค่อยๆ หันเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับเธอเต็มตัว ดวงตาคู่คมคู่นั้นเต็มไปด้วยความดุดันและความระแวงที่สะสมมานาน "คุณลังเลทุกครั้งที่เราต้องจัดการกับคนของธันวา คุณเริ่มตั้งคำถามกับวิธี1การของผม ตั้งแต่เมื่อไหร่กันรินรดา? หรือว่าคุณ... เริ่มเห็นใจพวกมัน?" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เสียงพัดลมระบายอากาศของคอมพิวเตอร์ส่งเสียงหึ่งต่ำๆ แข่งกับจังหวะหัวใจที่เต้นระรัวในอกของรินรดา "เห็นใจเหรอ?" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่สั่นเครือเล็กน้อยด้วยความอัดอั้น "ศิลา... คุณจำเป้าหมายแรกของเราได้ไหม? เราต้องการกระชากหน้ากากองค์กรนั้น เพื่อเปิดโปงความเน่าเฟะ ไม่ใช่เพื่อกวาดล้างและสังหารทุกคนที่ขวางทางอย่างเลือดเย็นเหมือนที่คุณกำลังทำอยู่ตอนนี้!" "มันไม่มีทางเลือกอื่น" ศิลาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาไร้ซึ่งความลังเล แววตาแข็งกร้าวขึ้น "ความอ่อนแอและความลังเลคือความตายในเกมนี้ ธันวาไม่ได้เจรจาด้วยเหตุผล มันใช้ความตายสร้างระเบียบใหม่ และถ้าเราไม่โหดเหี้ยมกว่า มัน เราก็จะเป็นฝ่ายถูกฝังกลบเสียเอง คุณก็รู้ดีไม่ใช่หรือ?" "แต่การที่คุณระเบิดตู้เซฟข้อมูลที่ศูนย์วิจัยเซาท์เทิร์นเมื่อวานนี้... มีเจ้าหน้าที่บริสุทธิ์ต้องติดอยู่ข้างในอย่างน้อยสี่คน พวกเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนการของธันวาเลยด้วยซ้ำ!" รินรดาผุดลุกขึ้นยืน แรงอารมณ์ทำให้เก้าอี้เหล็กครูดกับพื้นปูนส่งเสียงน่ารำคาญ เธอมองหน้าชายหนุ่มด้วยความผิดหวังระคนโกรธ "คุณบอกฉันว่าเราจะปกป้องผู้คน แต่สิ่งที่คุณทำ... มันต่างอะไรกับปีศาจที่คุณตามล่ากันล่ะ?" คำพูดนั้นราวกับคมศรที่พุ่งตรงปักอกของศิลา ร่างสูงใหญ่ชะงักไปเล็กน้อย กล้ามเนื้อบริเวณกรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ความเงียบงันที่น่าอึดอัดแผ่ซ่านเข้ามาคั่นกลางระหว่างคนทั้งสอง ราวกับกำแพงแก้วที่หนาเตอะซึ่งถูกสร้างขึ้นด้วยอุดมการณ์ที่สวนทาง ศิลาไม่ตอบคำเขายังคงจ้องมองรินรดานิ่งนาน แววตาที่เคยอบอุ่นและเป็นที่พึ่งพิงยามที่เธอหวาดกลัว บัดนี้กลับว่างเปล่าและเย็นชาจนน่ากลัว ชายหนุ่มหันกลับไปหาหน้าจอคอมพิวเตอร์ตามเดิมราวกับจะตัดบทสนทนาที่ไร้สาระนี้ทิ้ง "ถ้าคุณคิดว่าผมเป็นปีศาจ..." ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนทนา แต่เย็นเยียบจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "พรุ่งนี้ตอนเช้า คุณควรอยู่ที่นี่ต่อ หรือไม่ก็... เดินออกไปจากชีวิตผมซะตั้งแต่วันนี้ เพราะทางที่ผมเดินอยู่นี้ มันไม่มีพื้นที่สำหรับความลังเลใจและความอ่อนโยนแบบที่คุณกำลังเรียกร้องหรอกนะ" รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคอ หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอก ความห่างเหินไม่ได้เกิดขึ้นจากคำพูดเพียงไม่กี่คำ แต่มันถูกก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาจากความสุดโต่งที่กัดกินจิตวิญญาณของศิลาทีละน้อย จนกระทั่งในตอนนี้... เธอกลัวว่าตัวตนที่แท้จริงของชายหนุ่มที่เธอเคยรู้จักและรักหมดใจ จะเลือนหายไปจนไม่เหลือเค้าเดิมอีกแล้ว เธอหันหลังให้เขาโดยไม่เอื้อนเอยคำใดอีก ฝ่ายศิลาก็ไม่รั้ง ไม่มีแม้แต่เสียงถอนหายใจ มีเพียงเสียงนิ้วมือที่กลับมากดแป้นพิมพ์รัวเร็วดังขึ้นอีกครั้งท่ามกลางความมืดมิดของห้องใต้ดิน รินรดาเดินออกมายังห้องโถงด้านนอก ทิ้งระยะห่างจากห้องทำงานของศิลามาไกลพอสมควร เธอยกมือขึ้นปาดหยาดน้ำตาที่คลอหน่วยเบ้าออกอย่างลวกๆ ความรู้สึกโดดเดี่ยวถาโถมเข้ามาซัดกระหน่ำยิ่งกว่าคืนไหนๆ เธอกำลังคิดทบทวนว่าการตัดสินใจก้าวเข้ามาพัวพันในวังวนนี้คือความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตหรือไม่ แต่แล้ว... ในความเงียบสงัดของยามวิกาล เสียงฝีเท้าเบาหวิวราวกับขนนกก็ดังขึ้นที่มุมมืดของทางเดิน รินรดาชะงักฝีเท้า มือเรียวรีบคว้าปืนพกสั้นที่ซ่อนไว้ใต้เข็มขัดขึ้นมาตั้งรับทันที ดวงตากวาดมองไปในความมืดด้วยความระแวดระวัง "ใครน่ะ?" เธอเอ่ยถามเสียงเข้ม ไม่มีเสียงตอบรับจากบุคคลปริศนา มีเพียงเงาร่างหนึ่งที่ค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืดมิด แสงไฟสลัวจากหลอดไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ เผยให้เห็นใบหน้าของแขกยามวิกาลที่ทำให้รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ ธันวา... ยืนส่งยิ้มเย็นเยียบให้เธออยู่เบื้องหน้า พร้อมกับยื่นแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเก่าๆ มาให้โดยกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนขนหัวลุกว่า "ผมว่าคุณควรดูนี่นะ รินรดา... ความลับที่ศิลาจงใจปิดบังคุณมาตลอดว่าใครกันแน่ที่เป็นคนฆ่าครอบครัวของเขาจริงๆ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับตัวละครอันเข้มข้นนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%