“ถ้านายคิดว่าความเงียบจะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น นายก็กำลังหลอกตัวเองอยู่ศิลา”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของธันวาดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของโกดังร้าง กลิ่นสนิมเหล็กและไอเย็นจากฝนที่เพิ่งซาลงไปจางๆ ทำให้บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ศิลาไม่ได้ตอบโต้ เขายืนกอดอกพิงเสาปูนเก่าๆ สายตาจับจ้องไปที่แสงไฟจากบุหรี่ในมือของอีกฝ่ายที่วูบไหวราวกับหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ
“นายเรียกฉันมาที่นี่ ไม่ใช่เพื่อฟังคำคมหรอกนะ ธันวา” ศิลาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยคมมีดที่ซ่อนอยู่ใต้คำพูด
“ถูกของนาย” ธันวาหัวเราะหึในลำคอ ก่อนจะทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้นแล้วบี้ด้วยปลายรองเท้าหนังขัดเงา “ฉันแค่สงสัยว่า... นายยังเชื่อใจ 'คนข้างตัว' ได้สนิทใจขนาดนั้นเชียวหรือ? ในขณะที่นายกำลังวางแผนแทบเป็นแทบตาย ข้อมูลทุกอย่างกลับหลุดไปถึงมือฉันก่อนที่นายจะสั่งการด้วยซ้ำ”
ศิลาชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาคมกริบของเขาหรี่ลง ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่นั้นราวกับจะบีบคั้นให้ความลับที่ซ่อนอยู่เผยตัวออกมา เขาไม่ได้ตกใจกับสิ่งที่ธันวาพูด เพราะลึกๆ ในใจ เขารู้มาตลอดว่ามีรอยรั่วในเรือลำนี้ แต่ที่เขาทำเป็นมองไม่เห็น ก็เพราะรอคอยให้ 'รอยรั่ว' นั้นแสดงตัวออกมาเอง
“นายคิดจะปั่นหัวฉันงั้นหรือ?” ศิลาขยับตัวก้าวเข้ามาในระยะที่แสงไฟส่องถึงใบหน้า
“ปั่นหัว? เปล่าเลย” ธันวาส่ายหน้าช้าๆ “ฉันแค่สงสารว่ะ เพื่อนที่นายไว้ใจที่สุด... คนที่นายยอมแลกชีวิตเพื่อปกป้อง... กลับเป็นคนเดียวกับที่ป้อนข้อมูลทุกอย่างให้ฉันเพื่อแลกกับอิสรภาพของตัวเอง”
ในจังหวะนั้นเอง รินรดาที่เพิ่งก้าวเข้ามาจากมุมมืดของโกดังก็หยุดฝีเท้าลง เธออยู่ในชุดแจ็คเก็ตหนังสีเข้ม ใบหน้าที่เคยดูอ่อนหวานกลับนิ่งสนิทราวกับรูปปั้น ดวงตาของเธอที่เคยเป็นประกายด้วยความหวัง บัดนี้เหลือเพียงความว่างเปล่าที่อ่านไม่ออก
“ธันวาพูดจริงใช่ไหมริน?” ศิลาหันไปถามเสียงเรียบ ทว่าในแววตานั้นมีความไหววูบเพียงเสี้ยววินาที
รินรดาไม่ตอบ เธอเพียงแค่นิ่งเงียบ มือที่สั่นเทาเล็กน้อยถูกซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อ เธอค่อยๆ ล้วงอุปกรณ์บันทึกข้อมูลขนาดเล็กออกมาวางบนลังไม้เก่าๆ ระหว่างพวกเขา “ศิลา... โลกใบนี้มันไม่มีที่ว่างให้สำหรับคนใจดีหรอกนะ สิ่งที่นายทำอยู่มันคือการเอาชีวิตไปทิ้งเปล่าๆ ฉันแค่... เลือกทางที่จะทำให้อยู่รอด”
คำพูดนั้นกรีดลงบนความรู้สึกของศิลาอย่างเจ็บแสบ ไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เพราะความผิดหวังที่เขามีต่อความรู้สึกที่เคยคิดว่ามันจริงแท้ตลอดมา เขาหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่แห้งแล้งที่สุดเท่าที่เขาเคยเปล่งออกมา
“อิสรภาพงั้นหรือ? นายสัญญาอะไรกับเธอ ธันวา? ว่าจะปล่อยเธอไป หรือจะมอบอาณาจักรที่สร้างขึ้นจากเลือดเนื้อของคนอื่นให้เธอ?” ศิลาหันไปจ้องหน้าศัตรูหมายเลขหนึ่งของเขา
“ฉันมอบทุกอย่างที่เธอต้องการได้... ในสิ่งที่นายให้ไม่ได้” ธันวาตอบพลางยิ้มมุมปาก
ศิลาไม่ได้โต้ตอบอะไรอีก เขาเพียงแค่มองรินรดาด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ในมือของเขาค่อยๆ หยิบอาวุธขึ้นมา แต่ทว่า แทนที่จะเล็งไปที่ธันวา เขากลับวางมันลงกับพื้นช้าๆ และถอยหลังไปหนึ่งก้าว
“ถ้าเธอเลือกแล้ว... ฉันก็ไม่มีสิทธิ์รั้งไว้” ศิลาพูดพลางหันหลังเตรียมจะเดินจากไป ท่าทีที่ดูเหมือนยอมจำนนทำให้ธันวาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
ทว่าในจังหวะที่ศิลาเดินผ่านรินรดา เขาหยุดกึกแล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน “สิ่งที่เธอขายให้มันไปน่ะ... มันคือข้อมูลที่ฉันจงใจให้เธอขโมยไปต่างหาก”
รินรดาสะดุ้งสุดตัว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตระหนก เธอหันกลับไปมองธันวาที่กำลังหยิบอุปกรณ์นั้นขึ้นมาตรวจสอบด้วยสีหน้ามั่นใจ
“นั่นหมายความว่า...” รินรดาพึมพำ
“หมายความว่านายติดกับฉันเข้าเต็มเปาแล้ว ธันวา” ศิลาหันกลับมาพร้อมรอยยิ้มที่เปลี่ยนไป กลายเป็นรอยยิ้มของผู้กุมอำนาจที่แท้จริง
ทันใดนั้น แสงเลเซอร์สีแดงนับสิบจุดก็ปรากฏขึ้นบนร่างของธันวาและเหล่าสมุนที่ซ่อนตัวอยู่รอบโกดัง เสียงไซเรนเตือนภัยดังระงมขึ้นจากด้านนอกพร้อมกับเสียงฝีเท้าของกองกำลังนับร้อยที่ล้อมรอบที่นี่เอาไว้แน่นหนา
ธันวาหน้าถอดสี เขาขว้างอุปกรณ์ในมือทิ้งด้วยความเกรี้ยวโกรธ “แกหลอกใช้เธอเพื่อล่อฉันมาที่นี่งั้นรึ!”
ศิลาไม่ตอบ เขาเพียงแค่ยืนนิ่งในเงามืด ปล่อยให้ความโกลาหลเบื้องหน้าเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความพ่ายแพ้ของอดีตเพื่อนสนิท แต่ในขณะที่ทุกอย่างกำลังจะจบลง เสียงปืนนัดหนึ่งก็ดังขึ้นจากทิศทางที่ไม่มีใครคาดคิด
รินรดาล้มลงไปกับพื้นพร้อมรอยเลือดที่ซึมออกมาจากหัวไหล่ ศิลาเบิกตากว้าง ความเยือกเย็นทั้งหมดพังทลายลงในทันที เขาไม่ได้มองไปที่ธันวาอีกต่อไป แต่พุ่งตัวไปรับร่างของหญิงสาวที่เขารักและแค้นในเวลาเดียวกัน
เสียงปริศนาจากมุมมืดของโกดังที่ไม่มีใครสังเกตเห็นมาก่อนดังขึ้น “พวกคุณทั้งคู่... เล่นบทละครได้น่าสนุกดีนี่ แต่ดูเหมือนว่า 'เจ้าของที่แท้จริง' จะไม่ชอบการแสดงแบบนี้เท่าไหร่นะ”
ชายในชุดสูทสีดำสนิทเดินออกมาจากความมืดมิด มือของเขาถือปืนที่เก็บเสียงไว้อย่างดี และในมืออีกข้าง... คือแฟ้มเอกสารที่ศิลาพยายามตามหามาตลอดชีวิต ซึ่งตอนนี้มันกลับมาอยู่ในมือของศัตรูที่ไม่เคยมีใครรู้จักมาก่อน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดในครั้งนี้ไปกับผมนะครับ มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา•ตอนที่ 27
การทรยศ
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!