"ทิ้งกระเป๋าใบนั้นเสีย ศิลา... ความทรงจำที่เหลืออยู่ของนายไม่คุ้มกับการแลกด้วยชีวิตหรอก"
เสียงกระซิบแหบพร่าของธันวาดังลอดผ่านคลื่นสัญญาณวิทยุสื่อสารที่รินรดาสกัดได้ แต่มันกลับก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของศิลา ราวกับคำประกาศิตจากยมทูต ศิลาไม่ได้ตอบโต้ เขาเพียงแค่รัดสายสะพายเป้ใบเก่าให้แน่นขึ้น พลางกวาดสายตาผ่านช่องว่างของซอกตึกแคบๆ ในย่านการค้าใจกลางเมืองหลวงที่ตอนนี้กลายเป็นสมรภูมิไล่ล่า
"เราจะไปทางไหน" ศิลาถามสั้นๆ รินรดาที่ยืนหอบหายใจอยู่ข้างกายกระชับปืนพกในมือแน่น ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตระหนก เธอใช้นิ้วเรียวรัวลงบนแท็บเล็ตขนาดพกพาเพื่อเจาะระบบกล้องวงจรปิดของเมือง
"อีกสองนาที... ฝูงโดรนตรวจจับความร้อนจะมาถึงจุดนี้ พวกมันไม่ได้มาจับเรา แต่มา 'ล้างบาง' พื้นที่" รินรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือด "ศิลา นายต้องเชื่อใจฉัน วิ่งไปทางซอยแคบด้านขวา ตรงนั้นมีท่อน้ำทิ้งเก่าที่ยังไม่ได้อัปเดตเข้าฐานข้อมูลรัฐบาล"
ยังไม่ทันขาดคำ เสียงคำรามของเครื่องยนต์ไอพ่นขนาดเล็กก็ดังสนั่นมาจากเบื้องบน ศิลาไม่รอช้า เขาคว้าแขนรินรดาแล้วออกวิ่งทันที ทั้งคู่พุ่งตัวออกจากซอกตึก สู่พื้นที่โล่งแจ้งที่เป็นทางแยกพลุกพล่าน ผู้คนบนถนนต่างแตกตื่นเมื่อเห็นชายหญิงคู่หนึ่งพุ่งทะยานผ่านฝูงชนราวกับสัตว์ป่าที่กำลังหนีตาย
*ปัง!*
เสียงปืนเก็บเสียงดังขึ้นเบาๆ แต่แม่นยำ กระสุนถากเข้าที่ไหล่ของศิลาจนเสื้อเชิ้ตสีซีดเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เขาไม่แม้แต่จะร้องออกมา ความเจ็บปวดถูกผลักไปไว้ที่มุมมืดของจิตใจ เขารู้ดีว่าหากหยุด—ทุกอย่างที่เขาตามหามาตลอด 27 ตอนจะสูญสิ้นไปพร้อมกับลมหายใจ
"ศิลา! นายโดนยิง!" รินรดาตะโกน แต่ชายหนุ่มกลับดึงตัวเธอให้หลบเข้าหลังตู้คอนเทนเนอร์เหล็กที่ตั้งอยู่ริมถนนขณะที่กระสุนนัดที่สองตามมาติดๆ
"อย่าหันหลังกลับริน" ศิลากัดฟันแน่น เลือดอุ่นๆ ไหลอาบมือเขาขณะหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋า มันคือกล่องโลหะขนาดเล็กที่เขาได้มาจากตู้เซฟลับของพ่อ "ถ้าฉันตาย นายต้องเอาสิ่งนี้ไปให้ถึง 'ผู้เฝ้าประตูนคร' เข้าใจไหม"
"ฉันไม่ยอมให้นายตาย! เราตกลงกันแล้วว่าจะจบเรื่องนี้ด้วยกัน!" รินรดาตวาด นัยน์ตาของเธอวูบไหวด้วยความเจ็บปวด เธอไม่ได้โกรธ แต่เธอกำลังกลัว—กลัวว่าโลกที่เธอพยายามสร้างขึ้นใหม่ จะไม่มีที่ยืนให้ผู้ชายที่เธอให้ความไว้วางใจที่สุด
ศิลามองใบหน้าของหญิงสาว เขาสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทางเย็นชาของเธอมาโดยตลอด เขาขยับยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากในยามวิกฤต "ริน ถ้าเราผ่านคืนนี้ไปได้... ฉันจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง เรื่องที่ฉันไม่ได้บอกใคร แม้กระทั่งนาย"
"ไป!"
ศิลาตัดสินใจกระโจนออกไปล่อเป้ากลางถนนอีกครั้ง เขาหยิบระเบิดควันขนาดพกพาที่รินรดาประดิษฐ์ขึ้นปาลงพื้น ก่อให้เกิดกลุ่มควันสีเทาหนาทึบที่บดบังทัศนวิสัยของเหล่านักฆ่าในชุดสูทสีดำที่ตามล่าพวกเขาอยู่ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นคอนกรีตดังรัวเร็วไปคนละทิศละทาง ศิลาอาศัยจังหวะนี้ใช้ความชำนาญเส้นทางในวัยเด็ก พุ่งตัวเข้าสู่ตรอกมืดที่เต็มไปด้วยขยะและคราบน้ำมัน
พวกเขาวิ่งจนปอดแทบฉีก แสงไฟจากโดรนส่องสว่างวาบไปทั่วท้องฟ้าเหนือหัวราวกับดวงตาของพระเจ้าที่กำลังพิพากษาบาป รินรดานำทางศิลามาถึงหน้าฝาท่อระบายน้ำที่ขึ้นสนิมกรัง เธอใช้รหัสที่เตรียมไว้กดลงบนแผงควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกดัดแปลงขึ้น
*กริ๊ก...* เสียงกลไกทำงาน
ทว่า ในวินาทีที่ฝาท่อเลื่อนเปิดออก ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบก็จ่อเข้าที่ขมับของศิลาจากเงามืดด้านหลัง
"หมากเกมนี้จบลงที่นี่แล้ว ศิลา" เสียงที่คุ้นเคยและเต็มไปด้วยความเย็นเยียบดังขึ้น ธันวาก้าวออกมาจากเงามืด รอยยิ้มของเขามันบิดเบี้ยวและน่าสะพรึงกลัว "นายคิดจริงๆ หรือว่ารินรดาจะเป็นคนเดียวที่รู้ว่านายจะไปทางไหน? นายลืมไปแล้วหรือว่า... โครงสร้างความปลอดภัยของเมืองนี้ ฉันเป็นคนเขียนมันขึ้นมาเองกับมือ"
รินรดาชะงัก เธอพยายามจะชักปืน แต่ธันวาก็ไวกว่า เขาเตะปืนในมือเธอจนกระเด็นไปไกล ก่อนจะกระชากคอเสื้อศิลาให้หันมาประจันหน้า ดวงตาของศิลาไม่ได้มีความหวาดกลัว เขามองสบตาอดีตเพื่อนสนิทด้วยความสงบนิ่งที่น่าประหลาด
"ธันวา..." ศิลาเอ่ยชื่อนั้นด้วยเสียงที่แหบพร่า "นายไม่ได้มาเพื่อฆ่าฉันหรอกใช่ไหม?"
ธันวาเลิกคิ้ว แววตาที่เคยแข็งกร้าวสั่นไหววูบหนึ่ง ก่อนจะเค้นหัวเราะออกมา "ฉลาดมาก... นายอยากรู้ความจริงใช่ไหมว่าทำไมฉันถึงเลือกทำลายทุกอย่าง? เอาสิ ถ้าอยากรู้ ก็ก้าวลงไปในท่อนั่นคนเดียว แล้วทิ้งยัยผู้หญิงนี่ไว้ที่นี่... ไม่อย่างนั้น ฉันจะลั่นไกให้สมองของนายกระจายเต็มผนังตึกนี้เสียตอนนี้เลย"
ศิลามองไปยังรินรดาที่กำลังถูกลูกน้องของธันวาล็อกตัวไว้แน่น รอยยิ้มของศิลาค่อยๆ จางหายไปแทนที่ด้วยความเย็นชาที่มากกว่าเดิม เขารู้แล้วว่านี่ไม่ใช่แค่การไล่ล่า แต่มันคือการทดสอบจิตวิญญาณครั้งสุดท้ายก่อนความลับทั้งหมดจะถูกเปิดเผย
ศิลาขยับมือที่เปื้อนเลือดไปยังกระเป๋าเสื้อด้านในช้าๆ นิ้วของเขาสัมผัสกับปุ่มกดขนาดเล็กที่เขาเตรียมไว้เป็น 'แผนสำรอง' ของชีวิต หากวันนี้ต้องจบลงที่นี่ เขาจะไม่ยอมไปคนเดียวเด็ดขาด
"เอาสิ ธันวา... ถ้าอยากเห็นความจริง ก็ลองก้าวเข้ามาใกล้กว่านี้อีกก้าวเดียวสิ"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดและหยาดเหงื่อในครั้งนี้ไปกับผมนะครับ มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา•ตอนที่ 28
หลบหนีสุดชีวิต
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!