คราบเขม่าดินปืนบนด้ามปืนพกกระบอกเก่าให้สัมผัสที่เย็นเยียบและหยาบกร้าน ทว่ามันกลับเทียบไม่ได้เลยกับความหนาแน่นของอากาศภายในห้องใต้ดินร้างแห่งนี้ กลิ่นอับชื้นของอิฐผุพังและกลิ่นคาวเลือดจางๆ ผสมผสานกันจนกลายเป็นกลิ่นอายแห่งความตายที่คุ้นเคย ศิลายืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าเงาร่างที่ถูกพันธนาการไว้กับเก้าอี้เหล็ก ร่างนั้นคือธันวา—อดีตกาลที่เคยร่วมเป็นร่วมตาย เพื่อนสนิทที่เคยหัวเราะและร้องไห้เคียงบ่าเคียงไหล่ ก่อนที่เส้นทางแห่งอุดมการณ์จะบิดเบี้ยวและฉีกกระชากพวกเขากลายเป็นศัตรูคู่อาฆาต
"นายช้าไปหน่อยนะศิลา..." เสียงแหบพร่าหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากที่แตกยับเยินของธันวา มุมปากของอีกฝ่ายยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ราวกับเย้ยหยันโชคชะตาที่เล่นตลก "หรือว่า... ความแค้นที่สุมอกนายมาตลอดหลายปี มันเริ่มเสื่อมสลายลงไปพร้อมกับความอ่อนแอในใจแล้วล่ะ?"
ศิลายังคงสงบนิ่ง ดวงตาคมกริบใต้เงาหมวกแก๊ปจ้องมองอดีตสหายอย่างพินิจพิจารณา นิ้วชี้ที่วางอยู่ใกล้ไกปืนกระชับเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว ภาพความทรงจำในคืนเพลิงผลาญเมื่อสิบปีก่อนผุดวาบขึ้นมาในหัว ราวกับภาพยนตร์ซ้ำซากที่ฉายย้ำเตือนถึงความอยุติธรรม ครอบครัวที่ถูกพราก ลมหายใจที่ถูกดับสิ้น และรอยยิ้มสุดท้ายของมารดา ทุกสิ่งทุกอย่างถูกบีบอัดให้เหลือเพียงความต้องการเดียวในชีวิต... การล้างแค้น
และในตอนนี้ โอกาสนั้นอยู่ตรงหน้าแล้ว
หากศิลาเหนี่ยวไก ลากนิ้วเพียงสั้นๆ กระสุนนัดเดียวจะฝังเข้าสู่กะโหลกของธันวา ปิดฉากบัญชีเลือดที่คั่งค้าง และมอบความสงบสุขชั่วคราวให้แก่ดวงวิญญาณที่เร่ร่อนของคนในครอบครัว ทว่า เสียงฝีเท้าที่เบากว่าเสียงหัวใจเต้นของรินรดา ซึ่งซ่อนตัวอยู่หลังเสาปูนห่างออกไปไม่ไกลนัก กลับเป็นเครื่องเตือนสติที่ดังยิ่งกว่าเสียงปืน
รินรดาไม่ได้เอ่ยคำใดออกมาสักแฮละคำ ทว่าแว่นตาไร้กรอบที่สะท้อนแสงไฟกะพริบจากหน้าจอแท็บเล็ตในมือของเธอกำลังบอกความจริงที่น่าสะพรึงกลัว ข้อมูลลับขั้นสูงสุดที่เธอเพิ่งถอดรหัสได้จากเซิร์ฟเวอร์หลักขององค์กรลับระบุไว้อย่างชัดเจน—หากธันวาตายในคืนนี้ รหัสปลดชนวนระเบิดเคมีที่ถูกฝังไว้ใจกลางเมืองหลวงจะหายสาบสูญไปตลอดกาล ชีวิตผู้บริสุทธิ์หลายแสนชีวิตจะถูกลบหายไปในพริบตาเพื่อแลกกับลมหายใจเฮือกสุดท้ายของฆาตกรเพียงคนเดียว
นี่คือบททดสอบ... บททดสอบที่ความแค้นส่วนตัวต้องชั่งน้ำหนักกับคุณธรรมและชีวิตของผู้คน
ศิลากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความขัดแย้งภายในใจรุนแรงราวกับมีพายุเฮอร์ริเคนกำลังโหมกระหน่ำ เขาเป็นใครกันแน่? ชายหนุ่มผู้ผดุงความยุติธรรม หรือเป็นเพียงสัตว์ป่ากระหายเลือดที่ซ่อนตัวอยู่ใต้คราบของมนุษย์?
"นายลังเล..." ธันวาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูน่าสมเพชแต่กลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "นั่นแหละจุดอ่อนของคนที่มีคุณธรรมค้ำคอ นายอยากเป็นผู้พิทักษ์โลกใบนี้พร้อมกับแบกศพคนในครอบครัวไว้บนบก หรือจะยอมเป็นปีศาจเพื่อทวงความยุติธรรมที่เป็นของนายอย่างแท้จริง? เลือกเอาสิ ศิลา!"
ศิลาสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอับชื้นและความชั่วร้ายรอบตัวราวกับจะกลืนกินเขาเข้าไปทั้งตัว เขาลดปลายกระบอกปืนลงเล็กน้อย แววตาสั่นไหววูบหนึ่งก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวราวกับหินผา ความแค้นสิบปีที่กัดกินหัวใจกำลังกรีดร้องสั่งให้เขาเหนี่ยวไก แต่สำนึกผิดชอบชั่วดีที่รินรดาพยายามฉุดรั้งไว้ก็หนักหนาไม่แพ้กัน
"ฉันไม่ได้เลือกเพื่อนาย ธันวา..." ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยในพยางค์สุดท้าย "และฉันก็ไม่ได้เลือกเพื่อความสะใจของตัวเองด้วย"
นิ้วที่กำด้ามปืนคลายออกเล็กน้อย ศาลาตัดสินใจแล้ว... หรือเขาคิดว่าเขาตัดสินใจได้ถูกต้องแล้ว?
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยแหลมสูงก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วอุโมงค์ใต้ดิน จอภาพทุกจอในมือของรินรดาดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดเข้าปกคลุมทันที ก่อนที่เสียงปรบมือช้าๆ จะดังขึ้นจากมุมมืดที่ไม่มีใครคาดคิด
"การตัดสินใจที่งดงามมาก... ท่านศิลา" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับการก้าวออกมาจากเงานั้นของบุคคลที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน
ศิลาเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ก้าวเข้ามาในแสงไฟสลัว
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันความมืดมิดนี้เคียงข้างกันมาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา•ตอนที่ 45
บททดสอบความเชื่อ
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!