“ถ้าขืนนายยังไม่หยุดสั่น ฉันจะกดตัดสัญญาณเตือนนั่นทิ้ง แล้วปล่อยให้หน่วยจู่โจมของธันวาตามกลิ่นพวกเราเจอในสิบนาทีนี้เลย”
รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกน เธอกระแทกโน้ตบุ๊กเครื่องเก่าลงบนโต๊ะไม้ผุพังในห้องใต้ดินที่อบอวลไปด้วยกลิ่นความชื้นและฝุ่นละออง นิ้วเรียวของเธอขยับรัวบนแป้นพิมพ์จนเกิดเสียงดังระงมแข่งกับเสียงฝนที่โปรยปรายอยู่เบื้องบน ขณะที่ศิลาซึ่งยืนพิงผนังปูนเปลือยอยู่อีกฝั่งหนึ่งเพียงแต่ก้มหน้าซ่อนดวงตาที่วูบไหว
มือของศิลาที่กุมแผลฉกรรจ์บริเวณสีข้างยังคงสั่นเทา เลือดสีเข้มซึมผ่านผ้าพันแผลที่เริ่มเปรอะเปื้อน มันไม่ใช่ความกลัวที่ทำให้เขาสั่น แต่มันคือความแค้นที่สุมอกจนแทบระเบิด เมื่อครู่นี้ที่เขตอุตสาหกรรมเก่า พวกเขาไม่เพียงแค่สูญเสียข้อมูลสำคัญไป แต่มันคือการพิสูจน์ให้เห็นว่า ‘ธันวา’ ไม่ได้แค่ไล่ล่าพวกเขา แต่มันกำลัง ‘ต้อน’ พวกเขาให้เข้าสู่มุมอับที่ไม่มีทางออก
“มันรู้…” ศิลาพึมพำ น้ำเสียงแหบพร่า “ธันวามันรู้ว่าเราจะไปที่นั่นก่อนที่พวกเราจะตัดสินใจด้วยซ้ำ”
“นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันกังวล” รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยเฉลียวฉลาดฉายแววหม่นแสง เธอขยับแว่นสายตาพลางถอนหายใจยาว “ในกลุ่มเรามีหนอน บ่อนไส้ที่คอยส่งข้อมูลให้ฝั่งนั้นตลอดเวลา ไม่อย่างนั้นไม่มีทางที่การเคลื่อนไหวระดับลับสุดยอดแบบนี้จะรั่วไหลออกไปได้”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องใต้ดินชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำที่กระทบพื้นคอนกรีตเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ศิลาเงยหน้าขึ้นมองรินรดา สายตาของเขาเปลี่ยนจากความโกรธแค้นเป็นความระแวงที่บาดลึก เขาขยับตัวเข้ามาหาหญิงสาวเพียงก้าวเดียว แสงไฟสลัวจากหลอดนีออนกะพริบถี่ราวกับจะดับลงทุกขณะ
“เธอสงสัยใคร?” ศิลาถาม สุ้มเสียงเย็นเยียบลงจนน่าขนลุก
รินรดาไม่ตอบ เธอหยุดมือจากการพิมพ์ชั่วขณะ หันมาสบตาเขาตรงๆ แววตาของเธอสั่นระริกราวกับกำลังตัดสินใจเรื่องบางอย่างที่สำคัญยิ่งกว่าชีวิต “นายจำสิ่งที่ธันวาพูดก่อนจะล่าถอยได้ไหม? มันบอกว่า ‘ความทรงจำที่หายไปของนาย คือกุญแจสู่กรงขังที่นายสร้างขึ้นเอง’ ศิลา… นายรู้อะไรมากกว่าที่บอกฉันหรือเปล่า?”
ศิลาชะงัก ร่างกายที่บาดเจ็บของเขาเกร็งแน่น เขาพยายามเค้นความทรงจำที่แตกเป็นเสี่ยงๆ ในหัว แต่มันกลับมีเพียงภาพของเปลวเพลิงและความมืดมิดที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงทุกครั้งที่เขานึกถึงวันคืนก่อนหน้าที่จะมาพบกับรินรดา
“ฉันไม่รู้… ฉันไม่รู้อะไรเลย” เขากระซิบพลางทรุดตัวลงนั่งกับพื้น กุมขมับแน่น “ฉันจำได้แค่เสียงของแม่ และความรู้สึกที่เหมือนมีบางอย่างฉุดรั้งฉันไว้ไม่ให้มองเห็นความจริง”
“งั้นเราก็ตายกันหมดแน่” รินรดาแค่นหัวเราะขมขื่น เธอเดินเข้ามาใกล้แล้วนั่งลงข้างๆ เขา สัมผัสถึงความร้อนจากไข้ที่ระอุออกมาจากตัวของชายหนุ่ม “เราแตกสลายแล้วศิลา กลุ่มที่เราสร้างขึ้น เพื่อนที่ตายไปในภารกิจนี้… เราเหลือกันแค่สองคน และธันวาก็กำลังสนุกกับการเห็นเราค่อยๆ พังทลายจากภายใน”
บรรยากาศในห้องดูเหมือนจะเล็กลงจนน่าอึดอัด ความมืดมิดภายนอกเริ่มคืบคลานเข้ามาตามรอยแยกของกำแพง ราวกับเงามืดนั้นมีชีวิตและกำลังเฝ้ามองพวกเขาด้วยความกระหาย ศิลาพยายามรวบรวมสติ เขาหยิบอุปกรณ์สื่อสารขนาดจิ๋วขึ้นมาตรวจสอบ แต่มันกลับไร้สัญญาณสิ้นเชิง
“สัญญาณถูกตัด… ไม่ใช่แค่เราที่โดนปิดกั้น แต่เป็นทั้งเขตนี้” ศิลาขมวดคิ้ว เขาพยายามมองลอดช่องระบายอากาศแคบๆ ออกไปเบื้องนอก เห็นแสงไฟฉายกราดไปมาในความมืด พวกมันไม่ได้มาเพื่อจับเป็น พวกมันมาเพื่อปิดบัญชี
“รินรดา” ศิลาเรียกชื่อเธอเบาๆ “ถ้าเราต้องตายที่นี่… ฉันอยากให้เธอรู้ว่าที่ฉันยอมดึงเธอเข้ามาเสี่ยงด้วย มันไม่ใช่เพราะผลประโยชน์ แต่มันเป็นเพราะเธอคือคนเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันยังเป็นมนุษย์อยู่”
รินรดานิ่งงันไปครู่หนึ่งก่อนจะหันมามองเขา รอยยิ้มเศร้าๆ ปรากฏบนใบหน้าเธอ เธอเอื้อมมือไปแตะที่มือของศิลา สัมผัสที่เย็นเยียบจากปลายนิ้วของเธอทำเอาศิลาถึงกับใจหาย
“ศิลา… ฉันมีบางอย่างจะบอก” เธอกลืนน้ำลาย “ตอนที่ฉันแฮ็กเข้าสู่ฐานข้อมูลส่วนกลางของธันวา ฉันไม่ได้แค่หาข้อมูลแผนผังอาคาร แต่ฉันพบไฟล์หนึ่งที่ถูกฝังไว้อย่างลึกที่สุด มันคือชื่อของหนอนบ่อนไส้… และชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอนั้น…”
ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นเหนือเพดานไม้ที่พวกเขาหลบอยู่ ตามมาด้วยเสียงทำลายประตูทางเข้าอย่างรุนแรง
“มันอยู่ที่นี่!” เสียงตะโกนก้องของธันวาดังขึ้นผ่านพื้นไม้ ศิลาพุ่งตัวขึ้นคว้าอาวุธข้างกายทันที แต่รินรดากลับดึงแขนเขาไว้แน่น ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกที่ไม่ได้มาจากความกลัว แต่มาจากความจริงที่เธอกำลังจะเฉลย
“ชื่อที่ปรากฏ… คือชื่อของนายเอง ศิลา”
เธอกระซิบด้วยเสียงที่สั่นเครือที่สุดเท่าที่เขาเคยได้ยินมา ในวินาทีนั้นเอง พื้นห้องเหนือหัวพวกเขาก็แตกกระจายลงมาพร้อมกับเงาร่างของชายคนหนึ่งที่ยืนถือปืนจ่อตรงมาที่หน้าอกของศิลา และชายผู้นั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากธันวาที่แสยะยิ้มด้วยแววตาของผู้ชนะที่ถือไพ่ตายเหนือหัวทุกคน
ผมหวังว่าทุกท่านจะยังคงร่วมเดินทางและไขปริศนาแห่งเงามืดนี้ไปพร้อมกับผมจนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทางนะครับ
มหายุทธ์ไร้เทียมทานครับ
เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา•ตอนที่ 30
ความมืดมน
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!