เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา•ตอนที่ 15

งานเลี้ยงหน้ากาก

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
"อย่าก้มหน้าต่ำเกินไป ศิลา... นายกำลังทำให้ตัวเองดูเหมือนอาชญากรมากกว่าแขกผู้มีเกียรติในงาน" เสียงกระซิบของรินรดาผ่านอุปกรณ์สื่อสารขนาดจิ๋วที่ซ่อนอยู่ในหูชั้นในของศิลาดังขึ้นแผ่วเบา เธอไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่สายตาของเธอผ่านกล้องวงจรปิดที่แฮ็กเข้ามาได้นั้น กำลังจับจ้องทุกความเคลื่อนไหวของเขาอย่างไม่คลาดสายตา ศิลาในชุดทักซิโดสีดำสนิทซึ่งตัดเย็บอย่างประณีตจนดูเหมือนเขากลายเป็นคนละคน สูดลมหายใจลึกเพื่อปรับอารมณ์ให้ราบเรียบ เขาขยับหน้ากากสีเงินรูปจิ้งจอกป่าที่ปิดบังใบหน้าครึ่งบนให้เข้าที่ นิ้วมือที่เคยจับแต่ด้ามมีดและไกปืน บัดนี้กำลังประคองแก้วแชมเปญคริสตัลอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางเสียงดนตรีคลาสสิกที่บรรเลงคลอในคฤหาสน์หรูหราแห่งนี้ "บรรยากาศที่นี่มันอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดที่ถูกกลบด้วยน้ำหอมราคาแพง" ศิลาตอบกลับในใจ พลางกวาดสายตาผ่านช่องว่างของหน้ากากไปทั่วโถงจัดเลี้ยงขนาดมหึมา "ธันวาอยู่ที่ไหน" "หมอนั่นกำลังจะปรากฏตัวที่ระเบียงชั้นสอง อีกไม่ถึงสามนาที" รินรดาเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเสริมด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้น "ศิลา ฟังนะ... ต่อให้ความโกรธแค้นมันจะแผดเผาหัวใจนายแค่ไหน แต่วันนี้เป้าหมายของเราไม่ใช่การฆ่า แต่มันคือการ 'ดึง' ข้อมูลจากชิปที่ฝังอยู่ในตัวเขา ถ้าพลาด... เราจะไม่มีวันรู้เลยว่าใครคือคนบงการที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ในวันนั้น" ศิลาพยักหน้าเล็กน้อยพอเป็นพิธี ก่อนจะก้าวเดินผ่านกลุ่มมหาเศรษฐีและนักการเมืองที่กำลังหัวเราะร่าด้วยความหลงระเริงในอำนาจ เขาขยับตัวราวกับเงาที่เคลื่อนไหวไปตามจังหวะเพลง ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยความระมัดระวัง เขาไม่ได้กังวลเรื่องการต่อสู้ แต่เขากังวลเรื่อง 'ความทรงจำ' ที่อาจจะพรั่งพรูออกมาเมื่อได้เผชิญหน้ากับธันวา—ชายที่เป็นทั้งเพื่อนรักที่ร่วมเป็นร่วมตายมาด้วยกัน และชายที่เป็นคนลั่นไกสังหารครอบครัวของเขาในคืนหิมะตกวันนั้น ขณะที่เขาเดินผ่านมุมมืดของเสาหินอ่อน สายตาของเขาก็ปะทะเข้ากับร่างสูงโปร่งที่ยืนโดดเด่นอยู่ตรงบันไดวน ธันวาในชุดสูทสีขาวสะอาดตาดูแตกต่างจากชายผู้กระหายเลือดอย่างที่ศิลาเคยรู้จักโดยสิ้นเชิง ธันวากำลังหมุนแก้วไวน์ในมือพลางทอดสายตามองลงมายังแขกเหรื่อราวกับกำลังมองหมากบนกระดาน ศิลาหยุดชะงัก หัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมาจากอก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะ 'ภาพจางๆ' ของกลิ่นปืนและเสียงกรีดร้องที่ซ้อนทับเข้ามาในโสตประสาท เขาเกร็งมือแน่นจนแก้วคริสตัลในมือแทบร้าว "ศิลา! ตั้งสติ! นายกำลังโดนเขาจ้องมองอยู่!" เสียงรินรดาดึงเขากลับมาสู่ความเป็นจริง ธันวาค่อยๆ วางแก้วไวน์ลงบนถาดของบริกรที่เดินผ่านมา เขากวาดสายตามองมาทางศิลา มุมปากของชายหนุ่มผู้นั้นยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ราวกับเขารู้ตัวอยู่แล้วว่ามีใครบางคนกำลังหมายหัวเขาอยู่ ธันวาเริ่มก้าวเดินลงบันไดมาทีละขั้น ช้าๆ แต่ทว่ามั่นคง ราวกับราชสีห์ที่กำลังเดินเข้าหาเหยื่อที่แอบซ่อนอยู่ในพุ่มไม้ "แขกคนนั้นดูน่าสนใจดีนะครับ" ธันวาเอ่ยขึ้นเมื่อเดินมาหยุดตรงหน้าศิลา ระยะห่างไม่ถึงสองช่วงแขน กลิ่นอายคุกคามที่รุนแรงจนคนรอบข้างต้องรีบขยับถอยห่างแผ่ออกมาจากตัวของธันวา "คุณดูคุ้นตา... เหมือนผมเคยรู้จักคุณมาก่อน" ศิลาพยายามรักษาน้ำเสียงให้ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาแสร้งทำเป็นชายหนุ่มผู้ร่ำรวยที่ไม่ได้มีความลับใดๆ "คนหน้าตาเหมือนกันในโลกนี้มีถมไปครับ คุณคงจะจำผิดคน" ธันวาหัวเราะหึในลำคอ ดวงตาที่คมกริบคู่นั้นจ้องทะลุหน้ากากเข้ามาราวกับต้องการจะกรีดลึกลงไปในจิตวิญญาณ "อาจจะจริง... แต่ความรู้สึกที่ว่า 'ต้องกำจัดใครสักคนให้หายไป' เนี่ย มันมักจะทำให้ผมจำแม่นเสมอ แม้จะเป็นคนที่ไม่เคยเห็นหน้าก็ตาม" ศิลาขยับมือไปที่ข้างลำตัวโดยสัญชาตญาณ ในที่ซ่อนนั้นมีมีดเล่มบางที่เขาเตรียมไว้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นธันวาเอื้อมมือออกมา—ไม่ใช่เพื่อหยิบอาวุธ แต่เพื่อหยิบการ์ดเชิญสีทองที่เหน็บอยู่ตรงกระเป๋าเสื้อของศิลาออกมา "บัตรเชิญใบนี้... มันเป็นของคนที่ตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อนไม่ใช่หรือ?" บรรยากาศรอบข้างราวกับหยุดนิ่ง ศิลาตัวแข็งทื่อ ไม่ใช่เพราะถูกจับได้ แต่เพราะคำพูดนั้นมันปลุกความทรงจำที่หายไปให้พุ่งพล่านเข้าสู่สมองจนปวดร้าว ในขณะที่ศิลากำลังจะตัดสินใจลั่นไกหรือลงมือสังหาร ธันวาก็โน้มตัวเข้ามาใกล้จนริมฝีปากของเขาแตะกับใบหูของศิลา "อย่าได้พยายามขโมยข้อมูลเลย เพื่อนเก่า" ธันวากระซิบด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นจนถึงกระดูกสันหลัง "เพราะชิปที่คุณกำลังตามหาน่ะ... มันไม่ได้อยู่ที่ตัวผม แต่มันฝังอยู่ในอกข้างซ้ายของ 'น้องสาว' ที่คุณคิดว่าตายไปแล้วต่างหาก" ศิลาเบิกตากว้าง ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งดุจหินผากลับสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ในขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากถาม ธันวาก็หันหลังเดินจากไป ทิ้งให้เขายืนนิ่งอยู่กลางวงล้อมของความเงียบงันที่เขารู้สึกได้เพียงเสียงหัวใจของตัวเองที่กำลังแตกสลาย พร้อมกับเสียงของรินรดาที่ดังขึ้นในหูด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ศิลา... ฉันเพิ่งตรวจพบสัญญาณชีพจรปริศนาที่ตรงกับ DNA ของครอบครัวนาย... มันเพิ่งปรากฏขึ้นในห้องใต้ดินของคฤหาสน์หลังนี้!" มหายุทธ์ไร้เทียมทานหวังว่าทุกท่านจะดื่มด่ำไปกับความลุ้นระทึกของตอนนี้และรอติดตามการตัดสินใจครั้งสำคัญของศิลานะครับ
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%