เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา•ตอนที่ 32

ความจริงที่เจ็บปวด

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
"มึงทำไปเพื่ออะไร... ธันวา" น้ำเสียงของศิลาแหบพร่า ทว่าแฝงไว้ด้วยแรงกดดันมหาศาล เขาไม่ได้ตะโกน ความเงียบงันที่เขาสร้างขึ้นน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงคำราม ปลายกระบอกปืนในมือสั่นไหวน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธแค้นที่พยายามกดทับไว้ภายใต้จิตใต้สำนึกที่แตกสลาย ในห้องโถงกว้างที่ถูกปกคลุมด้วยความมืดมิด มีเพียงแสงสลัวจากหน้าจอคอมพิวเตอร์นับสิบตัวที่รินรดากำลังควบคุมอยู่เป็นแหล่งกำเนิดแสงเดียว ชายตรงหน้าเขา—ชายผู้เคยเรียกตัวเองว่าเพื่อนรัก ผู้ที่เคยร่วมฝ่าฟันความตายมาด้วยกันในอดีต—ยืนพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างใจเย็น ใบหน้าด้านซ้ายที่มีรอยแผลเป็นทางยาวจากการต่อสู้ครั้งเก่าในป่าดิบชื้น บัดนี้มันดูน่ารังเกียจเหลือเกินในสายตาของศิลา ธันวาหยิบแก้ววิสกี้ขึ้นมาจิบช้าๆ ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ "มึงถามคำถามที่กูคิดว่ามึงน่าจะรู้คำตอบมาตลอดทางแล้วนะ ศิลา... เพื่อนรัก" "กูไม่เคยรู้" ศิลาเค้นเสียงตอบ มือกระชับปืนแน่นขึ้น "กูนึกว่ามึงแค่ต้องการอำนาจ แต่นี่มันไม่ใช่... การฆ่าล้างครอบครัวกู มึงได้อะไรจากมัน? พวกเขาไม่เคยขวางทางมึงด้วยซ้ำ" ธันวาวางแก้วลงบนโต๊ะเสียงดัง 'เคร้ง' เขาโน้มตัวไปข้างหน้า ดวงตาเรียวรีคมกริบคู่นั้นฉายแววสมเพชเวทนาอย่างปิดไม่มิด "ครอบครัวมึงเหรอ? พวกเขาคือรากฐานของความเน่าเฟะที่พวกมึงพยายามปกป้องยังไงล่ะ ศิลา พ่อแม่ของมึงคือคนที่เซ็นอนุมัติโครงการ 'ดับตะวัน' พวกเขาคือคนหยิบยื่นอาวุธให้องค์กรใช้ทำลายล้างผู้คนนับพันเพื่อแลกกับความมั่งคั่งของตระกูล... ถ้ามึงอยากจะโทษใครสักคน ก็จงโทษสายเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในตัวมึงเองนั่นแหละ" รินรดาที่นั่งอยู่หน้าจอกัดริมฝีปากจนห้อเลือด เธอหยุดพิมพ์ทุกอย่างทันที นิ้วของเธอสั่นระริกเมื่อเห็นข้อมูลที่ปรากฏบนหน้าจอ สิ่งที่ธันวาพูด... มันตรงกับไฟล์ลับที่เธอเพิ่งถอดรหัสได้สดๆ ร้อนๆ "โกหก..." ศิลาคำราม ลมหายใจเขาเริ่มหอบถี่ "ครอบครัวกูเป็นคนดี พ่อกูไม่เคยทำแบบนั้น!" "เป็นคนดีงั้นหรือ?" ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาหาศิลาโดยไม่เกรงกลัวปากกระบอกปืน "มึงถูกเลี้ยงมาในกรงทองที่สร้างจากศพของผู้บริสุทธิ์ ศิลา ความทรงจำที่หายไปของมึงไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุ แต่มันคือการ 'ล้างสมอง' เพื่อให้มึงกลายเป็นหมากที่สะอาดที่สุดขององค์กร... แต่พวกเขาก็ลืมนึกไปว่า แม้แต่หมากที่ถูกล้างสมอง หากเห็นความจริงเข้าสักวัน มันก็พร้อมจะกัดกินผู้สร้าง" "หุบปาก!" ปัง! กระสุนเฉี่ยวแก้มของธันวาไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร ทิ้งรอยเลือดจางๆ ไว้บนผิวหนัง แต่ชายผู้นั้นไม่แม้แต่จะกะพริบตา เขายังคงยิ้ม ยิ้มที่ดูโหดร้ายและเศร้าสร้อยในเวลาเดียวกัน "มึงยิงกูได้นะศิลา ถ้าการฆ่ากูจะทำให้ความเจ็บปวดในใจมึงหายไป" ธันวากางแขนออก "แต่จงจำไว้ว่า หลังจากกระสุนนัดนี้ลั่นออกจากลำกล้อง ความจริงที่ว่ามึงคือเลือดเนื้อเชื้อไขของคนที่มึงเกลียดชังที่สุดในโลก... จะติดตัวมึงไปจนวันตาย" ศิลาชะงัก ร่างกายเขาราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเย็นเยียบภายในใจ ทุกภาพเหตุการณ์ในวัยเด็กที่เคยเลือนรางเริ่มไหลย้อนกลับมาเหมือนฉากภาพยนตร์ที่ถูกฉายซ้ำ ภาพพ่อของเขากำลังจับมือกับบุคคลระดับสูงในองค์กร ภาพแม่ที่ยิ้มให้กับแฟ้มเอกสารที่มีตราประทับโครงการที่เขาตามล่ามาตลอดชีวิต รินรดาลุกขึ้นยืนทันที เธอหันมามองศิลาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสารและหวาดกลัว "ศิลา... อย่าฟังมัน! มันกำลังปั่นหัวคุณ ข้อมูลพวกนี้อาจถูกตัดต่อมาเพื่อทำลายสติสัมปชัญญะของคุณนะ!" "รินรดา..." ศิลาหันไปมองเธอ สายตาเขาวูบไหว "ถ้าข้อมูลนั่นเป็นความจริง... ถ้าทุกอย่างที่กูทำมาทั้งหมดเพื่อแก้แค้น มันคือเรื่องตลก... แล้วกูเป็นใครกันแน่?" ในวินาทีที่ความเงียบงันเข้าปกคลุมบรรยากาศ ธันวาก็หยิบรีโมทขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เขาไม่ได้กดปุ่มเพื่อโจมตี แต่เขากดปุ่มเพื่อเปิดฉายภาพโฮโลแกรมขึ้นกลางห้อง มันเป็นภาพถ่ายวิดีโอจากกล้องวงจรปิดเมื่อยี่สิบปีก่อน ภาพเหตุการณ์ในคืนที่บ้านศิลาถูกเพลิงไหม้ ในภาพนั้น... ชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนพ่อของศิลาไม่มีผิดเพี้ยน กำลังก้าวถอยออกมาจากห้องนิรภัยโดยทิ้งลูกชายตัวน้อยไว้ในกองเพลิงด้วยรอยยิ้มที่เย็นชาอย่างที่สุด และในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังขึ้นจากทางเดินภายนอก ไม่ใช่เสียงของศัตรู แต่เป็นเสียงของกองกำลังที่ศิลาคุ้นเคยดี... กองกำลังที่เขาสังกัดอยู่มาตลอด ประตูห้องโถงถูกพังเข้ามาโดยหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการที่ศิลาเคารพรักที่สุด เขาก้าวเข้ามาพร้อมปืนที่เล็งตรงมายังศิลา ไม่ใช่ธันวา "วางอาวุธซะ ศิลา" หัวหน้าหน่วยประกาศเสียงเรียบ "คำสั่งจากเบื้องบน... คุณคือภัยคุกคามระดับสูงสุดที่ต้องถูกกำจัดทิ้งเดี๋ยวนี้" ศิลาหันกลับมามองธันวาที่กำลังหัวเราะร่าด้วยความสะใจราวกับผู้ชนะที่วางหมากมาทั้งชีวิต ก่อนที่ศิลาจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง... ที่ต้นคอของธันวามีรอยสักสัญลักษณ์เดียวกับที่หัวหน้าหน่วยของเขามีอยู่ ความจริงที่เจ็บปวดกว่าเดิมเริ่มเปิดเผย เมื่อธันวากระซิบเบาๆ ในขณะที่หน่วยสังหารล้อมเข้ามา "มึงไม่ได้สู้กับกู ศิลา... มึงสู้กับโลกทั้งใบที่สร้างมึงขึ้นมาเพื่อเป็น 'แพะรับบาป' เพียงตัวเดียว" ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันโหดร้ายของศิลามาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%