เสียงปรบมือเยาะเย้ยดังขึ้นก้องห้องโถงหรูหรา ท่ามกลางแสงไฟสปอตไลท์ที่สาดส่องลงบนร่างของเจ้าสัวบูรพา ผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการธุรกิจสีเทา รอยยิ้มเยียบเย็นบนริมฝีปากของชายสูงวัยไม่ได้ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับสร้างแรงกดดันจนอากาศรอบตัวคล้ายจะหนาแน่นขึ้นจนหายใจไม่ออก
"คิดว่าหลักฐานงف่อยๆ แค่นี้ จะล้มฉันได้จริงๆ หรือ ศิลา?"
เจ้าสัวบูรพาแค่นอนหัวנסในลำคอ สายตาดุดั่งพญาราชสีห์จ้องมองชายหนุ่มรุ่นหลานที่ยืนเผชิญหน้าอยู่เบื้องล่าง บนหน้าจอโปรเจกต์เตอร์ขนาดใหญ่เบ้อเริ่ม ปรากฏภาพเอกสารบัญชีลับ เส้นทางการเงินข้ามชาติ และรายชื่อฟอกเงินที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายผิดกฎหมายระดับประเทศ
ศิลาไม่ได้หวั่นไหวต่อรอยยิ้มนั้นเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าเรียบเฉยฉายแววเยרชา ใบหน้าหล่อเหลายังคงนิ่งสงบราวกับรูปสลัก ทว่าภายในใจเขากำลังประมวลผลทุกย่างก้าวอย่างแม่นยำ ภาพเงาร่างในวัยเด็กที่เพิ่งเลือนหายไปเมื่อครู่ยังคงติดอยู่ในห้วงความคิด เสียงกระซิบที่ว่า *“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน...”* ยิ่งทำให้เขารู้สึกได้ชัดเจนว่า ปมปริศนาทั้งหมดกำลังจะถูกกระชากหน้ากากในคืนนี้
"หลักฐานพวกนี้อาจจะล้มคนธรรมดาไม่ได้ครับ... แต่สำหรับคนที่สร้างอาณาจักรด้วยเลือดและหยาดน้ำตาของคนอื่นอย่างคุณ มันมากเกินพอที่จะทำให้ราชสีห์กลายเป็นหมาจนตรอก" ศิลาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังสะท้อนก้องไปทั่วห้อง
"ปากกล้าดีนี่... นายคิดว่าหลักฐานพวกนั้นจะส่งถึงมือตำรวจได้ทันก่อนที่นายจะไม่ได้แม้แต่ลมหายใจหรือไง?" เจ้าสัวบูรพาส่งสัญญาณมือเพียงนิดเดียว การ์ดชุดสูทสีดำนับสิบชีวิตก็ก้าวพรวดพราดเข้ามาปิดล้อมทางออกทุกด้าน พร้อมอาวุธครบมือ
ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด ประตูห้องโถงหลักก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความเกรงกลัว
"ถ้าคิดจะขยับตัวแม้แต่นิดเดียว ฉันแนะนำให้ดูหน้าจอโทรศัพท์ตัวเองก่อนนะเจ้าสัว..."
เสียงหวานใสแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มมุมปาก รินรดาก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสง่างาม มือเรียวบางถือแท็บเล็ตเครื่องหรูที่แสดงหน้าจอสถานะการถ่ายทอดสด ซึ่งกำลังกระจายสัญญาณภาพและเสียงทั้งหมดในห้องนี้ไปยังสำนักข่าวทั่วประเทศและหน่วยงานปราบปรามคอร์รัปชันระดับชาติเรียบร้อยแล้ว
ศิลาหันไปมองหญิงสาวแวบหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยาก ดวงตาคู่คมทอดมองเธอด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งโล่งใจและหมั่นไส้ในความแสบสันต์ของคู่คิดสาวคนนี้ที่มักจะเล่นใหญ่เสมอในยามวิกฤต
"เธอ..." เจ้าสัวบูรพาหน้าถอดสีเป็นครั้งแรก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความโกรธเกรี้ยวและตื่นตระหนก เมื่อเห็นว่าแผนการทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา
"ไม่ต้องมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นหรอกค่ะ... อ้อ ขอโทษที ติดนิสัยพูดค่ะมานิดหน่อย แต่สำหรับคุณเจ้าสัวแล้ว ฉันขอใช้คำว่า 'จบเห่' น่าจะเหมาะกว่านะคะ" รินรดาลอยหน้าลอยตาพูดด้วยน้ำเสียงกวนประสาท ก่อนจะเดินเข้าไปยืนเคียงข้างศิลาอย่างสนิทสนม
"เก่งมาก... แต่เธอกล้าเกินไปแล้วรินรดา" ศิลาอดไม่ได้ที่จะเอ็ดเบาๆ ด้วยความสุภาพปนดุ แต่สายตาที่มองเธอกลับเต็มไปด้วยความคลั่งรักที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึม
"ถ้าไม่เก่งแล้วจะเอาตัวรอดมาเป็นคู่หูกับคนปากร้ายอย่างคุณได้เหรอคะ?" รินรดาหันมาตอบโต้ด้วยสายתาวาววับ เคมีระหว่างคนทั้งคู่สาดประกายความหวานท่ามกลางบรรยากาศสงครามประสาท จนคนรอบข้างแทบจะลืมสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานไปชั่วขณะ
เจ้าสัวบูรพากัดฟันกรอดด้วยความแค้น มือเหี่ยวย่นสั่นเทาด้วยความโกรธ "พวกแก... คิดว่าจะจบแค่นี้จริงๆ งั้นเหรอ? คิดว่ากูยอมตายคนเดียวหรือไง!"
ชายสูงวัยพุ่งตัวไปที่โต๊ะทำงาน ควักปืนพกสีดำสนิทออกมาจากลิ้นชักอย่างรวดเร็ว เป้าหมายไม่ใช่ใครอื่น แต่คือศิลาที่ยืนขวางทางอยู่ตรงหน้า!
"ศิลา ระวัง!" รินรดาอุทานเสียงหลง ร่างบางพุ่งเข้ามาหมายจะผลักชายหนุ่มให้พ้นวิถีกระสุน
แต่ทว่า... ศิลากลับไวwasกว่า เขาคว้าเอวบางของเธอเข้าหาตัวด้วยมือข้างเดียวอย่างรวดเร็ว หมุนตัวสลับตำแหน่งให้ตัวเองเป็นฝ่ายบังกระสุนแทน พร้อมกับใช้มืออีกข้างซัดเข้าที่ข้อมือของเจ้าสัวอย่างแม่นยำ จนปืนกระนั้นหลุดกระเด็นลั่นไกพุ่งทะลุเพดานเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
ปัง!
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ กลิ่นดินปืนคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ร่างสูงใหญ่ของศิลากอดกระชับรินรดาไว้แน่นในอ้อมแขน ลมหายใจอุ่นๆ ของเขารดอยู่ข้างขมับของเธอ หัวใจของหญิงสาวเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความกลัวตาย แต่เป็นเพราะสัมผัสแนบชิดและแววตาห่วงใยที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่คมของคนปากร้ายแต่ใจคลั่งรักผู้นี้
"เจ็บตรงไหนไหม..." ศิลาเอ่ยถามเสียงพร่าต่ำ ลมหายใจของเขากระชั้นชิด ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบเดียว ไอร้อนจากร่างกายของเขาส่งผ่านเนื้อผ้าจนรินรดารู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้า
"ฉ... ฉันไม่เป็นไรค่ะ..." รินรดากระซิบเสียงสั่น หลบสายตาคู่คมที่มองมาอย่างมีความหมาย
ตำรวจเครื่องแบบเต็มยศกรูเข้ามาในห้องโถงพร้อมเสียงไซренаรถตำรวจที่ดังระรُمจากด้านนอก เจ้าสัวบูรพาถูกกดตัวลงกับพื้นโดยเจ้าหน้าที่หลายนาย ปิดฉากอำนาจมืดที่ครอบงำเมืองนี้มานานหลายปีลงอย่างราบคาบ
ทว่า ท่ามกลางความวุ่นวายของการจับกุม ศิลากลับไม่ได้สนใจภาพตรงหน้าเลย สายตาของเขายังคงจดจ้องอยู่กับใบหน้าของหญิงสาวในอ้อมแขน นิ้วเรียวของเขาเกลี่ยปอยผมที่ระแก้มให้อย่างเบามือ จังหวะการสบตากันใกล้ชิดทำให้โลกทั้งใบคล้ายจะหยุดหมุน
"คราวหน้า... ถ้าทำตัวเสี่ยงอันตรายแบบนี้อีก ผมจะลงโทษคุณแน่..." ศิปากระซิบเสียงทุ้ม ชิดริมหูของเธอด้วยความหมั่นไส้แกมเอ็นดู
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มซุกซนผุดขึ้นที่มุมปาก "ลงโทษยังไงคะคุณศิลา หรือว่า..."
ยังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยประโยคยั่วเย้าจบ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของศิลาก็สั่นครืดขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่สบอารมณ์ ควักสมาร์ทโฟนขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏว่าเป็นเบอร์แปลกที่ไม่แสดง10หลัก
ศิลากดรับสายโดยไม่ลังเล ทว่าเสียงที่ดังลอดออกมาจากปลายสายกลับทำให้เลือดในกายของเขากลายเป็นน้ำแข็ง...
*(“สนุกพอกล้าหาญดีนี่... ศิลา ลูกชายตัวน้อยของพ่อ... รู้ไหมว่าของขวัญชิ้นต่อไปที่ฉันเตรียมไว้ให้แก... มันซ่อนอยู่ตรงไหนของศิลาโบราณชิ้นนั้น?”)*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
อัศวินมังกรทมิฬ: กู่ก้องเหนือสมรภูมิเพลิง•ตอนที่ 34
เปิดโปงคนโกง
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินมังกรทมิฬ: กู่ก้องเหนือสมรภูมิเพลิง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!