อัศวินมังกรทมิฬ: กู่ก้องเหนือสมรภูมิเพลิง•ตอนที่ 23

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
"ถ้าคุณคิดว่าผมจะเดินเข้าไปในกับดักง่อยๆ ของคุณโดยไม่เตรียมแผนรับมือ คุณคงประเมินค่าความเป็นสุภาพบุรุษของผมสูงเกินไปแล้วนะครับ เจ้าสัว" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงด้วยกระแสกดดันที่ทำให้บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของชายวัยกลางคนตรงหน้าหนักอึ้งราวกับมีภูเขาทับถม เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเจ้าสัวบูรพา มือขวาของเขาสอดไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ท กุมวัตถุชิ้นสำคัญที่เพิ่งได้มาจากห้องเก็บเอกสารลับไว้แน่น เจ้าสัวบูรพาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แหบแห้งเหมือนใบไม้แห้งถูกบดขยี้ เขาเอนหลังพิงเก้าอี้หนังราคาแพง สายตาคมปลาบจับจ้องชายหนุ่มผู้เป็นเสี้ยนหนามชิ้นโต "ความเป็นสุภาพบุรุษงั้นหรือศิลา? ในโลกที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก สิ่งที่คุณเรียกว่าความยุติธรรมมันก็แค่คำปลอบใจสำหรับผู้แพ้... คุณแน่ใจแล้วหรือว่าสิ่งที่อยู่ในมือคุณน่ะ คือแผนที่นำไปสู่ฐานลับจริงๆ ไม่ใช่แผนที่ไปสู่หลุมศพของตัวคุณเอง?" รินรดาที่ยืนอยู่เคียงข้างศิลาขยับตัวเล็กน้อย เธอส่งสายตาเป็นนัยให้ศิลาผ่านกระจกเงาที่สะท้อนเงาของพวกเขาไว้ เธอรู้ดีว่านี่คือละครฉากใหญ่ที่พวกเขาช่วยกันสร้างขึ้นมา เพื่อล่อให้สิงโตตัวพ่อเผยรอยแยกในถ้ำของมันออกมา "ผมไม่ได้ต้องการแผนที่ครับ" ศิลาตอบพลางก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานไม้สักชิ้นงาม เขาจงใจวาง 'แฟลชไดรฟ์' สีเงินลงบนโต๊ะด้วยท่าทีที่ดูเหมือนประมาทเลินเล่อที่สุด "ผมแค่ต้องการให้คนของคุณ 'พา' ผมไปส่งให้ถึงที่นั่นต่างหาก... เพราะผมเชื่อว่าต่อให้ผมมีแผนที่ในมือ ผมก็คงไม่มีโอกาสได้เห็นที่ตั้งจริงๆ หากไม่มีคนนำทางที่รู้รหัสผ่านชั้นในสุด" เจ้าสัวบูรพาสะดุดกึก ความเยือกเย็นในแววตาเปลี่ยนเป็นความสงสัยระคนหยามเหยียด เขาหยิบแฟลชไดรฟ์ขึ้นมาพินิจ "คุณกำลังจะบอกว่า... คุณยอมมอบสิ่งที่ตามหามาตลอดเพียงเพื่อแลกกับการได้เดินไปติดกับดักงั้นหรือ?" "ถ้ากับดักนั้นเป็นที่เดียวที่ผมจะได้พบคำตอบว่าใครเป็นคนฆ่าพ่อผม... ผมก็พร้อมจะเหยียบมันให้พังคามือครับ" ศิลาจ้องมองเจ้าสัวไม่กะพริบตา ในใจของเขานับถอยหลังวินาทีที่สัญญาณเตือนภัยจากการเข้าถึงข้อมูลเท็จจะเริ่มทำงาน รินรดาประสานมือไว้ข้างหลัง นิ้วมือของเธอเคาะจังหวะเป็นรหัสลับที่สื่อสารกับทีมงานภายนอกที่กำลังซุ่มรอสัญญาณ 'แผนซ้อนแผน' ที่พวกเขาเตรียมไว้นั้นไม่ใช่การบุกเข้าไปโดยตรง แต่เป็นการทำให้ฐานลับของเจ้าสัวถูกเปิดเผยโดยคนของเขาเองผ่านไวรัสที่ฝังอยู่ในแฟลชไดรฟ์ชิ้นนี้ "น่าประทับใจครับ" เจ้าสัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลางกดปุ่มที่ใต้โต๊ะทำงาน ทันใดนั้นประตูห้องนิรภัยที่ซ่อนอยู่หลังภาพวาดสีน้ำมันก็แง้มออก เผยให้เห็นทางเดินทอดยาวลงสู่เบื้องล่างที่มีแสงไฟสลัวๆ "ถ้าคุณอยากรู้นักว่าจุดจบของคนชอบขุดคุ้ยเป็นอย่างไร ก็เชิญลงไปพิสูจน์ด้วยตัวเองได้เลย... แต่บอกไว้ก่อนนะศิลา ว่าข้างล่างนั่นไม่มีทางออกสำหรับคนที่ถือตั๋วเที่ยวเดียวแบบคุณ" ศิลาเหลือบมองรินรดาเพียงชั่วครู่ ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่านี่คือจังหวะที่ต้องเดิมพันด้วยชีวิต พวกเขาก้าวเดินเข้าไปในความมืดที่รออยู่ ทิ้งให้เจ้าสัวบูรพายืนยิ้มเยาะอยู่เบื้องหลัง ทว่าในวินาทีที่ประตูกลปิดลง ศิลากลับหยุดชะงักและก้มลงมองที่ข้อมือของตัวเอง นาฬิกาที่เขาไม่ได้ใส่มันเพื่อดูเวลา ส่งเสียงเตือนเบาๆ เป็นสัญญาณว่าไวรัสที่ปล่อยออกไปได้เข้าถึงระบบควบคุมของฐานลับทั้งหมดแล้ว "รินรดา... เตรียมตัวให้พร้อม" ศิลาพึมพำเสียงต่ำ "เราไม่ได้กำลังจะไปหาคำตอบที่ห้องโถงกลางอย่างที่เขาคิด แต่เรากำลังจะเปลี่ยนที่นี่ให้กลายเป็นสุสานของความลับที่เขาปกปิดไว้ต่างหาก" ทว่าในตอนนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังสะท้อนมาจากทางเดินด้านหน้า ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของยามเฝ้าประตูที่พวกเขาคุ้นเคย แต่มันเป็นเสียงของใครบางคนที่ศิลาจำได้แม่นยำ... เสียงฝีเท้าของคนที่ควรจะตายไปตั้งแต่เหตุการณ์ไฟไหม้เมื่อยี่สิบปีก่อน ร่างหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืด ถือปืนเล็งตรงมาที่หน้าอกของเขา ศิลาชะงักงัน หัวใจเต้นรัวด้วยความสับสนเมื่อเห็นใบหน้าของชายคนนั้นชัดๆ ชายที่เขารักและเคารพที่สุดในฐานะอาจารย์ กลับกำลังยืนอยู่เคียงข้างศัตรู พร้อมกับรอยยิ้มที่เย็นเยียบจนถึงกระดูกสันหลัง "แผนของเธอน่ะมันฉลาดนะศิลา..." ชายคนนั้นกล่าวพลางลดปืนลงเล็กน้อย "แต่เสียดายที่ฉันเป็นคนสอนให้เจ้าสัววางหมากกระดานนี้เองกับมือ" ผมหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับจุดเปลี่ยนของเรื่องในบทนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ ดรากอนไรเดอร์
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินมังกรทมิฬ: กู่ก้องเหนือสมรภูมิเพลิง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%