กลิ่นคาวสนิมเหล็กและน้ำมันจักรจางๆ ลอยอบอวลอยู่ในห้องใต้ดินที่ถูกอำพรางด้วยชั้นหนังสือโบราณ แสงไฟสีส้มสลัวจากตะเกียงน้ำมันส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของศิลา ซึ่งกำลังใช้ผ้าเนื้อหยาบเช็ดคราบเขม่าสีดำออกจากลำกล้องปืนพกสั้นแบบลูกโม่โบราณ ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยคำใดออกมาเลยตั้งแต่ก้าวเท้าลงมาในห้องนี้ ความเงียบงันระหว่างเขากับรินรดานั้นหนักอึ้งราวกับมีมวลอากาศกดทับ แต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยสมาธิและการเตรียมพร้อมขั้นสูงสุด
รินรดานั่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ กองเอกสารโบราณ แผ่นศิลาจำลอง และแผนผังโครงสร้างอาคารใต้ดินของบริษัทในเครือบูรพาโฮลดิ้งกระจัดกระจายเต็มพื้นที่ นิ้วเรียวยาวของเธอกำลังสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะข้อมูลชิ้นล่าสุดที่เธอเพิ่งถอดรหัสออกมาได้ มันชี้ชัดว่า "ศึกใหญ่" ที่พวกเขากำลังจะเผชิญนั้น ไม่ใช่แค่การทวงคืนความยุติธรรมธรรมดา แต่มันคือการเดิมพันด้วยลมหายใจของคนทั้งตระกูลที่ถูกลบชื่อทิ้งจากหน้าประวัติศาสตร์
"ถ้าสมมติฐานของฉันไม่ผิด..." รินรดาเริ่มทำลายความเงียบ เสียงของเธอนุ่มนวลแต่แห้งผาก เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับศิลาที่ยังคงก้มหน้าตรวจเช็คกลไกของอาวุธ "รหัสผ่านนิรภัยรุ่นเก่าที่เจ้าสัวบูรพาใช้เข้าระบบเซิร์ฟเวอร์หลัก ไม่ได้ถูกสุ่มขึ้นมาใหม่ แต่มันอิงตามบันทึกการครอบครองที่ดินเมื่อสามสิบปีก่อน... ช่วงเวลาก่อนที่พ่อแม่ของเธอจะหายตัวไป"
ศิลาชะงักมือที่กำลังหมุนลูกโม่ เสียงโลหะกระทบกันดัง *คลิก* เบาๆ สะท้อนก้องในความเงียบ ดวงตาคมกราบแฝงแววความเจ็บปวดวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับมานิ่งสนิทดั่งผิวน้ำในยามวิกาล เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวผู้เป็นทั้งคู่คิดและเพื่อนร่วมชะตากรรม สายตาคู่นั้นลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่อาจสั่นคลอน
"แปลว่าเส้นทางที่เรากำลังจะเดินไป ไม่ได้มีแค่การทำลายฐานข้อมูลของมัน..." ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวานและทรงพลัง "แต่มันคือการไปทวงคืนความทรงจำที่ถูกปล้นไป... และกระดูกทุกชิ้นของคนที่มันเคยเหยียบย่ำ"
บนโต๊ะทำงาน มีกระเป๋าเหล็กนิรภัยเปิดอ้าอยู่ ภายในบรรจุกระสุนเจาะเกราะที่ผ่านการดัดแปลงพิเศษ มีดพกสั้นสลักลายกางเขนโบราณที่รินรดาแอบไปคัดลอกมาจากพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นตามคำสั่งของศิลา และแฟลชไดรฟ์เข้ารหัสระดับสูงที่พร้อมจะดูดกลืนข้อมูลทั้งหมดของอาณาจักรบูรพาในชั่วพริบตา ทุกชิ้นส่วนของอาวุธและข้อมูลถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ สะท้อนถึงความเด็ดเดี่ยวของคนทั้งคู่ที่รู้ดีว่า พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องชนะเท่านั้น
"ฉันตรวจสอบเส้นทางการเคลื่อนย้ายกำลังพลของเจ้าสัวแล้วครับ" เสียงทุ้มแหบพร่าของชายวัยกลางคนคนสนิทดังขึ้นจากมุมมืดของบันได เขาคืออดีตนายตำรวจผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์กวาดล้างเมื่ออดีต นามว่า "ลุงนพ" ก้าวออกมาพร้อมกับแผนที่โซนพื้นที่อุตสาหกรรมเก่า "พวกมันเพิ่มการลาดตระเวนเป็นสองเท่าในช่วงเที่ยงคืน เจ้าสัวบูรพากำลังเตรียมขนย้ายเอกสารชุดสุดท้ายไปที่เกาะส่วนตัว แปลว่าเรามีหน้าต่างเวลาแค่สี่สิบนาทีเท่านั้นในการเจาะระบบและเอาตัวรอดออกมา"
ศิลารับเอกสารรายงานจากมือของลุงนพ สายตากวาดมองตัวเลขและจุดอับสายตาอย่างรวดเร็ว สมองของเขาทำงานอย่างหนักหน่วง คำนวณความน่าจะเป็น วิเคราะห์จุดเสี่ยง และวางแผนสำรองในกรณีที่สถานการณ์ไม่เป็นไปตามคาด ความเป็นผู้นำที่ถูกซ่อนเร้นอยู่ใต้ท่าทีเงียบขรึมเริ่มเปล่งประกายออกมาอย่างชัดเจนในบรรยากาศที่กดดันเช่นนี้
"เราจะไม่ใช้ทางเข้าหลัก" ศิลาวางเอกสารลงบนโต๊ะ น้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด "ลุงนพเบี่ยงเบนความสนใจด้วยระบบตัดไฟสำรองที่โกดังสินค้าทิศเหนือ ส่วนฉันกับรินรดาจะแทรกซึมเข้าไปทางอุโมงค์ระบายน้ำเก่าที่เชื่อมต่อกับห้องใต้ดินชั้นสาม... จุดนั้นไม่มีกล้องวงจรปิด เพราะมันถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ยุคก่อนที่เจ้าสัวจะซื้อที่ดินแปลงนี้"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้เธอจะเตรียมใจมานานนับปีเพื่อวันนี้ แต่เมื่อทุกอย่างกำลังจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ ความหวาดหวั่นก็ยังคงกัดกินขั้วหัวใจ เธอมองสันกรามที่คมชัดและสีหน้าที่ไร้ความหวาดกลัวของศิลา มือบางยื่นออกไปวางทับบนหลังมือหนาที่กำลังกัมกระชับด้ามปืน ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเธอบอกแทนทุกถ้อยคำความรู้สึก
ศิลาสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นนั้น เขาลดมือลงพลิกกลับมาจับมือของรินรดาไว้แน่น สายตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงชั่วขณะ เป็นการสื่อสารทางใจที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำพูดใดๆ ในโลก พวกเขาต่างรู้ดีว่านี่อาจเป็นการเดินหน้าเข้าสู่ปากเสือ และไม่มีใครรับประกันได้ว่าพวกเขาทั้งคู่จะได้เห็นแสงตะวันในวันรุ่งขึ้นหรือไม่
"ถ้าเกิดว่า... ฉันทำพลาดตรงรหัสถอดถอน..." รินรดาเอ่ยเสียงแผ่วเบา ดวงตาคู่สวยไหวระริกด้วยความกังวล "ถ้าข้อมูลพวกนั้นถูกล็อคถาวร เราจะ..."
"ไม่มีคำว่าพลาด" ศิลาขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เด็ดเดี่ยว ทว่าแฝงความอ่อนโยนไว้ภายใน "ผมจะไม่ยอมให้คุณต้องแบกรับความผิดพลาดนั้นคนเดียว เราเดินมาไกลเกินกว่าจะหันหลังกลับแล้ว ริน... เชื่อใจผม"
คำว่า "เชื่อใจผม" ดังก้องอยู่ในพื้นที่เล็กๆ นั้นราวกับคำสาบาน รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา เธอพยักหน้ารับช้าๆ แววตาที่เคยหวั่นไหวกลับมามุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวอีกครั้ง เธอลุกขึ้นหยิบแฟลชไดรฟ์ตัวสำคัญเก็บใส่กระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตอย่างระมัดระวัง ขณะที่ศิลาบรรจุกระสุนนัดสุดท้ายลงในรังเพลิงด้วยเสียงอันดังชัดเจน
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอคอมพิวเตอร์พกพาบนโต๊ะก็ดังขึ้น *ปี๊บ... ปี๊บ...*
รินรดารีบพุ่งตัวเข้าไปหน้าจอ นิ้วเรียวรัวแป้นพิมพ์อย่างร้อนรน หน้าต่างโปรแกรมถอดรหัสที่เธอกำลังใช้งานอยู่จู่ๆ ก็ถูกแทนที่ด้วยหน้าจอสีแดงฉาน พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนแปลกประหลาดที่ไม่มีใครคาดคิด ระบบรักษาความปลอดภัยหลักของบริษัทบูรพาโฮลดิ้งไม่ได้ถูกเจาะจากภายนอก... แต่มันกำลังถูก "เปิดใช้งาน" จากห้องทำงานส่วนตัวของเจ้าสัวบูรพาเอง และที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ โค้ดลับที่ใช้ในการปลดล็อคระบบในตอนนี้... เป็นโค้ดชุดเดียวกันกับที่พ่อของศิลาเคยใช้ก่อนเสียชีวิตเมื่อสามสิบปีก่อนทุกประการ!
ศิลาผุดลุกขึ้นยืนทันที นัยน์ตาสสีดำสนิทเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง ลุงนพหน้าถอดสี รีบคว้าวิทยุสื่อสารขึ้นมาแนบหู ขณะที่เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังดังขึ้นที่ชั้นบนสุดของบ้านปลอดภัยหลังนี้...
กราบขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางมาด้วยกันเสมอนะครับ (โปรดติดตามตอนต่อไป)
- ดรากอนไรเดอร์ -
อัศวินมังกรทมิฬ: กู่ก้องเหนือสมรภูมิเพลิง•ตอนที่ 46
การเตรียมตัว
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินมังกรทมิฬ: กู่ก้องเหนือสมรภูมิเพลิง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!