อัศวินมังกรทมิฬ: กู่ก้องเหนือสมรภูมิเพลิง•ตอนที่ 12

เงาของเจ้าสัว

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
"วางรูปใบนั้นลงเสีย ศิลา... ก่อนที่ความจริงจะทำให้มือคุณสั่นจนทำลายหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่มี" เสียงของรินรดาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องใต้ดินแห่งนี้จนแทบหายใจไม่ออก เธอไม่ได้เดินเข้ามาใกล้ แต่ยืนกอดอกอยู่ห่างออกไป สายตาของเธอจับจ้องที่รูปถ่ายในมือผมด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มันไม่ใช่ความตกใจ แต่มันคือความรู้สึกของการ 'เตรียมใจ' ที่ถูกฉีกหน้ากากออก ผมกำรูปใบนั้นแน่นจนขอบกระดาษบาดฝ่ามือ รอยแผลเป็นที่ข้างแก้มของร่างในแคปซูลแช่แข็ง—เจ้าสัวบูรพาในวัยหนุ่ม—เต้นเร่าๆ อยู่ใต้ผิวหนังราวกับมันกำลังโหยหาเจ้าของร่างที่แท้จริง "คุณรู้อะไรมาบ้าง รินรดา" ผมถาม เสียงของผมแหบพร่าและเย็นเยียบ "ผู้ชายคนนี้... คนที่อยู่บนยอดพีระมิดของห่วงโซ่อาหารในเมืองนี้... ทำไมถึงมีใบหน้าเหมือนผม? และทำไมผมถึงไปยืนยิ้มอยู่ในรูปถ่ายคู่กับคนที่ถูกขนานนามว่าเป็นอสูรกายแห่งวงการธุรกิจอย่างเขา?" รินรดาถอนหายใจยาว เธอเดินเข้ามาใกล้ช้าๆ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่เธอใช้ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศที่อบอวลไปด้วยไอเย็นของไนโตรเจนเหลวดูผ่อนคลายลงเลย "ชื่อของเขาไม่ใช่แค่ชื่อ แต่มันคือตราประทับของความตาย สำหรับใครก็ตามที่พยายามขุดคุ้ยประวัติของ 'เจ้าสัวบูรพา' ศิลา... คุณไม่ได้แค่กำลังตามหาความทรงจำ แต่มันคือการพยายามเปิดประตูไปสู่หลุมศพของตัวเอง" "ผมไม่สนว่ามันจะเป็นหลุมศพของใคร!" ผมตวาดก้อง สะท้อนไปตามผนังคอนกรีตเย็นเยียบ "สิ่งที่ผมสนคือทำไมคนระดับเขาถึงต้องเชื่อมโยงกับชีวิตที่ว่างเปล่าของผมตั้งแต่วันแรกที่ผมจำความได้!" รินรดาขยับเข้ามาจนประชิด เธอดึงรูปถ่ายใบนั้นออกจากมือผมอย่างแผ่วเบา ดวงตาของเธอฉายแววเห็นใจแต่ก็ปนไปด้วยความหวาดหวั่น "คุณเห็นรอยสักที่หลังคอของเขาไหม? ไม่ใช่รอยสักธรรมดา แต่มันคือสัญลักษณ์ของโครงการ 'เงามายา' ที่ถูกลบหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์เมื่อสามสิบปีก่อน เจ้าสัวบูรพาไม่ใช่แค่คนที่มีอำนาจล้นฟ้า... แต่เขาคือ 'ผลผลิต' รุ่นแรกที่รอดชีวิตมาจากห้องทดลองนรกแห่งนี้" เธอยื่นรูปถ่ายให้ผมดูอีกครั้ง พลางชี้ไปที่ตราสัญลักษณ์จางๆ บนปกเสื้อทหารของผมในภาพ "และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมคุณถึงมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ในขณะที่เขามีเพียงความว่างเปล่า คุณไม่ใช่ลูกชายของเขาในแง่ของสายเลือดหรอกศิลา... คุณคือ 'รหัสพันธุกรรมที่สมบูรณ์แบบ' ที่เขาพยายามจำลองขึ้นมาเพื่อใช้แทนร่างที่กำลังเสื่อมสลายของเขาเอง" หัวใจของผมกระตุกวูบ ทุกอย่างที่เคยเชื่อ ทุกความว่างเปล่าในหัวเริ่มปะติดปะต่อกันราวกับภาพจิ๊กซอว์ที่ถูกเติมเต็มด้วยเลือดและน้ำตา ผมคือร่างโคลน? ผมคืออะไหล่ที่มีชีวิตสำหรับชายที่ทำลายชีวิตคนนับพัน? "เขาไม่รู้ว่าคุณรอดมาได้" รินรดากระซิบ "จนกระทั่งเมื่อสัปดาห์ก่อน ที่คุณเริ่มขุดคุ้ยคดีหายตัวไปของพนักงานในเครือบริษัทบูรพา... ตอนนี้ เงาของเจ้าสัวไม่ได้จับจ้องแค่ที่ธุรกิจของเขา แต่มันกำลังคลืบคลานมาที่คอของคุณแล้ว" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังสะท้อนมาจากทางเดินด้านบน ไม่ใช่เสียงของยามธรรมดา แต่มันเป็นเสียงจังหวะของทหารรับจ้างที่มีการฝึกฝนมาอย่างดี ไฟในห้องใต้ดินกะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับวูบลง เหลือเพียงแสงสีแดงจากระบบสำรองไฟที่สาดส่องลงบนแคปซูลของเจ้าสัวบูรพา ทำให้ร่างนั้นดูราวกับกำลังจะลืมตาขึ้นมาในเสี้ยววินาที รินรดาคว้าแขนผมแน่น "ศิลา! พวกเขามาเร็วกว่าที่คิด... อย่าบอกนะว่า..." ประตูกลเหล็กกล้าทางเข้าห้องใต้ดินถูกกระแทกจนพังยับเยิน ชายร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทเดินเข้ามาอย่างใจเย็น ท่ามกลางเหล่าชายชุดดำที่เล็งอาวุธมายังพวกเรา เขายกมือขึ้นห้ามลูกน้องให้หยุด ก่อนจะก้าวผ่านความมืดเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าผม... ใบหน้าของเขาชัดเจนในแสงสีแดง ใบหน้าเดียวกับที่ผมเห็นในกระจกทุกเช้า เพียงแต่มีรอยยิ้มที่เหี้ยมเกรียมและแววตาที่เต็มไปด้วยความกระหาย "ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... เจ้าของร่างที่รัก" เสียงของเขาแหบพร่าแต่น่าเกรงขาม "ข้ารอคอยที่จะย้ายจิตวิญญาณของข้าเข้าไปอยู่ในร่างของเจ้ามานานเหลือเกิน... ศิลา" เขายกปืนกระบอกเล็กขึ้นจ่อที่ขมับของรินรดาโดยไม่หันไปมอง พร้อมกับที่เสียงล็อกประตูจากภายนอกดังขึ้น ปิดตายทางรอดเดียวของเราไปโดยสิ้นเชิง ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดครั้งนี้ไปกับผมนะครับ ดรากอนไรเดอร์
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินมังกรทมิฬ: กู่ก้องเหนือสมรภูมิเพลิง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%