อัศวินมังกรทมิฬ: กู่ก้องเหนือสมรภูมิเพลิง•ตอนที่ 13

กับดักกลางเมือง

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
"คุณคิดว่าความเงียบของเมืองนี้มันปกติจริงหรือ รินรดา?" ศิลาเอ่ยขึ้นขณะก้าวเดินผ่านฝูงชนที่ขวักไขว่บนทางเท้าใจกลางย่านธุรกิจ แสงไฟนีออนจากป้ายโฆษณาสะท้อนลงบนพื้นถนนเปียกชื้นหลังฝนพรำ เขาไม่ได้หันไปมองคู่สนทนา สายตาของเขาจับจ้องไปยังเงาตะคุ่มของชายชุดดำที่เดินทิ้งระยะห่างออกไปสามช่วงตึก ความรู้สึกเย็นวาบที่ท้ายทอยเตือนเขามาตลอดทางว่าพวกเขากำลังถูกจับจ้อง รินรดาชะลอฝีเท้าลงเล็กน้อย เธอสวมเสื้อโค้ทกันหนาวสีเข้มที่ดูขัดกับอากาศอบอ้าวของเมืองกรุง มือเรียวของเธอกระชับกระเป๋าเอกสารที่บรรจุรหัสลับจากศิลาจารึกแน่นขึ้น "ไม่ใช่ความเงียบหรอกศิลา มันคือการรอดูเหยื่อต่างหาก เหมือนนักล่าที่รู้ว่าเรากำลังเดินเข้าสู่จุดที่พวกมันวางหมากไว้" ศิลาหยุดกะทันหัน เขาหันมาสบตากับหญิงสาว แววตาของเขาไม่ได้มีความตื่นตระหนก มีเพียงความนิ่งงันที่ซ่อนพายุอารมณ์ไว้เบื้องหลัง "เจ้าสัวบูรพาไม่ปล่อยให้เราเดินไปถึงหอจดหมายเหตุได้ง่ายๆ หรอก รหัสชุดสุดท้ายที่เราได้มาเมื่อคืน... มันคือจิ๊กซอว์ตัวเดียวที่เขากลัวที่สุด" "ถ้าอย่างนั้น เราจะทำอย่างไรต่อไป?" รินรดาถาม น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย ทว่าสายตายังคงมั่นคง "เราจะทำให้มันคิดว่าเราหลงกล" ศิลาตอบพลางพยักหน้าไปทางทางม้าลายเบื้องหน้า "ข้ามไปฝั่งนั้น ในความวุ่นวายที่สุด... นั่นแหละคือที่ที่พวกมันจะเผยตัว" ทั้งคู่ก้าวลงจากฟุตบาท จังหวะก้าวเท้าที่สม่ำเสมอของศิลาหยุดชะงักลงเมื่อเสียงเครื่องยนต์ที่ถูกเร่งรอบจนดังกระหึ่มแว่วเข้ามาจากทางโค้ง แทนที่จะเป็นเสียงแตรเตือนภัย มันกลับเป็นเสียงที่จงใจกดดันให้เหยื่อหวาดกลัว รถยนต์สีดำสนิทไร้ป้ายทะเบียนพุ่งตรงมาด้วยความเร็วที่ไม่มีท่าทีว่าจะผ่อนคลาย ศิลาผลักรินรดาให้พ้นวิถีอย่างแรงจนร่างบางกระเด็นไปตกบนฟุตบาทอีกฝั่ง ในเสี้ยววินาทีนัน ร่างของเขาพลิกตัวหลบไปทางซ้าย แต่กระจกมองข้างของรถคันดังกล่าวเฉี่ยวผ่านสีข้างไปเพียงมิลลิเมตร แรงปะทะทำให้เสื้อโค้ทของเขาขาดวิ่น กลิ่นยางไหม้และควันดำคลุ้งไปทั่วบริเวณ เสียงเบรกดังสนั่นหวั่นไหวจนคนบนถนนต่างกรีดร้องด้วยความตระหนก รถคันนั้นไม่ได้หยุด... มันเร่งความเร็วหายลับไปกับตรอกมืดทันทีทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าสยดสยองกว่าเดิม ศิลายันกายขึ้นอย่างยากลำบาก เลือดสีแดงฉานซึมผ่านเนื้อผ้าบริเวณสีข้าง เขาไม่ได้ร้องโอดครวญ แต่สายตากลับจดจ้องไปยังทิศทางที่รถคันนั้นหายไป ความคิดในหัวของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็ว นี่ไม่ใช่การพยายามฆ่าให้ตายในทันที แต่นี่คือ 'การประกาศเตือน' ว่าชีวิตของเขาอยู่ในกำมือของเจ้าสัวบูรพาตลอดเวลา "ศิลา! คุณเป็นอะไรไหม?" รินรดารีบวิ่งเข้ามาประคองใบหน้าที่เริ่มซีดเผือดของเขา มือของเธอสั่นเทาขณะสำรวจบาดแผล "ผมไม่เป็นไร..." เขาเค้นเสียงตอบ ลมหายใจหอบถี่ "แต่มันทำให้ผมมั่นใจขึ้นอย่างหนึ่ง... สิ่งที่อยู่ในกระเป๋าใบนั้น มีค่ามากกว่าชีวิตของผมเสียอีก" ท่ามกลางผู้คนที่เริ่มมุงดู ศิลาสังเกตเห็นชายคนหนึ่งสวมหมวกแก๊ปยืนพิงเสาไฟห่างออกไปไม่ไกล ชายคนนั้นไม่ได้มองอุบัติเหตุที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่เขากำลังมองมาที่ศิลาด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก... รอยยิ้มที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด รอยยิ้มของคนในความทรงจำที่ศิลาพยายามลบเลือนไปตลอดชีวิต เขารวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแม้ความเจ็บปวดจะแผ่ซ่านไปทั่วร่าง "รินรดา ฟังผมนะ... อย่าไว้ใจใคร ต่อจากนี้ไปจนกว่าเราจะถึงหอจดหมายเหตุ" เขาก้าวเดินมุ่งหน้าไปยังชายคนนั้น แต่เมื่อเข้าใกล้ ชายคนดังกล่าวกลับทิ้งซองจดหมายสีขาวไว้ที่โคนเสาแล้วเดินหายไปในกลุ่มคน ศิลาคว้าซองนั้นมาเปิดออก ข้างในไม่มีจดหมายข่มขู่ แต่เป็นภาพถ่ายใบหนึ่งที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะ มันคือภาพถ่ายของเขาในวัยเด็ก... ยืนอยู่ข้างๆ เจ้าสัวบูรพา ในมือของเด็กน้อยคนนั้นถือชิ้นส่วนศิลาจารึกที่หายไป และที่สำคัญที่สุด... บนใบหน้าของเจ้าสัวบูรพาในรูปนั้น ไม่มีร่องรอยของความโหดเหี้ยม มีเพียงแววตาที่เต็มไปด้วยความรัก... เหมือนพ่อที่กำลังมองลูกชาย ศิลาชะงักงัน มือสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาไม่ได้ถูกตามล่าเพียงเพราะความลับในจารึก แต่มันมีอะไรที่ลึกซึ้งและดำมืดกว่านั้นที่เขายังไม่เคยรับรู้ "ศิลา... นั่นมันอะไร?" รินรดาถามด้วยเสียงแผ่วเบาเมื่อเห็นภาพถ่าย เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เก็บภาพนั้นเข้ากระเป๋าเสื้อ ความสับสนรุมเร้าจนยากจะตั้งสติ "รินรดา... บางทีอดีตของผม อาจไม่ใช่เรื่องของการสูญเสีย แต่มันคือเรื่องของคำโกหกที่ใหญ่ที่สุดในชีวิต" เขามองไปยังตึกสูงที่เป็นเป้าหมายของพวกเขา ที่นั่น... คำตอบทั้งหมดอาจรออยู่ แต่ทว่า เสียงฝีเท้าจำนวนมากที่เริ่มโอบล้อมพวกเขาจากทุกทิศทางในตรอกมืดเบื้องหน้ากลับทำให้เขารู้สึกว่า ทุกอย่างที่ผ่านมาเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของความตายเท่านั้น ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นนี้ หวังว่าท่านจะยังคงติดตามการเปิดเผยความลับในตอนต่อไปนะครับ ดรากอนไรเดอร์
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินมังกรทมิฬ: กู่ก้องเหนือสมรภูมิเพลิง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%