อัศวินมังกรทมิฬ: กู่ก้องเหนือสมรภูมิเพลิง•ตอนที่ 14

พยานคนสุดท้าย

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
"อย่าแตะต้องกลอนประตูนั่น ถ้าคุณยังไม่อยากให้ชีวิตที่เหลืออยู่ต้องจบลงในคุกมืดที่ไม่มีใครหาเจอ" เสียงแหบพร่าดุจใบไม้แห้งกรอบของชายชราดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดในห้องเช่าแคบๆ กลิ่นอับชื้นของเชื้อราและกลิ่นธูปเก่าๆ อบอวลอยู่ในอากาศ ศิลาชะงักมือที่กำลังจะเอื้อมไปแตะลูกบิดประตูห้องพักเลขที่ 402 เขามองผ่านความสลัวเข้าไปในห้อง เห็นเพียงร่างซูบผอมที่นั่งกอดเข่าอยู่มุมห้อง ดวงตาที่ขุ่นมัวด้วยต้อกระจกคู่นั้นจ้องมองเขาเขม็ง ราวกับเห็นปีศาจที่หลุดออกมาจากนรกขุมที่ลึกที่สุด รินรดาที่ยืนอยู่ด้านหลังศิลาขยับตัวเข้ามาใกล้ เธอสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากร่างกายของศิลา เขาไม่ได้กลัว แต่เขากำลังโกรธ เปลวไฟแห่งความแค้นที่เขาสะสมมาตลอดหลายปีดูเหมือนจะปะทุขึ้นทุกครั้งที่เขาเข้าใกล้ 'พยานคนสุดท้าย' ของเหตุการณ์ฆาตกรรมตระกูลศิลาเมื่อยี่สิบปีก่อน "ลุงบุญ... ผมศิลาเองครับ" เสียงของศิลาเรียบสนิท แต่ลึกๆ แล้วมันสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามสะกดไว้ "ผมกลับมาทวงคืนทุกอย่าง... ความทรงจำที่ถูกพรากไป และความยุติธรรมที่ตระกูลของคุณพยายามฝังกลบมัน" ชายชราที่ชื่อบุญหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนการสำลักอากาศ "ศิลา... คุณศิลาที่รัก" เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายของเขาสั่นเทาภายใต้เสื้อผ้าที่ขาดวิ่น "คุณคิดว่าคุณกลับมาในฐานะเหยื่อ แต่ในสายตาของคนอย่างเจ้าสัวบูรพา... คุณเป็นแค่ก้อนเนื้อที่เขาอนุญาตให้มีชีวิตอยู่เพียงเพื่อจะดูมันค่อยๆ เน่าเปื่อยไปตามกาลเวลาเท่านั้น" รินรดาขมวดคิ้ว เธอหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กออกมาเตรียมพร้อม "ลุงบุญคะ สิ่งที่เราบันทึกไว้ในจดหมายลับนั่นเป็นความจริงใช่ไหมคะ? เรื่องรอยจารึกที่อยู่ใต้ฐานบ้านพักตากอากาศ... เรื่องตราประทับของตระกูลที่หายไป" บุญหันมามองรินรดาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความกลัวอีกต่อไป แต่มันคือความเวทนา "แม่หนู... ความรู้บางอย่างมันเป็นคำสาป ยิ่งเธอเข้าใกล้ความจริงมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งเข้าใกล้ปากเหวมากขึ้นเท่านั้น เธอคิดว่าเหตุใดผมถึงต้องมานั่งเน่าตายอยู่ในรูหนอนแห่งนี้ แทนที่จะเสวยสุขอยู่กับเงินก้อนโตที่เจ้าสัวมอบให้?" "เพราะคุณรู้ว่าความผิดบาปมันชำระล้างไม่ได้ด้วยเงิน" ศิลาเดินเข้าไปหาชายชราอย่างไม่เกรงกลัว เขาคว้าแขนของบุญไว้อย่างแรงจนชายชราต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด "บอกผมมา ใครคือคนลงมือในคืนนั้น? ใครที่สั่งให้เผาบ้านของผมในขณะที่พ่อกับแม่ยังติดอยู่ข้างใน!" ห้องทั้งห้องเงียบกริบ มีเพียงเสียงลมหายใจที่หอบถี่ของชายชรา บุญเงยหน้าขึ้นมองเพดานไม้ที่ผุพัง หยาดน้ำตาที่ไหลผ่านร่องลึกบนใบหน้าบ่งบอกถึงความเจ็บปวดที่กัดกินมานานปี เขาเอื้อมมือที่สั่นเทาไปปลดสร้อยคอที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อชั้นในออกมา มันไม่ใช่ทองคำหรืออัญมณีล้ำค่า แต่เป็นกุญแจเหล็กสนิมเขรอะรูปทรงประหลาด "ศิลา... นายมองดูรอยแผลที่หน้าอกตัวเองสิ" บุญกระซิบพลางชี้นิ้วไปที่หัวใจของศิลา "รอยแผลเป็นนั่น... ไม่ได้เกิดจากไฟคลอก แต่มันเกิดจาก 'ตราประทับ' ที่พวกมันพยายามจะฝังลงในตัวนาย เพื่อเปลี่ยนนายให้เป็นเครื่องมือในการไขปริศนาลับใต้รอยจารึกนั้น" ศิลาชะงัก ร่างกายของเขาเย็นเฉียบ ความทรงจำที่เลือนรางในวัยเด็กเริ่มฉายภาพซ้อนทับกัน เสียงกรีดร้องของแม่... กลิ่นควันไฟ... และเสียงรองเท้าหนังที่เดินผ่านหน้าเขาไปในความมืดมน "มันไม่ใช่แค่คนรับใช้หรอกนะ..." บุญกัดฟันพูดด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ "คนที่ฆ่าพ่อแม่ของนาย... คือคนที่ยืนอยู่ข้างกายแม่ของนายในตอนนั้น และตอนนี้... คนคนนั้นก็คือคนที่สนับสนุนเงินทุนให้กับโครงการวิจัยประวัติศาสตร์ของแม่หนูคนนี้ด้วย" รินรดาหน้าซีดเผือด เธอถอยหลังกรูดไปชนกับผนังห้องอย่างไม่ได้ตั้งใจ คำพูดของบุญเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางใจเธอ เมื่อเธอนึกถึงผู้มีพระคุณที่ส่งเสียเธอเรียนจนจบด็อกเตอร์ และเป็นคนที่มอบข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับรอยจารึกให้เธอมาโดยตลอด ศิลาปล่อยมือจากแขนของบุญ ร่างกายของเขาโอนเอนเหมือนคนไร้หลักยึด ทันใดนั้น ประตูห้องพักที่ดูเหมือนจะล็อกสนิทก็ถูกพังเข้ามาด้วยแรงมหาศาล เศษไม้กระจัดกระจายไปทั่วห้อง ชายชุดดำสามคนเดินเข้ามาพร้อมอาวุธที่เก็บเสียงได้แนบสนิท บุญมองไปที่ประตูด้วยรอยยิ้มที่สิ้นหวัง "พวกมันมาเร็วกว่าที่คิด" บุญพึมพำ ก่อนจะยัดกุญแจสนิมเขรอะใส่มือของศิลาแน่น "หนีไปซะศิลา... อย่าให้กุญแจดอกนี้ตกไปอยู่ในมือมันเด็ดขาด เพราะถ้ามันไขรอยจารึกนั้นได้... โลกทั้งใบที่จะถูกฝังกลบไม่ใช่แค่ความลับของตระกูลนาย แต่เป็นอิสรภาพของคนทั้งประเทศ" ชายชุดดำคนหนึ่งยกปืนขึ้นเล็งมาที่หัวของศิลา ทว่าก่อนที่นิ้วของมันจะเหนี่ยวไก ปลายกระบอกปืนนั้นกลับถูกใครบางคนจับไว้จากด้านหลัง เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยเดินเข้ามาในห้องช้าๆ พร้อมเสียงหัวเราะที่เย็นเยียบจนน่าขนลุก "ช้าไปนิดนะพวกคุณ... แต่ก็ยังดีกว่าไม่มาเลย" เจ้าสัวบูรพาปรากฏตัวขึ้นในชุดสูทสีเทาเนี้ยบกริบ เขามองศิลาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเอ็นดูเหมือนมองดูสุนัขที่เขารัก "ว่าไงศิลา... ลูกชายที่น่ารักของฉัน วันนี้ถึงเวลาที่แกจะต้องคืนสิ่งที่แกขโมยมาจากครอบครัวของฉันแล้วหรือยัง?" ศิลาเบิกตากว้าง ความจริงที่เขาเพิ่งได้รับรู้แทบจะทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้น ชายที่เขานับถือประดุจพ่อ... ชายที่ให้ทุนการศึกษารินรดา... คือคนเดียวกับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาในฐานะมัจจุราชผู้พรากทุกอย่างไปจากเขา! ผมหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นและร่วมเดินทางไปกับศิลาในเส้นทางที่เต็มไปด้วยอันตรายนี้ ขอบคุณที่ติดตาม "เงามายาใต้รอยจารึก" นะครับ
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินมังกรทมิฬ: กู่ก้องเหนือสมรภูมิเพลิง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%