อัศวินมังกรทมิฬ: กู่ก้องเหนือสมรภูมิเพลิง•ตอนที่ 11

รหัสผ่านที่หายไป

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
“อย่าขยับแม้แต่นิ้วเดียว... ริน” น้ำเสียงที่กระซิบอยู่ข้างหูผมไม่ใช่เสียงของผม แต่มันเป็นโทนเสียงที่เย็นเยียบและราบเรียบราวกับกระแสน้ำในห้วงมหาสมุทรที่ไร้ก้นบึ้ง รินรดายืนตัวแข็งทื่อ ดวงตาของเธอเบิกกว้าง สะท้อนภาพชายผู้ยืนอยู่เบื้องหลังเจ้าสัวบูรพา ใบหน้าของเขาคือเงาสะท้อนที่สมบูรณ์แบบของผม ทั้งโครงหน้า สันกราม แม้กระทั่งรอยแผลเป็นจางๆ ที่หางคิ้วข้างขวา... แต่สิ่งที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงคือแววตาที่ว่างเปล่าดุจตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ เจ้าสัวบูรพาหัวเราะร่าในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนเศษแก้วบดละเอียด เขาหันกลับไปมองร่างที่เหมือนผมด้วยความชื่นชม ก่อนจะเลื่อนสายตามาสบตากับผมที่ยืนอยู่ตรงข้าม “ศิลา... นายเห็นแล้วใช่ไหมว่า ‘ตัวจริง’ ที่สมบูรณ์แบบกว่านายนั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร” เจ้าสัวกล่าวพลางจุดซิการ์ กลิ่นควันฉุนกึกอบอวลไปทั่วห้องโถงที่เต็มไปด้วยคราบเลือด “เด็กคนนี้คือผลผลิตที่ไร้ความผิดพลาด คือรอยจารึกที่ฉันบรรจงสร้างขึ้นมาใหม่ในวันที่ฉันตัดสินใจว่า นายมันก็แค่แบบร่างที่ล้มเหลว” ผมกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมา แต่ความโกรธแค้นกลับเย็นเยียบอยู่ในอก หัวใจของผมเต้นเป็นจังหวะหนักหน่วงราวกับกลองรบ ผมไม่ได้สนใจคำพูดยั่วยุของเจ้าสัว สิ่งที่ผมโฟกัสคือมีดสั้นในมือของไอ้คนหน้าเหมือนนั่น หยดเลือดที่ปลายมีดหยดลงพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะที่เงียบเชียบแต่ดังก้องในความรู้สึก “ริน... ถอยออกมา” ผมสั่งเสียงต่ำ สายตายังคงจับจ้องไปที่ดวงตาสีเทาของร่างโคลนนิ่งคนนั้น “ฉันถอยไม่ได้...” รินรดาตอบกลับ เสียงของเธอสั่นเครือแต่แฝงไว้ด้วยความมุ่งมั่น มือของเธอซ่อนสมุดบันทึกเล่มเก่าที่เปื้อนคราบฝุ่นไว้ด้านหลังอย่างรวดเร็ว “สมุดเล่มนี้... มันไม่ใช่แค่บันทึกการทดลอง แต่มันคือผังความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงถึง ‘คนคนนั้น’ ถ้าเราไม่รีบไปจากที่นี่ ความจริงทั้งหมดจะถูกทำลายไปพร้อมกับพวกเรา” เจ้าสัวบูรพาเหยียดยิ้ม “ความจริงงั้นหรือ? ความจริงก็เป็นแค่เรื่องตลกที่คนแพ้ชอบหยิบมาพูดกัน” เขาส่งสัญญาณมือเพียงนิดเดียว ร่างโคลนนิ่งนั้นก็พุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์! ผมตัดสินใจพุ่งเข้าขวางในเสี้ยววินาที แรงปะทะระหว่างเราสองคนส่งผลให้โต๊ะไม้โอ๊กตัวเขื่องพังยับเยิน เศษไม้กระจัดกระจายราวกับถูกระเบิด มือของผมล็อกคอเสื้อของเขาไว้ ขณะที่เขาเองก็สวนหมัดเข้าที่สีข้างของผมอย่างจัง ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่าง แต่สิ่งที่ทำให้ผมตกใจยิ่งกว่าคือ... สัมผัสจากผิวหนังของเขา มันไม่ใช่ผิวหนังของมนุษย์ปกติ แต่มันแข็งกระด้างและเย็นจัดเหมือนหินอ่อน “นายเป็นใครกันแน่” ผมเค้นถามขณะที่พยายามกดร่างเขาลงกับพื้น เขาสบตาผม ใบหน้าของเขาไม่มีความโกรธ ไม่มีแม้แต่ความรู้สึกนึกคิด เขาแค่กระซิบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ “ฉันคือ... รหัสผ่านที่หายไป” คำตอบนั้นทำให้ผมชะงักไปครู่หนึ่ง จังหวะที่เปิดช่องว่างให้เขาบิดตัวหลุดจากการเกาะกุมแล้วถีบผมจนกระเด็นไปกระแทกกับชั้นหนังสือ รินรดาฉวยโอกาสนั้นวิ่งไปที่มุมห้อง เธอเปิดหน้าสุดท้ายของสมุดบันทึกที่เปียกชื้นด้วยหยดเลือด มือของเธอที่สั่นเทาเริ่มลากนิ้วไปตามตัวอักษรโบราณที่แทรกซึมอยู่กับรหัสตัวเลข “ศิลา! ฉันอ่านมันออกแล้ว!” รินรดาตะโกนฝ่าความวุ่นวาย “รหัสผ่านนี้ไม่ใช่แค่ชุดตัวเลข แต่มันคือชื่อของสถานที่และ ‘คนที่สาม’ ที่คุณตามหามาตลอด!” เสียงของเธอดังสะท้อนไปทั่วห้อง พร้อมกับที่เธอกดสวิตช์ลับหลังชั้นหนังสือที่เธอเพิ่งถอดรหัสได้ เสียงกลไกเฟืองเหล็กขบกันดังสนั่นไปทั่วห้องโถง ผนังหินหนาทึบเริ่มแยกตัวออก เผยให้เห็นเส้นทางมืดมิดที่ทอดยาวลงสู่ใต้ดิน เจ้าสัวบูรพามีสีหน้าเปลี่ยนไปเป็นครั้งแรก ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายสิ้น เขารีบก้าวถอยหลังพลางตะโกนสั่ง “กำจัดมัน! อย่าให้มันเห็นสิ่งที่อยู่ข้างหลังนั่น!” ร่างโคลนนิ่งนั้นพุ่งตรงไปยังรินรดา ผมรีบคว้าเศษไม้จากโต๊ะที่พังลงมาเป็นอาวุธ กระโดดเข้าขวางทางเขาไว้ในนาทีสุดท้าย ปลายไม้แหลมจ่อเข้าที่ลำคอของเขา แต่เขากลับไม่หลบ เขาปล่อยให้ไม้แหลมทิ่มลึกลงไปจนเลือดสีแดงสดซึมออกมา... แต่ไม่ใช่เลือดสีแดงทั่วไป แต่มันเป็นของเหลวหนืดสีดำที่ส่งกลิ่นไหม้รุนแรง เขามองดูบาดแผลตัวเองด้วยความสงบ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผม แววตาที่เคยว่างเปล่าเริ่มมีความขัดแย้งปรากฏขึ้น เหมือนกับระบบบางอย่างในตัวเขากำลังรวน “นายไม่ใช่... ต้นฉบับ” เขาพูดติดขัด “และฉัน... ก็ไม่ใช่ภาพสะท้อน” เขาทรุดตัวลงกับพื้นก่อนจะหยิบเหรียญเงินเก่าคร่ำคร่าออกจากกระเป๋าเสื้อแล้วโยนมาให้ผม เหรียญนั้นมีสัญลักษณ์รูปมังกรที่คุ้นตา มันคือเหรียญเดียวกับที่ผมเก็บได้จากที่เกิดเหตุในวัยเด็ก เหรียญที่ผมคิดว่ามันหายไปตลอดกาล รินรดาคว้าแขนผมไว้ “ศิลา ไปเร็ว! ข้างล่างนั่น... มันมีสิ่งที่อธิบายว่าทำไมเราถึงมีใบหน้าที่เหมือนกัน และทำไมเจ้าสัวถึงต้องสร้างนายขึ้นมา!” ผมลังเล สายตาเหลือบไปมองเจ้าสัวบูรพาที่กำลังหยิบปืนพกออกมาจากสูทด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น ผมตัดสินใจคว้าเหรียญนั้นไว้แน่นแล้วกอดรินรดากระโดดลงไปในช่องลับที่เพิ่งเปิดออก ทิ้งให้โลกเบื้องบนกลายเป็นเพียงอดีตที่ค่อยๆ เลือนหายไปในความมืด ความเย็นจัดปะทะเข้ากับใบหน้าทันทีที่ก้าวพ้นขอบประตูลับ เราตกลงมาในห้องโถงที่เต็มไปด้วยแคปซูลแก้วเรียงรายราวกับสุสานกระจก ภายในแต่ละแคปซูลมีร่างของชายหนุ่มนับสิบคนที่มีใบหน้าเหมือนผมทุกประการนอนแน่นิ่งอยู่ แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจผมหยุดเต้น คือร่างในแคปซูลสุดท้ายที่อยู่ตรงกลางห้อง... ร่างนั้นไม่ใช่ร่างของผม แต่มันคือร่างของ ‘เจ้าสัวบูรพา’ ในวัยหนุ่มที่ใบหน้ามีรอยแผลเป็นแบบเดียวกับผมไม่มีผิดเพี้ยน และข้างๆ แคปซูลนั้น มีรูปถ่ายใบหนึ่งวางอยู่ มันเป็นรูปของผม... ในชุดทหารที่ผมจำไม่ได้ว่าเคยสวมใส่ ยืนคู่กับเจ้าสัวบูรพาที่ยิ้มให้กล้องอย่างอ่อนโยน ราวกับเราทั้งสองคนคือ... พ่อและลูก หวังว่าเรื่องราวในตอนนี้จะทำให้ท่านผู้อ่านตื่นเต้นและอยากร่วมค้นหาความจริงไปพร้อมกับศิลานะครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานของผมเสมอมาครับ ดรากอนไรเดอร์
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินมังกรทมิฬ: กู่ก้องเหนือสมรภูมิเพลิง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%