อัศวินมังกรทมิฬ: กู่ก้องเหนือสมรภูมิเพลิง•ตอนที่ 10

ห้องสมุดลับ

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
“ถ้าคุณก้าวพลาดเพียงก้าวเดียว เราทั้งคู่ไม่ได้เป็นแค่เครื่องสังเวยหรอกครับ แต่จะเป็นเพียงซากกระดูกที่ไม่มีใครจดจำชื่อได้เลย” เสียงกระซิบของศิลานั้นแผ่วเบาพอๆ กับจังหวะหัวใจที่เต้นรัวอยู่ในอก เขาหยุดยืนอยู่หน้าบานประตูไม้โอ๊คหนาหนักที่ถูกตอกตราประทับขี้ผึ้งสีแดงฉานเป็นรูปกงจักรโบราณ—สัญลักษณ์ของเขตหวงห้ามภายในหอสมุดกลางมหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่า ‘ห้องสมุดลับ’ สถานที่ซึ่งรวบรวมบันทึกที่ถูกลบหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์หลัก รินรดาไม่ตอบ แต่ดวงตาของเธอจับจ้องที่รอยหยักของแม่กุญแจกลไกไขลานที่ซับซ้อนเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะเข้าใจ เธอขยับแว่นสายตา มือเรียวบางสั่นระริกขณะหยิบอุปกรณ์โลหะชิ้นเล็กออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ท “เสียงดนตรีในงานเลี้ยงข้างบนนั่นเริ่มดังขึ้นแล้ว ศิลา... นั่นหมายความว่าเจ้าสัวบูรพากำลังประกาศชื่อผู้โชคร้ายคืนนี้” รินรดาแค่นยิ้มที่มุมปาก “เราเหลือเวลาไม่มาก ก่อนที่แขกเหรื่อจะเมามายจนเริ่มมองหา ‘เหยื่อ’ อย่างเราสองคน” “ผมจะคุ้มกันคุณเอง ขอแค่คุณทำในสิ่งที่ต้องทำ... เร็วเข้า” ศิลาหันหลังกลับ กวาดสายตาผ่านช่องว่างระหว่างชั้นวางหนังสือที่สูงตระหง่านราวกับป่าดงดิบเงาไม้ กลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่อบอวลอยู่ในอากาศชวนให้รู้สึกอึดอัด ราวกับว่าหนังสือแต่ละเล่มที่นี่กำลังจ้องมองพวกเขาทั้งคู่ด้วยสายตาที่จับผิด *แกร๊ก... กริ๊ก...* เสียงกลไกภายในประตูสอดประสานกันอย่างเชื่องช้า ก่อนที่มันจะแง้มเปิดออกเพียงเล็กน้อยพอให้ร่างของทั้งสองคนแทรกผ่านเข้าไปได้ ภายในนั้นไม่มีแสงสว่างจากโคมไฟ มีเพียงแสงจันทร์สีเงินยวงที่ลอดผ่านหน้าต่างทรงสูงแคบๆ ส่องให้เห็นฝุ่นละอองที่เต้นระบำอยู่ในอากาศ ห้องสมุดลับแห่งนี้ไม่ได้มีแค่หนังสือ แต่มันเต็มไปด้วยแท่นหินจารึกที่ดูเหมือนจะถูกเคลื่อนย้ายมาจากโบราณสถานแห่งใดแห่งหนึ่ง ศิลาเดินนำหน้า แสงจากไฟฉายขนาดเล็กในมือเขากวาดไปตามสันปกหนังหุ้มเหล็กที่ดูน่าสะพรึงกลัว “นั่นมัน...” ศิลาชะงัก สายตาเขาจับจ้องไปที่ชั้นวางด้านในสุด บนนั้นมีสมุดบันทึกเล่มหนึ่งที่มีรอยหยดเลือดแห้งกรังติดอยู่บนสันปก “รินรดา ดูนี่สิ นี่มันตราประจำตระกูลของผม” รินรดารีบปรี่เข้ามา เธอวางมือบนปกหนังสือเล่มนั้น แต่ทันทีที่สัมผัส เธอก็ถอยกรูดด้วยความตกใจ ใบหน้าของเธอซีดเผือด “ศิลา... อย่าแตะมัน! นี่ไม่ใช่สมุดจด แต่มันคือ ‘ทะเบียนรายชื่อ’ คนที่หายสาบสูญไปก่อนหน้านี้ทั้งหมด... และชื่อล่าสุดที่ถูกเขียนด้วยหมึกสดๆ คือชื่อของพวกเราสองคน!” ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงจังหวะลมหายใจที่หอบถี่ของทั้งสองคน ศิลาคว้าหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาเปิดดู มือเขาสั่นไหวเมื่อเห็นลายมือที่คุ้นตาอย่างประหลาด มันคือลายมือของพ่อเขาที่เสียชีวิตไปเมื่อสิบปีก่อน “นี่มันเป็นไปไม่ได้... พ่อผมตายไปแล้ว แต่บันทึกนี้เพิ่งเขียนเมื่อไม่กี่นาทีก่อน” ศิลากัดฟันแน่น ความทรงจำที่แตกกระจายในหัวเริ่มปะติดปะต่อกันเป็นภาพเหตุการณ์วันที่บ้านของเขาถูกเพลิงไหม้ สิ่งที่เขาเคยคิดว่าเป็นอุบัติเหตุ แท้จริงแล้วมันถูกบันทึกไว้ในสมุดเล่มนี้อย่างเป็นระบบ เหมือนรายการสินค้าที่ถูกจัดส่ง “เราต้องออกไปจากที่นี่” รินรดาคว้าแขนเขาไว้ “ศิลา ฟังนะ! คนที่คุมห้องสมุดนี้ไม่ได้มีแค่เจ้าสัวบูรพา แต่ยังมีคนอื่น... คนที่ทรงอิทธิพลกว่านั้น!” ทว่า ก่อนที่พวกเขาจะได้ก้าวเท้าออกจากโซนเงียบสงัด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก มันไม่ใช่เสียงเดินที่รีบร้อน แต่มันคือจังหวะที่มั่นคงและเชื่องช้าของคนที่รู้ดีว่า ‘เหยื่อ’ ไม่มีทางหนีพ้น เงาสีดำทาบผ่านช่องว่างของประตูเข้ามา กลิ่นยาสูบราคาแพงที่ลอยมาแตะจมูกทำให้ศิลาถึงกับหยุดชะงัก เขาจำกลิ่นนี้ได้ดี... กลิ่นที่ผูกติดอยู่กับความฝันร้ายในวัยเด็กเสมอมา “ยินดีต้อนรับสู่ห้องสมุดลับของฉันครับ... คุณศิลา” น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบดังกังวานออกมาจากความมืดมิดเบื้องหน้า ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มก้าวออกมาจากเงามืด ปืนพกกระบอกเล็กถูกถือไว้ในมืออย่างผ่อนคลาย เจ้าสัวบูรพายิ้มให้พวกเขาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเอ็นดูแบบที่ผู้ล่ามักมอบให้กับเหยื่อที่ติดบ่วง “และคุณก็เป็นแขกรับเชิญที่สำคัญที่สุดด้วย... เพราะในบันทึกเล่มนั้น หน้าสุดท้ายที่ยังว่างอยู่ คือที่ที่คุณต้องเซ็นชื่อด้วยเลือดของตัวเอง” เจ้าสัวก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ศิลาพยายามเอื้อมมือไปหยิบอาวุธที่ซ่อนไว้ แต่เขากลับพบว่าที่ข้างเอวของเขานั้นว่างเปล่า... ซองปืนถูกกรีดขาดด้วยมีดคมกริบตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบได้ รินรดาจ้องมองไปที่เบื้องหลังของเจ้าสัวบูรพา ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เพราะคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น... คือร่างของศิลาอีกคนหนึ่งที่มีใบหน้าเหมือนกับเขาทุกประการ แต่ในมือของอีกฝ่ายกลับถือมีดสั้นที่อาบไปด้วยหยดเลือดที่ยังไม่แห้งสนิท ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นที่สุดตอนนี้ แล้วพบกันตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินมังกรทมิฬ: กู่ก้องเหนือสมรภูมิเพลิง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%