กลิ่นไอของควันซิการ์ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมตระกูลอูดที่ลอยคลุ้งในห้องแต่งตัวพิเศษ ทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ศิลาจ้องมองเงาสะท้อนของตนเองในกระจกเงาบานใหญ่ ชายหนุ่มในชุดสูททักซิโด้สีดำสนิทตัดเย็บอย่างประณีตเข้ารูป แตกต่างจากชุดเซอร์ๆ ที่เขาเคยสวมใส่ราวกับเป็นคนละคน แววตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบฉายความเย็นชา ขณะที่นิ้วเรียวยาวกำลังจัดเนคไทผ้าไหมเนื้อดีให้เข้าที่
"อย่าเกร็งหัวไหล่แบบนั้นสครับ คุณศิลา" เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจดังขึ้นจากมุมห้อง รินรดาในชุดราตรีเกาะอกสีน้ำเงินเข้มลึกซับด้วยผ้าไหมออร์แกนซ่า เธอก้าวเท้าเข้ามาใกล้พร้อมกับยื่นหน้ากากขนนกสีทองปักลวดลายโบราณให้เขา "ในสายตาของคนนับร้อยที่มาร่วมงานคืนนี้ คุณไม่ใช่ชายหนุ่มผู้ไร้ตัวตนจากตรอกแคบๆ อีกต่อไป... แต่คุณคือ 'คุณภาคิน' ที่ปรึกษาด้านวัตถุโบราณคนสนิทของท่านทูต"
ศิลารับหน้ากากนั้นมาถือไว้ สัมผัสเย็นเฉียบของเนื้อโลหะและขนนกทำให้เขาสงบสติอารมณ์ลงได้บ้าง เขามองหญิงสาวผ่านเงาสนทนาในกระจก "แล้วถ้าเกิดการตรวจสอบรหัสผ่านหน้าประตูเกิดขึ้นล่ะครับริน... ระบบรักษาความปลอดภัยของเจ้าสัวบูรพาขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวด การปลอมแปลงเอกสารเชิญในคืนนี้ อาจพาเราไปสู่จุดจบเร็วกว่าที่คิด"
รินรดายิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ซ่อนความกดดันมหาศาลเอาไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็น เธอยื่นบัตรเชิญเคลือบทองคำแท้ที่มีตราประทับลายนูนของตระกูลบูรพาให้เขา "ความกลัวไม่เคยช่วยให้เราไขความจริงเรื่องความทรงจำที่หายไปของคุณได้หรอกครับ... อีกอย่าง ฉันแฮกเข้าระบบฐานข้อมูลของคฤหาสน์หลังนี้เรียบร้อยแล้ว บัตรเชิญใบนี้มีรหัสคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ตรงกับแขกวีไอพีทุกประการ ขอแค่คุณทำตัวให้กลมกลืน เดินให้สง่างาม และอย่าหลบตาใคร"
เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงแผ่วเบาลอยมาจากห้องโถงใหญ่ชั้นล่าง เสียงหัวเราะและการสนทนาภาษาต่างประเทศดังแว่วมาเป็นระยะ ยิ่งตอกย้ำว่าประตูเหล็กดัดบานใหญ่ที่กั้นระหว่างพวกเขากับเป้าหมายกำลังรออยู่
เมื่อประตูห้องแต่งตัวเปิดออก ทั้งสองก้าวเดินเคียงคู่กันลงสู่บันไดวนหินอ่อนที่ทอดยาวลงสู่โถงจัดเลี้ยงเบื้องล่าง แสงไฟจากแชนเดอเลียร์คริสตัลระยิบระยับสาดส่องกระทบกับเครื่องเพชรราคาแพงของผู้คนที่เดินขวักไขว่ ศิลากวาดสายตาคมกริบสำรวจพื้นที่อย่างเงียบเชียบ ทหารยามในชุดสูทสากลติดอาวุธซ่อนรูปยืนประจำการทุกมุมเสา ระบบกล้องวงจรปิดมุมสูงกวาดมองทั่วทิศทางราวกับดวงตาของเหยี่ยว
ด่านแรกคือซุ้มตรวจบัตรเชิญด้านหน้าห้องโถงใหญ่ ชายร่างใหญ่หน้าตาถมึงทึงสวมสูทสีดำสนิทสองคนยืนขวางทางก้าวเดิน สายตาดุดันจ้องมองแขกผู้มาเยือนราวกับจะทะลุผ่านเนื้อผ้า
"ขออภัยครับท่าน... กรุณาสแกนบัตรเชิญด้วยครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างแข็งกร้าว มือข้างหนึ่งวางทราบไว้ที่สะโพกตรงจุดที่ซ่อนซองปืนพกเอาไว้
ศิลาไม่ได้แสดงอาการประหม่าแม้แต่น้อย เขายื่นบัตรเชิญสีทองในมือให้อย่างมั่นใจ ใบหน้าเรียบเฉยราਤกับไร้ความรู้สึกใดๆ ร่างสูงสง่าในชุดสูททักซิโด้แผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาโดยธรรมชาติ ชายฉกรรจ์รับบัตรไปเสียบเข้ากับเครื่องอ่านสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก
*ปี๊บ...*
เสียงสัญญาณไฟสีเขียวสว่างวาบขึ้น พร้อมกับเสียงสังเคราะห์ที่ดังเบาๆ ว่า 'ยืนยันตัวตนสำเร็จ'
การ์ดร่างยักษ์โค้งศีรษะลงเล็กน้อยด้วยความเคารพทันที "ขออภัยในความไม่สะดวกครับ เชิญท่าน... และคุณผู้หญิงเข้าสู่ค่ำคืนแห่งเกียรติยศของท่านเจ้าสัวได้เลยครับ"
ศิลาพยักหน้ารับสั้นๆ ก่อนจะผายมือให้รินรดารับแขกควงแขนเดินผ่านพ้นด่านแรกมาได้อย่างราบรื่น ทว่า ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาสู่ใจกลางงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของอำนาจและเงินตรา ขนลุกเกรียวก็แล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลังของชายหนุ่ม
สายตาคู่หนึ่งจากชั้นลอยของระเบียงชั้นสองกำลังจ้องมองลงมา... สายตาที่นิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมและเต็มไปด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่อ่านไม่ออก
เจ้าสัวบูรพายืนถือแก้วไวน์สีแดงเข้มอยู่ในมือ เสื้อผ้าหน้าผมเนี๊ยบกริบ แม้จะมีอายุมากแล้วแต่แววตานั้นยังคงทรงพลังและดุดันราวกับพญาอินทรีที่รอขย้ำเหยื่อ ร่างสูงวัยนั้นไม่ได้หลบสายตากับศิลาเลยแม้แต่น้อย ราวกับกำลังรอคอยการมาถึงของ 'แขกที่ไม่ได้รับเชิญ' คนนี้มานานแล้ว
รินรดากระชับมือที่คล้องแขนศิลารวมกันแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว เธอสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดที่แผ่ออกมาจากกล้ามเนื้อของชายหนุ่มข้างกาย "ศิลา... เขากำลังมองมาที่เรา"
ศิลาไม่ตอบคำถามนั้น ดวงตาคมกริบจ้องตอบกลับไปยังเจ้าสัวบูรพาด้วยความนิ่งสงบ ทว่าในใจกลับระอุด้วยไฟแห่งความแค้นที่ถูกจุดขึ้นอีกครั้งจากบาดแผลในอดีตที่ค่อยๆ ชัดเจนขึ้นในหัว
ก่อนที่เจ้าสัวบูรพาจะยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มพร้อมกับส่งยิ้มมุมปากให้ ชายชราก็ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นกดส่งข้อความบางอย่าง ทันใดนั้น หน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของศิลาก็สั่นเตือนขึ้นมาเบาๆ พร้อมกับเสียงข้อความเข้า
ศิลาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูอย่างช้าๆ หน้าจอปรากฏภาพถ่ายหน้าตรงของเขาในวัยเด็ก ที่ยืนอยู่หน้าคฤหาสน์หลังเก่าในวันที่เพลิงไหม้... พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาลมหายใจของเขาสะดุดกึก
*"ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... เจ้าหนู ศิลา ฉันรอแกมานานเหลือเกิน"*
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับความเข้มข้นในตอนนี้นะครับ ดรากอนไรเดอร์จะรีบกลับมาต่อตอนหน้าให้เร็วที่สุดครับ!
อัศวินมังกรทมิฬ: กู่ก้องเหนือสมรภูมิเพลิง•ตอนที่ 40
ผ่านด่านตรวจ
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินมังกรทมิฬ: กู่ก้องเหนือสมรภูมิเพลิง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!