กลิ่นอับชื้นของคอยล์เย็นและคราบน้ำมันเครื่องเก่าๆ ลอยอวลอยู่ในความมืดทึบของโกดังหมายเลขสี่ เสียงหยดน้ำจากหลังคารั่วกระทบลงบนถังน้ำมันเหล็กดัง "ติ๊ง... ติ๊ง..." เป็นจังหวะที่ช่วยตอกย้ำความเงียบงันอันน่าอึดอัด
ศิลา, สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกของด้ามปืนพกเหล็กกล้าในมือ
คำพูดของเจ้าสัวบูรพาจากตอนที่แล้วยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท *“...ไม่ได้อยู่ที่นี่หรอกศิลา... แต่มันอยู่ในหัวใจที่เน่าเฟะของคนที่คุณไว้วางใจที่สุดต่างหากล่ะ”*
ภาพใบหน้าของรินรดาแวบเข้ามาในห้วงความคิด ชั่วขณะหนึ่ง... ความลังเลสายหนึ่งพาดผ่านดวงตาคมกริบของชายหนุ่ม เขาไม่ใช่คนหูเบา แต่ในโลกที่ความจริงถูกบิดเบือนด้วยอำนาจเงินและความตาย ความหวาดระแวงคือเกราะคุ้มกันเดียวที่เหลืออยู่
"นายศิลา... ทางนี้ปลอดภัยครับ"
เสียงกระซิบแหบพร่าของทีมหน่วยรบเงา ดังมาจากมุมมืดของลังสินค้าขนาดใหญ่ที่ตั้งเรียงรายเป็นเขาวงกต ศิลาพยักหน้ารับช้าๆ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติกลับมาสู่สถานการณ์เฉพาะหน้า ที่นี่คือคลังสินค้าลับของกลุ่มบูรพา โลจิสติกส์ จุดศูนย์กลางของการฟอกเงินและขน
"เช็กระบบกล้องวงจรปิดหรือยัง" ศิลาเอ่ยถาม เสียงของเขาต่ำ นิ่งสนิทไร้ความลังเล
"เรียบร้อยครับ สัญญาณถูกตัดไปตั้งแต่ห้านาทีก่อน ตอนนี้พวกมันยังไม่รู้ตัวว่าเราเข้ามา" ทีมงานตอบพร้อมกระชับปืนในมือ
ทว่า... ศิลากลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง บรรยากาศเงียบเกินไป ความเงียบที่เหมือนกับสัตว์นักล่ากำลังซุ่มรอเหยื่อเดินเข้าสู่กรง
เปร้ง!
เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นมาจากโซนด้านหลังของโกดัง ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ที่วิ่งกรูเข้ามาล้อมรอบพวกเขาทั้งสี่คนในพริบตา แสงไฟสปอตไลท์แรงสูงหลายดวงสาดส่องลงมาจากคานเหล็กด้านบน ทะลวงความมืดมิดจนทุกคนต้องยกมือขึ้นปัดป้องแสงจ้า
"ยินดีต้อนรับสู่หลุมศพของแกนะ คุณนักสืบผู้รักความยุติธรรม"
เสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นดังมาจากด้านบนตู้คอนเทนเนอร์ชั้นที่สอง เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากหลังบังเกอร์ ร่างนั้นสวมสูทสีเข้มเนียบ ไร้รอยยับ แต่รอยยิ้มที่มุมปากช่างอาบยาพิษ เจ้าสัวบูรพายืนมองลงมาด้วยสายตาของพระเจ้าผู้กำหนดความเป็นความตาย
ศิลาหรี่ตาลง ปรับสายตาให้คุ้นชินกับแสงไฟ ปืนในมือถูกยกขึ้นเล็งตรงไปที่หน้าอกของอีกฝ่ายทันทีโดยไม่ลังเล "ปล่อยรินรดาซะ แล้วแกจะมีโอกาสได้พูดคำสุดท้าย"
"ฮ่าๆๆๆ..." เจ้าสัวบูรพาหัวسเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "แกนี่มันโง่เขลาเสียจริงศิลา แกคิดว่าผู้หญิงคนนั้นถูกฉันลักพาตัวมางั้นหรือ? แกคิดว่าเธอเป็นเหยื่อผู้บริสุทธิ์ที่ต้องให้แกมาปกป้องจริงๆ หรืออย่างไร?"
หัวใจของศิลาตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ชั่ววินาทีนั้น โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน
*“...อยู่ในหัวใจที่เน่าเฟะของคนที่คุณไว้วางใจที่สุด...”*
คำพูดนั้นกลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง ศิลาหันไปมองทีมงานข้างกายที่ยืนก้มหน้าเงียบ ความผิดปกติบางอย่างแล่นแปลบขึ้นมาในสันหลัง ทำไมหน่วยรบเงาถึงนำทางพวกเขามาที่จุดอับสายตาได้อย่างแม่นยำขนาดนี้? ทำไมศัตรูถึงรู้เวลาที่พวกเขาเจาะระบบกล้องวงจรปิดได้พอดิบพอดี?
"หมายความว่ายังไง..." ศิลาเค้นเสียงถาม ร่างกายเริ่มเกร็งเครียด ความโกรธและความเจ็บปวดผสมปนเปกันจนแทบแยกไม่ออก
"ถามคนที่ยืนอยู่ข้างหลังแกดูสิครับ..." เจ้าสัวบูรพายกมือขึ้นโบกเล็กน้อย
ศิลาไม่รอช้า เขาหวลตัวกลับพร้อมกระบอกปืนที่จ่อตรงไปที่หน้าผากของลูกน้องคนสนิทที่ยืนอยู่เบื้องหลังทันที แต่ทว่า... ปลายกระบอกปืนอีกกระบอกหนึ่ง กลับถูกยกขึ้นมาจ่อเข้าที่ขมับของเขาเองจากด้านข้างอย่างรวดเร็วราวกับภูตผี
รอยยิ้มเยдяเยือกปรากฏบนใบหน้าของลูกน้องมือหนึ่งที่ศิลาไว้วางใจที่สุดมาตลอดสามปี
"ขอโทษด้วยนะศิลา... นายท่านให้ราคาสูงกว่าที่นายให้เยอะ"
บรรยากาศในโกดังเย็นยะเยือกขึ้นมาทันตาเห็น เสียงหยดน้ำฝนยังคงดังติ๊งๆ แต่ทว่าเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของศิราดังกลบทุกสรรพเสียง ความไว้วางใจที่เคยมีถูกหักสะบั้นลงในชั่วพริบตาเดียว
ทว่า ในวินาทีที่ความตายอยู่ห่างแค่เอื้อม เสียงฝีเท้าฝีเท้าหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากประตูเหล็กด้านหน้าสุดของโกดัง เป็นเสียงรองเท้าส้นสูงที่ก้าวเข้ามาอย่างมั่นคง ท่ามกลางกระสุนและคมอาวุธ
ร่างเพรียวบางในชุดโค้ทสีดำสนิทก้าวเดินเข้ามา แสงไฟสปอตไลท์สาดกระทบใบหน้าด้านข้างที่เรียบนิ่งและเย็นชา ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันว่างเปล่าจนน่ากลัว
ศิลาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อสายตา เมื่อเห็นว่าใครคือผู้ที่เดินเข้ามาท่ามกลางวงล้อมมรณะนี้
"ริน... รินรดา?" ศิลาครางชื่อนั้นออกมาเบาหวิว ราวกับเสียงกระซิบจากคนใกล้ตาย
รินรดากวาดสายตามองสถานการณ์ทั้งหมดด้วยรอยยิ้มที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต ก่อนที่เธอจะเดินตรงเข้าไปยืนเคียงข้างเจ้าสัวบูรพาอย่างสนิทสนม พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกของศิลาพังทลายลงมาทั้งแถบ
"ขอโทษด้วยนะศิลา... แต่ความทรงจำที่คุณตามหาน่ะ ฉันเป็นคนลบมันออกไปจากหัวสมองของคุณเองแหละ"
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับ "เงามายาใต้รอยจารึก" ตอนที่ 48 นี้ด้วยนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
อัศวินมังกรทมิฬ: กู่ก้องเหนือสมรภูมิเพลิง•ตอนที่ 48
เปิดฉากปะทะ
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินมังกรทมิฬ: กู่ก้องเหนือสมรภูมิเพลิง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!