อัศวินมังกรทมิฬ: กู่ก้องเหนือสมรภูมิเพลิง•ตอนที่ 18

เชื่อมโยงความจริง

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
“อย่าขยับ... ถ้าไม่อยากให้เสียงหัวใจของคุณกลายเป็นเสียงสุดท้ายที่ได้ยินบนดาดฟ้าเรือลำนี้” เสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบดังขึ้นจากมุมมืดหลังปล่องระบายอากาศ ศิลานิ่งค้าง ร่างกายที่เคยฝึกฝนมาอย่างดีเกร็งตัวขึ้นตามสัญชาตญาณ กลิ่นเขม่าปืนจางๆ ลอยมาปะทะจมูก กลิ่นเดียวกับที่ฝังรากลึกอยู่ในความทรงจำที่บิดเบี้ยวของเขาเมื่อสิบห้าปีก่อน กลิ่นแห่งความตายที่เคยพรากพ่อไปจากชีวิต ศิลาค่อยๆ หมุนตัวกลับไปช้าๆ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองเงาร่างที่ยืนตระหง่านอยู่ใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านม่านหมอกทะเล ชายคนนั้นไม่ได้ปิดบังใบหน้า เขาสวมชุดแจ็คเก็ตหนังสีดำสนิท ใบหน้าซีกหนึ่งถูกเงาบดบัง แต่แววตาที่เย็นชาเหมือนศิลาไม่ต่างจากชื่อของเขา ทำให้ชายหนุ่มตระหนักได้ทันทีว่า นี่ไม่ใช่เหตุบังเอิญ “แกตามฉันมานานแค่ไหนแล้ว” ศิลาถาม เสียงของเขาเรียบนิ่งแต่แฝงด้วยความกดดัน ชายในเงาหัวเราะหึในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและน่ารังเกียจ “นานพอที่จะเห็นเด็กน้อยที่ร้องไห้ในกองเพลิงวันนั้น เติบโตขึ้นมาเป็นชายหนุ่มที่พยายามไขว่คว้าหาความจริงที่ไม่มีวันเป็นของตัวเอง” ในจังหวะนั้นเอง ภาพในหัวของศิลากระตุกวูบ เหมือนฟิล์มเก่าที่ขาดวิ่นแล้วถูกเชื่อมต่อใหม่ เสียงปืนดังขึ้นกึกก้องในโสตประสาท ความร้อนของเปลวไฟที่แผดเผาบ้านเก่าในวัยเด็กสาดซัดเข้ามา เขารู้สึกเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากลงไปในห้วงเหวแห่งอดีต “พ่อไม่ได้ฆ่าตัวตาย...” ศิลาพึมพำ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเมื่อความทรงจำที่เคยพร่าเลือนเริ่มชัดเจนขึ้น “แก... แกคือคนที่อยู่ในเหตุการณ์คืนนั้น แกคือคนที่ส่งปืนให้พ่อ” “ฉลาดขึ้นนี่” ชายในเงามันลดปืนลงเล็กน้อย “แต่ความจริงไม่ใช่สิ่งที่แกควรจะรู้ ศิลา ทุกอย่างที่แกพยายามจะเชื่อมโยง... มันมีจุดจบเดียวเท่านั้น คือสุสานใต้ก้นทะเลนี้” ขณะเดียวกัน ภายในห้องควบคุมเรือที่อยู่ถัดลงไป รินรดากำลังนั่งอยู่หน้าจอโน้ตบุ๊กที่แสดงแผนที่การเดินเรือและรหัสลับที่เธอเพิ่งถอดได้จากบันทึกของพ่อศิลา เหงื่อกาฬไหลซึมตามขมับ เธอรู้ดีว่าหากศิลาไปเผชิญหน้ากับคนผู้นั้นเพียงลำพัง ทุกสิ่งที่พวกเขาเพียรพยายามมาจะสูญเปล่า “ศิลา... นายต้องกลับมานะ” เธอพึมพำกับตัวเอง ขณะที่นิ้วเรียวรัวบนคีย์บอร์ดเพื่อตัดสัญญาณสื่อสารรอบบริเวณดาดฟ้าเรือ แต่แล้วเธอก็ชะงัก สายตาปะทะกับข้อความที่เพิ่งเด้งขึ้นมาบนหน้าจอ—มันไม่ใช่รหัสลับของพ่อศิลา แต่มันคือรายชื่อบัญชีโอนเงินที่เชื่อมโยงถึง ‘เจ้าสัวบูรพา’ และรหัสประจำตัวของคนที่เพิ่งลั่นไกปืนบนดาดฟ้า ไม่ใช่ศัตรูที่อยู่ข้างนอกนั่นเพียงคนเดียว แต่นี่คือแผนที่วางไว้เพื่อล่อให้ศิลาติดกับ! รินรดารีบคว้าวิทยุสื่อสาร “ศิลา! ถอยออกมา! นั่นไม่ใช่แค่คนของเจ้าสัว แต่มันคือกับดักทางข้อมูล นายกำลังจะถูกปิดปากในฐานะพยานเพียงคนเดียวที่รู้รหัสลับนั้น!” เสียงซ่าของวิทยุดังตอบกลับมา ก่อนที่เสียงปืนนัดหนึ่งจะแผดก้องขึ้นบนดาดฟ้าเรือ ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่วิ่งวนอยู่เหนือหัวเธอ ศิลาไม่ได้ตอบกลับ เขากำลังยืนเผชิญหน้ากับชายในเงา โดยมีเพียงระยะห่างไม่กี่ก้าวที่เป็นเส้นแบ่งระหว่างความตายกับความลับ ศิลาขยับตัวด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ เขาพุ่งเข้าใส่ชายคนนั้นพร้อมกับคว้าข้อมือที่ถือปืนไว้แน่น ทั้งคู่ยื้อยุดกันท่ามกลางลมทะเลที่พัดกระหน่ำ ศิลาเห็นรอยสักรูปมังกรพันดาบที่ข้อมือของอีกฝ่าย... รอยสักเดียวกับที่เขาเคยเห็นในจดหมายขู่ฉบับสุดท้ายที่ได้รับก่อนจะสูญเสียความทรงจำ “รอยสักนี้...” ศิลากัดฟันแน่น แรงกดดันมหาศาลทำให้เขารู้สึกเหมือนวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง “แกคือคนที่เจ้าสัวส่งมาเพื่อทำลายหลักฐานชิ้นสุดท้าย!” “หลักฐานชิ้นสุดท้ายไม่ได้อยู่ที่เอกสาร...” ชายในเงาเอ่ยขณะออกแรงบิดข้อมือศิลาจนได้ยินเสียงกระดูกลั่น “แต่มันอยู่ในสมองที่ว่างเปล่าของแกต่างหากล่ะศิลา!” เขากระชากศิลาเข้าหาตัวแล้วกระซิบด้วยเสียงที่เหี้ยมเกรียม “แกอยากรู้ความจริงใช่ไหม? ได้... ไปถามพ่อของแกที่นรกเอาเองเถอะ!” ทว่าในจังหวะที่ชายในเงามั่นใจว่าเขาเป็นผู้คุมเกม ศิลากลับยิ้มออกมา... เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของคนอ่านต้องกระตุก เพราะเขารู้แล้วว่าทำไมรินรดาถึงเตือนเขา ศิลาไม่ได้มาที่นี่เพื่อสู้ แต่เขามาเพื่อ ‘ทิ้งร่องรอย’ เขาปล่อยมือที่ยื้อยุดปืนแล้วพลิกตัวกระโดดข้ามรั้วกั้นดาดฟ้าเรือ ร่างของเขาหายลับไปในความมืดมิดของผืนน้ำเบื้องล่าง ทิ้งให้ชายในเงานิ่งอึ้งอยู่ชั่วขณะ เพราะในมือของชายในเงาตอนนี้ ไม่ใช่ปืน... แต่เป็นเครื่องดักฟังที่ศิลาฉกมาได้ในเสี้ยววินาทีที่ปะทะกัน เสียงสัญญาณเตือนภัยดังระงมไปทั่วลำเรือ พร้อมกับร่างของลูกน้องเจ้าสัวบูรพาสิบกว่าคนที่แห่กันขึ้นมาบนดาดฟ้าตามเสียงรบกวนที่ศิลาแอบเปิดไว้ก่อนหน้านี้ รินรดาปรากฏตัวขึ้นที่ประตูทางออก มือถือแท็บเล็ตที่เชื่อมต่อระบบควบคุมเรือไว้แน่น เธอมองชายในเงาด้วยสายตาเย็นชา “คุณพลาดแล้วครับ” รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ แทนศิลาที่หายไป “เพราะสิ่งที่ศิลาทิ้งไว้ให้คุณ ไม่ใช่แค่ความตาย... แต่คือตำแหน่งที่ตั้งของฐานข้อมูลลับที่คุณเพิ่งส่งสัญญาณไปบอกเจ้าสัว” ชายในเงาหน้าถอดสีเมื่อหันไปเห็นหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่รินรดาถืออยู่ มันแสดงผลการระบุพิกัดที่แท้จริงของ ‘เจ้าสัวบูรพา’ ที่ไม่ใช่เกาะส่วนตัวอย่างที่ทุกคนเข้าใจ แต่เป็นสถานที่ที่ศิลาเฝ้าตามหามาตลอดสิบห้าปี—บ้านหลังเดิมที่เขาเคยถูกพรากจากมา เสียงปืนนัดสุดท้ายดังขึ้น แต่ไม่ใช่จากชายในเงา... หากแต่เป็นเสียงจากปืนของศิลาที่โผล่ขึ้นมาจากขอบเรืออีกด้านหนึ่ง กระสุนถากผ่านหน้าชายคนนั้นจนเลือดอาบ ก่อนที่ศิลาจะกระโดดขึ้นมาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้งด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ความทรงจำทั้งหมดไม่ได้กลับมาแค่บางส่วน แต่มันกลับมาทั้งหมด... ชัดเจนจนน่าสะพรึงกลัว ศิลาขยับปืนในมือเล็งไปที่กลางหน้าผากของศัตรูตรงหน้า แล้วเอ่ยคำพูดที่ทำให้ความจริงทุกอย่างพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ “คนที่ฆ่าพ่อฉัน... ไม่ใช่แก... แต่คือคนคนเดียวกับที่สั่งให้แกมาตามล่าฉันในวันนี้... เจ้าสัวบูรพาคือใครกันแน่... ในเมื่อป้ายชื่อบนหลุมศพพ่อฉัน... คือชื่อเดียวกับที่สลักอยู่บนแหวนนิ้วก้อยของแก!” ดรากอนไรเดอร์หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นและร่วมค้นหาความจริงไปกับศิลาในบทถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินมังกรทมิฬ: กู่ก้องเหนือสมรภูมิเพลิง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%