อัศวินมังกรทมิฬ: กู่ก้องเหนือสมรภูมิเพลิง•ตอนที่ 25

ห้องลับใต้ดิน

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
“อย่าได้ขยับ” เสียงกระซิบแหบพร่าของศิลาดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดที่กดทับประสาทสัมผัส เขาคว้าข้อมือของรินรดาไว้แน่น แรงบีบนั้นบอกถึงความตึงเครียดที่เขาส่งผ่านไปยังหญิงสาวผู้เป็นดั่งเข็มทิศในชีวิตที่ว่างเปล่าของเขา ในความมืดสนิทใต้พื้นดินของคฤหาสน์ร้าง กลิ่นอับชื้นผสมกับกลิ่นไอของสนิมเหล็กเตะจมูกอย่างรุนแรง “ศิลา... คุณได้ยินไหม” รินรดากระซิบตอบ ลมหายใจของเธอสั่นเครือ “เสียงฝีเท้าข้างบนนั่น... ไม่ใช่แค่คนเดียว” ศิลาไม่ตอบ เขากลั้นหายใจ ฟังเสียงรองเท้าหนังที่กระทบพื้นหินด้านบนอย่างเป็นจังหวะ เจ้าสัวบูรพาอาจกำลังเดินตรวจตราพื้นที่ แต่ที่นี่... เบื้องล่างของผืนดินที่พวกเขาเพิ่งเปิดประตูเหล็กกล้าเข้ามา คือเขตแดนที่ไม่มีใครในโลกภายนอกควรรู้จัก เขากดไฟฉายขนาดจิ๋วที่เตรียมมา แสงสีขาวนวลพุ่งผ่านความมืด เผยให้เห็นภาพที่ทำให้ศิลาต้องหยุดชะงัก ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อแสงไฟตกกระทบกับผนังหินที่เรียงรายไปด้วยชั้นวางเหล็ก บนชั้นเหล็กเหล่านั้นไม่ได้มีเพียงแค่เอกสารหรือบันทึก แต่มันคืออาวุธ—มีดสั้นเล่มเดียวกับที่เขาเคยใช้ในฝันร้ายนับครั้งไม่ถ้วน ด้ามจับสีดำสนิทประทับตราสัญลักษณ์รูปมังกรที่บิดเบี้ยว วางคู่กับสมุดบันทึกปกหนังเก่าคร่ำที่เขารู้ดีว่ามันคืออะไร “คุณจำมันได้ใช่ไหม?” รินรดาถามเบาๆ มือของเธอเอื้อมไปแตะขอบโต๊ะทำงานตัวเขื่องกลางห้อง “สัญลักษณ์นี่... ศิลา นี่มันไม่ใช่แค่ห้องเก็บของ แต่มันคือห้องทำภารกิจของคุณในอดีต” ศิลาเดินเข้าไปหาโต๊ะตัวนั้นราวกับคนละเมอ เขาวางมือบนพื้นผิวที่เต็มไปด้วยฝุ่น ร่องรอยของการขีดเขียนและคราบจางๆ ของสิ่งที่ดูเหมือนเลือดแห้งกรังยังคงอยู่ เขาหยิบสมุดบันทึกเล่มนั้นขึ้นมา นิ้วมือสั่นเทาขณะเปิดหน้ากระดาษที่กรอบบาง ลายมือของเขาเอง... ลายมือที่เขาพยายามลบออกจากความทรงจำ ปรากฏเด่นชัดอยู่บนหน้ากระดาษ *‘วันที่ 14 ธันวาคม... หากบันทึกนี้ถึงมือข้าพเจ้าอีกครั้ง จงจำไว้ว่าความจงรักภักดีคือคำลวง และความทรงจำที่หายไปคือเกราะคุ้มกันเพียงหนึ่งเดียวที่ข้าพเจ้าเหลืออยู่’* “ความทรงจำที่หายไปคือเกราะคุ้มกัน...” ศิลาทวนคำ เสียงของเขาขรึมและลึกซึ้ง “ริน... ผมไม่ได้ลืมมันเพราะอุบัติเหตุ แต่ผมเลือกที่จะลืมมันเอง เพื่อปกป้องใครบางคน” “ปกป้องใคร?” รินรดาถามพลางส่องไฟไปที่แฟ้มเอกสารที่เปิดค้างไว้ข้างๆ “ศิลา ดูนี่... รูปถ่ายใบนี้” ศิลาหันไปมอง ภาพถ่ายใบเก่าที่มีรอยยับย่นเผยให้เห็นเด็กชายสองคนยืนเคียงคู่กันหน้าคฤหาสน์หลังหนึ่ง เด็กชายคนหนึ่งคือตัวเขาในวัยเยาว์ ส่วนอีกคน... คือคนที่เขาเพิ่งจะกระชากหน้ากากในความขัดแย้งเมื่อหลายปีก่อน หัวใจของศิลาเต้นผิดจังหวะ อดีตที่พยายามกลบฝังเริ่มทะลักทลายออกมาดั่งเขื่อนที่พังทลาย เขาไม่ได้สู้กับเจ้าสัวบูรพาเพียงเพื่อแก้แค้นให้ใครคนอื่น แต่นี่คือการเผชิญหน้ากับบาปกรรมของตัวเองที่ผูกติดอยู่กับคนผู้นี้มาโดยตลอด ทันใดนั้น เสียงกลไกบางอย่างทำงานขึ้นเบื้องบน เสียงแกรกของเฟืองเหล็กที่หมุนวนดังสนั่นลงมาถึงห้องใต้ดิน ก่อนที่ประตูเหล็กที่พวกเขาส่งผ่านมาจะปิดลงอย่างรวดเร็ว “เราถูกปิดตาย” ศิลาพูดพลางหยิบมีดสั้นคู่ใจขึ้นมา กริชเล่มนั้นส่องประกายวาววับในความมืดราวกับมันโหยหาเลือดของเจ้าของเก่า “ริน ถอยไปอยู่หลังผม” เสียงหัวเราะทุ้มต่ำและเยือกเย็นดังแว่วมาจากลำโพงที่ซ่อนอยู่ตามมุมห้อง เสียงที่ศิลาจำได้ขึ้นใจ เสียงของคนที่บงการชีวิตเขามาตลอดสิบปี “ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ลูกชาย” ศิลาชะงักกึก ความจริงที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยจารึกดูเหมือนจะคมกริบยิ่งกว่าใบมีดในมือ เขาหันไปสบตารินรดาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่ความสับสน แต่เป็นความเย็นชาที่เด็ดขาดกว่าครั้งไหนๆ เพราะความลับที่ซ่อนอยู่ในสมุดบันทึกเล่มนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องราวของศัตรู แต่มันคือหลักฐานว่าตัวเขาเอง... คือผู้สมรู้ร่วมคิดในเหตุการณ์นองเลือดที่เขากำลังพยายามสะสาง ผมหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับจุดเปลี่ยนของเรื่องในบทนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ ดรากอนไรเดอร์
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินมังกรทมิฬ: กู่ก้องเหนือสมรภูมิเพลิง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%