ภัณฑารักษ์ไร้เงากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย•ตอนที่ 4

รอยร้าวบนกระจกเงา

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
"คุณยังมีหน้ามาเหยียบที่นี่อีกหรือคะ ธันวา" เสียงหวานใสที่เจือไปด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องจัดแสดงนิทรรศการส่วน รินรดายืนพิงตู้กระจกจัดแสดงวัตถุโบราณ ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทขับเน้นให้ผิวขาวราวกระเบื้องเคลือบดูโดดเด่น ดวงตาคู่คมกริบไม่ได้สะท้อนความหวาดกลัวหรือแม้แต่ความอาลัยอาวรณ์ มีเพียงความว่างเปล่าที่ลึกล้ำและคมปลาบราวกับกระจกเงาที่พร้อมจะบาดลึกทุกผู้คนที่กล้าจ้องมอง ธันวาชะงักฝีเท้าลง ห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว ชายหนุ่มผู้เคยหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีและมองข้ามหัวเธอมาตลอดหลายปี บัดนี้ไหล่กว้างนั้นห่อลู่ลง ใบหน้าคมคายมีร่องรอยความเหนื่อยล้าและรอยเคราจางๆ ที่ไม่ได้โกน แววตาของเขาไหวระริกยามกวาดมองอดีตภรรยา—ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าไม่มีค่าพอจะใส่ใจ แต่ในยามนี้เธอกลับสง่างามและทรงพลังเสียจนเขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงเศษฝุ่น "ริน... ผมแค่อยากมาคุยกับคุณเรื่องจดหมายฉบับนั้น" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าอย่างคนไม่ได้นอนมาหลายคืน "จดหมายทวงคืนสิทธิ์ในกองมรดก หรือจดหมายสารภาพบาปจอมปลอมที่คุณเขียนขึ้นเพื่อหลอกตัวเองคะ?" รินรดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา มันช่างเยียบเย็นและบาดลึกเสียจนธันวาต้องกั๊กหายใจ "คุณน่าจะรู้ดีที่สุดนะคะ ธันวา ว่าคนอย่างฉัน... ไม่เคยหันหลังกลับไปเก็บกวาดซากปรักหักพังที่คุณเป็นคนทุบทำลายหรอกค่ะ" คำพูดนั้นกรีดลงบนหัวใจของอดีตสามีอย่างแม่นยำ ธันวากัดกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ความรู้สึกผิดบาปที่เขาแบกรับไว้ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา—ความลับอันดำมืดที่เขาพยายามปกปิดโดยยอมสวมบทบาทเป็นสามีใจร้ายและคนเลวในสายตาเธอ เพื่อไม่ให้เธอต้องรับรู้ความจริงอันโหดร้ายเกี่ยวกับตระกูลของเธอเอง—กำลังย้อนกลับมาแผดเผาเขาให้แหลقสลาย เขารู้ดีว่าเขาสมควรได้รับความเกลียดชังนี้ แต่มันช่างเจ็บปวดเหลือเกิน... เจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออก เมื่อได้เห็นแววตาที่ว่างเปล่าไร้เยื่อใยจากผู้หญิงที่เขาเคยทำร้ายจิตใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าในอดีต "ผมรู้ว่าผมทำเลวกับคุณไว้มากแค่ไหน ริน" ธันวาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว น้ำเสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย "แต่เรื่องราวทั้งหมดในอดีต... มันมีเหตุผลที่คุณยังไม่รู้—" "เหตุผลเหรอคะ?" รินรดาตัดบททันควัน ดวงตาวาวโรจน์ด้วยเพลิงแค้นที่ถูกกักเก็บไว้ใต้ท่าทีนิ่งสงบ เธอผละตัวออกจากตู้กระจก ก้าวเข้าไปประชิดเขาด้วยความเร็วที่ทำให้ธันวาผงะ "คุณคิดว่าคำแก้ตัวโง่ๆ หรือหยดน้ำตาปลอมๆ ของคุณ จะลบเลือนช่วงเวลาที่ฉันต้องนอนร้องไห้ลำพังบนเตียงกว้างหลังนั้นได้หรือคะ? คุณคิดว่าความเย็นชาและการหมางเมินของคุณ มันเทียบเท่ากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่ฉันสูญเสียไปได้หรือยังไง?" ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปแตะที่ปกเสื้อสูทของเขาอย่างแผ่วเบา แต่สัมผัสนั้นกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็ง ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นระรัวด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งสำนึกผิด อาลัยอาวรณ์ และความหวาดกลัวต่อประกายตาคู่นั้น "คุณผลักไสฉันออกไปจากชีวิต... ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเป็นตัวไร้ค่าในบ้านหลังนั้น... และตอนนี้ เมื่อฉันยืนหยัดขึ้นมาได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง โดยไม่มีเงาของคุณคอยครอบงำ คุณกลับวิ่งแจ้นมาหาพร้อมกับคำว่า *'เหตุผล'* อย่างนั้นหรือคะ?" รินรดากระซิบชิดริมฝีปากเขา น้ำเสียงแผ่วเบาแต่ทรงพลังพอจะบดขยี้ความภาคภูมิใจทั้งหมดของชายหนุ่มให้ป่นปี้ "น่าสมเพชจังนะคะ" ธันวานิ่งงัน ปล่อยให้คำพูดเชือดเฉือนเหล่านั้นกรีดแทงเนื้อหนังอย่างไร้การป้องกัน เขาไม่กล้าแม้แต่จะปัดป้อมหรือแก้ตัว เพราะเขารู้ดีว่าทุกถ้อยคำที่เธอกล่าวออกมาคือความจริง—ความจริงที่เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องจัดแสดงอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจที่ติดขัดของธันวาและเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิว รินรดากำลังจะถอนตัวออกจากการประจันหน้าอันดุเดือดนี้ ทว่าสายตาของเธอกลับเหลือบไปเห็นบางสิ่งในกระเป๋าเสื้อโค้ทที่เปิดอ้าอยู่ของธันวา ซองเอกสารสีน้ำตาลที่ยับยู่ยี่... และมุมกระดาษสีขาวที่โผล่ออกมาเผยให้เห็นข้อความหัวกระดาษคุ้นตา *สถาบันนิติเวชวิทยา — ผลการตรวจความสัมพันธ์ทางพันธุกรรม (DNA)* รอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้าของรินรดาเลือนหายไปในเสี้ยววินาที ดวงตาคู่คมหรี่ลงด้วยความสงสัยระคนระแวง มือเรียวยื่นออกไปคว้าซองเอกสารนั้นจากกระเป๋าเสื้อของเขาอย่างรวดเร็วก่อนที่ธันวาจะทันได้ตั้งตัว "ริน! เดี๋ยว..." ธันวาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบเอื้อมมือหมายจะแย่งคืน แต่ช้าไปเสียแล้ว รินรดาก้าวถอยหลังเว้นระยะห่าง นิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะดึงกระดาษแผ่นนั้นออกจากซอง ดวงตาคู่สวยกวาดมองตัวอักษรและกราฟผลการทดสอบบนกระดาษอย่างรวดเร็ว สมองของเธอประมวลผลข้อมูลตรงหน้า ทว่าหัวใจกลับหยุดเต้นไปชั่วขณะเมื่ออ่านพบบรรทัดสรุปผล *...ความน่าจะเป็นในการเป็นพ่อลูก: 99.99%...* ชื่อของเด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบที่เธอเพิ่งรับเข้ามาอุปการะในมูลนิธิเมื่อสัปดาห์ก่อน ปรากฏหราอยู่เคียงข้างชื่อของ... ธันวา รินรดาเงยหน้าขึ้นช้าๆ มองอดีตสามีด้วยแววตาที่สั่นระริก ความโกรธแค้นในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงและคำถามนับร้อยที่ระเบิดขึ้นในหัว "นี่มัน... หมายความว่ายังไงคะ?"
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้เงากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%