"นี่มัน... หมายความว่ายังไงคะ?"
เสียงทุ้มต่ำแต่วิปโยคของรินรดาลอยเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความเงียบงันของห้องเก็บเอกสารโบราณ กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าอายุหลายสิบปีผสมผสานกับกลิ่นฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างในลำแสงสลัวจากหน้าต่าง มันช่างชวนให้รู้สึกหายใจไม่ออก เส I ากาศรอบตัวราวกับถูกดูดออกไปจนหมดสิ้น ปลายนิ้วเรียวที่สวมถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่เธอกำลังใช้คีมปลายแบนคีบสมุดปกหนังสีดำเข้มเล่มหนึ่งออกมาจากซอกลับใต้พื้นไม้ปาร์เกต์
สมุดเล่มนั้นไม่ใช่เอกสารทางราชการ ไม่ใช่บัญชีโบราณของพิพิธภัณฑ์ แต่มันคือ... ไดอารี่ส่วนตัว
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความทรงจำสีเทาหม่นในอดีตช่วงที่เธอแต่งงานกับธันวาตีรวนขึ้นมาในหัวราวกับคลื่นใต้น้ำที่รอวันซัดเข้าฝั่ง ผู้ชายคนนั้น... อดีตสามีผู้เย็นชา ไร้หัวใจ และมองเธอเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ประดับบ้านหลังใหญ่ ผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดีในวันที่เธอกำลังตั้งครรภ์และสูญเสียลูกน้อยไปพร้อมๆ กัน
แต่ทว่า ลายมือหวัดๆ ที่ปรากฏอยู่บนหน้าแรกของสมุดไดอารี่เล่มนั้น กลับไม่ใช่ลายมือของคนใจร้ายที่เธอรู้จัก
*วันที่ 12 มีนาคม*
*รินรดา ร้องไห้จนหลับไปอีกแล้ววันนี้... ผมทำพลาดอีกแล้ว ผมเกลียดตัวเองที่ต้องทำเป็นไม่สนใจ ผมเกลียดแววตาคู่นั้นที่มองผมด้วยความหวาดกลัว แต่ถ้าผมไม่ผลักไสเธอออกไป ถ้าผมไม่ทำร้ายเธอด้วยคำพูดใจร้ายเหล่านั้น คนพวกนั้น... มันจะเล่นงานเธอผ่านทางสายเลือดที่กำลังเติบโตในท้องของเธอ ขอโทษนะที่รัก ขอโทษที่ต้องเป็นคนเลวในสายตาเธอ เพื่อให้เธอมีชีวิตรอดต่อไป*
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางใจ รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนเคว้งควั้น ตัวเธอเซถอยหลังจนแผ่นหลังไปกระแทกกับชั้นวางหนังสือเสียงดังสนั่น ฝุ่นละอองร่วงหล่นลงมาเกาะตามเส้นผมและไหล่ แต่เธอไม่รู้สึกเจ็บปวดจากแรงกระแทกนั้นเลยสักนิด ความเจ็บปวดเดียวที่กำลังกัดกินขั้วหัวใจของเธอในตอนนี้ คือความจริงที่ถูกซ่อนเร้นไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเย็นชาของธันวา
"โกหก... มันเป็นแค่เรื่องโกหกน้ำเน่า..." รินรดาพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ดวงตาคู่สวยที่เคยว่างเปล่าและเย็นชาบัดนี้กลับร้อนผ่าว ร้อนจนหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นและสับสนเอ่อล้นทะลักออกมาอาบแก้ม
เธอรีบพลิกหน้ากระดาษต่อไปด้วยมือที่สั่นเทา ยิ่งอ่าน ลายมือของธันวาก็ยิ่งสะท้อนความเจ็บปวดร้าวลึกที่เขาแบกรับไว้คนเดียว หน้ากระดาษแต่ละแผ่นเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบหยดน้ำที่แห้งกรัง ซึ่งเธอมั่นใจเหลือเกินว่ามันไม่ใช่รอยเปื้อนของน้ำชาหรือกาแฟ แต่มันคือหยาดน้ำตาของชายผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี... สามีที่เธอเกลียดชังเข้ากระดูกดำมาตลอดหลายปี
*วันที่ 25 พฤษภาคม*
*หมอแจ้งว่าเด็กในครรภ์ไม่สามารถรักษาไว้ได้แล้ว รินรดาสลบไปสามวันเต็ม ผมนั่งกุมมือเธอในห้องไอซียู ร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะไหล ผมอยากบอกความจริงทั้งหมดเหลือเกิน อยากกอดเธอแน่นๆ แล้วบอกว่าเราจะผ่านมันไปด้วยกัน แต่ผมทำไม่ได้... ถ้าศัตรูของตระกูลเรายังลอยนวล การแสดงออกว่ารักเธอแม้แต่นิดเดียว คือการฆ่าเธอทางอ้อม ผมจึงต้องเลือกที่จะหย่า และโยนความผิดทั้งหมดให้เป็นบาปติดตัวผมไปตลอดชีวิต*
*ขอให้เธอเกลียดผม... เกลียดให้มากที่สุด รินรดา*
ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...
เสียงนาฬิกาข้อมือราคาแพงที่ถูกถอดวางไว้บนโต๊ะทำงานใกล้ๆ ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ รินรดารู้สึกเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบเค้นหัวใจของเธอจนแหลกละเอียด ความสะใจที่เธอเคยมี ยามที่ได้กลับมาพบเขาอีกครั้งในฐานะภัณฑารักษ์สาวผู้เยือกเย็นและไร้ความปราณี บัดนี้มันมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความว่างเปล่าอันหนתเหน็บที่กัดเซาะจิตวิญญาณ
ธันวาไม่ได้ทอดทิ้งเธอเพราะเบื่อหน่าย... เขาไม่ได้แต่งงานกับเธอเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจอย่างที่เธอเคยหลอกตัวเองมาตลอด
เขาทำทุกอย่าง... เพื่อปกป้องเธอจากอันตรายที่เธอกระทั่งจำมันไม่ได้ด้วยซ้ำ!
รินรดายกมือขึ้นปิดปากตัวเองเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น ร่างกายของเธอทรุดฮวบลงนั่งคุดคู้กับพื้นห้องเย็นเฉียบ น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงหล่นกระทบลงบนหน้ากระดาษไดอารี่ เปียกชุ่มตัวอักษรหมึกสีดำจนมันเริ่มเลือนราง ความรู้สึกผิด ความโกรธแค้น ความเสียใจ และความรักที่เธอพยายามฝังกลบมันไว้อย่างมิดชิด บัดนี้กลับปะทุขึ้นมาพร้อมกันราวกับภูเขาไฟระเบิด
แต่ทว่า ท่ามกลางความมืดมิดและเสียงสะอื้นไห้ของเธอเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างสุภาพ แต่คนที่ยืนอยู่หลังบานประตูนั้นกลับไม่ใช่เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ทั่วไป รินรดาสะดุ้งสุดตัว เธอรีบปาดน้ำตาออกจากใบหน้าอย่างลวกๆ พยายามดึงสติอันกระเจิดกระเจิงของตัวเองให้กลับคืนมาโดยเร็วที่สุด พร้อมกับซ่อนสมุดไดอารี่เล่มนั้นไว้ใต้เสื้อคลุมตัวยาว
"ใครคะ?" รินรดาเอ่ยถาม เสียงของเธอยังคงมีความแหบพร่าหลงเหลืออยู่บ้าง
"ผมเองครับ... รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังลอดผ่านบานประตูเข้ามา หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ธันวา! เขามาทำอะไรที่นี่ในยามวิกาลแบบนี้?
แอด...
บานประตูไม้เนื้อAแข็งค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ร่างสูงสง่าของธันวาปรากฏขึ้นในกรอบประตู แสงไฟสีส้มสลัวจากโถงทางเดินสาดส่องกระทบใบหน้าคมคายที่ดูอิดโรยและเต็มไปด้วยร่องรอยความกังวล ดวงตาคมกริบของเขาคู่นั้นกวาดมองเข้ามาในห้อง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าซีดเผือดและด้ามตาที่บวมช้ำจากการร้องไห้ของเธอ
ธันวาชะงักไปเล็กน้อย สายตาของเขาเหลือบลงไปเห็นมุมสมุดสีดำที่โผล่พ้นชายเสื้อคลุมของเธอเพียงนิดเดียว
ในวินาทีนั้น อากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง ความลับที่ถูกซ่อนไว้ในหน้ากระดาษนับร้อยกำลังจะถูกเปิดเผยต่อหน้าเจ้าของตัวจริง แต่ก่อนที่ใครจะได้เอื้อnเอ่ยคำพูดใดออกมา ธันวาก็สาวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับยื่นมือหนาออกมาคว้าข้อมือของเธอไว้เบาๆ
"คุณ... อ่านมันแล้วสินะครับ" ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา แววตาของเขาเต็มไปด้วยความยอมจำนนและความเจ็บปวดร้าวลึกที่ไม่อาจปิดบังได้อีกต่อไป
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตสามี น้ำตาคู่เดิมเอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ได้เต็มไปด้วยความอ่อนแอ หากแต่เป็นประกายไฟแห่งความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้มอดไหม้
"ใช่ค่ะ... ฉันอ่านมันแล้ว" รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งน้ำตา น้ำเสียงของเธอกลับมาเยือกเย็นและเฉียบคมราวกับใบมีดโกนอีกครั้ง "และตอนนี้... คุณช่วยอธิบายทีสิคะ ธันวา ว่าไอ้ 'ศัตรู' ที่คุณยอมกลายร่างเป็นปีศาจเพื่อปกป้องฉันเนี่ย... มันคือใครกันแน่?"
ธันวาชะงักกึก สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นซีดขาวในทันทีที่ได้ยินคำถามนั้น ราวกับความลับที่เขายอมตายเพื่อปกป้อง กำลังถูกกระชากหน้ากากออกโดยภรรยาผู้ไม่เคยหันหลังกลับคนนี้
และก่อนที่ธันวาจะทันได้เอ่ยปากตอบคำถามอันน่าสะพรึงกลัวนั้น ประตูห้องเก็บเอกสารอีกด้านหนึ่งที่เชื่อมต่อไปยังห้องโถงจัดแสดงนิทรรศการหลัก ก็ส่งเสียง 'คลิก' เบาๆ พร้อมกับร่างของใครบางคนก้าวออกมาจากเงาดำ... คนที่พวกเขาทั้งคู่คาดไม่ถึงที่สุดว่าจะมีชีวิตรอดอยู่บนโลกใบนี้!
--------------------------------------------------
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกสู่ความมืดมิดในจิตใจของตัวละครไปกับ "กระจกเงาต้องสาป" นะคะ
ภัณฑารักษ์ไร้เงากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย•ตอนที่ 5
ความลับในหน้ากระดาษ
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้เงากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!