ภัณฑารักษ์ไร้เงากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย•ตอนที่ 6

ภาพหลอนของความผิดพลาด

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
เสียงกุญแจกระทบกันในความเงียบสงบของห้องเก็บเอกสารดังขึ้นราวกับเสียงนาฬิกาจับเวลาแห่งความตาย รินรดาแทบไม่หายใจ ขณะที่ธันวาซึ่งยืนอยู่เบื้องหน้าเธอกลับชะงักค้าง ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะปูแห่งกาลเวลา ร่างที่ก้าวพ้นเงาดำออกมาจากประตูบานนั้นไม่ใช่ภาพหลอน แต่มันคือตัวตนจริง เป็นมนุษย์เนื้อหนังที่ควรจะสลายกลายเป็นเถ้าถ่านไปพร้อมกับกองเพลิงในคืนอันเลวร้ายเมื่อห้าปีก่อน "ไม่... เป็นไปไม่ได้" เสียงพึมพำของธันวาหลุดลอดริมฝีปากที่สั่นเทา ดวงตาคมกราบกรานของผู้ชายที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวขั้นสุด ราวกับกำลังเห็นผีร้ายที่ตนเองเป็นคนผลักลงไปในหลุมศพ รินรดาไม่ขยับเขยื้อน ร่างกายของเธอเย็นเฉียบตั้งแต่ปลายนิ้วเท้าจรดยอดศีรษะ แต่ในความเย็นยะเยือกนั้น สมองของเธอกลับทำงานด้วยความเร็วสูง ภาพในอดีตที่เคยเลือนรางเหมือนถูกม่านหมอกสีเทาปกคลุม ค่อยๆ ฉีกขาดออกทีละนิด เสียงกรีดร้องของเปลวไฟ เสียงไม้ลั่นเปรี๊ยะ และกลิ่นเนื้อไหม้เกรียมที่เธอพยายามลบมันออกจากความทรงจำตลอดห้าปีที่ผ่านมา กลับพรั่งพรูทะลักเข้ามาในหัวจนเธอต้องยกมือขึ้นกุมขมับ *แกร๊ก...* ภาพเหตุการณ์คืนนั้นซ้อนทับเข้ามาในดวงตาที่พร่ามัว รินรดาเห็นตัวเองกำลังยืนอยู่หน้าประตูห้องที่ถูกล็อกกลิ่นควันไฟตลบอบอวล และเสียงทุบประตูเรียกชื่อเธอจากด้านใน... เสียงของคนที่กำลังจะถูกเผาไหม้ทั้งเป็น "ริน..." เสียงหวานปนแหบแห้งเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ร่างโปร่งบางในชุดเสื้อผ้าเรียบง่ายแต่ดูคุ้นตาจนน่าใจหายก้าวเข้ามาใกล้แสงไฟสลัว ใบหน้านั้นซีดเซียว ดวงตากลมโตคู่นั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและคำถามมากมายที่ยังไม่เคยได้รับคำตอบ "เธอ... จำฉันไม่ได้จริงๆ หรือ" รินรดากลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอลงไปอย่างยากลำบาก เธอกวาดตามองผู้หญิงตรงหน้า หัวใจเต้นกระหน่ำรัวราวดรัมเมอร์ที่กำลังคลุ้มคลั่ง ความเกลียดชัง ความสับสน และความกลัวตีรวนกันจนแยกไม่ออก ผู้หญิงคนนี้คือคนที่ธันวาเคยสารภาพบาปด้วยความรู้สึกผิด คือคนที่เขาพยายามชดใช้ให้ด้วยการกักขังเธอไว้ในกรงทองแห่งการแต่งงานไร้ความรัก และเป็น... ชนวนเหตุทั้งหมดที่ทำลายชีวิตเธอ "ทำไม..." เสียงของรินรดาแหบพร่าและเย็นชาเสียจนธันวาต้องหันมามองด้วยความตกใจ เธอก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวแต่สายตายังคงจ้องเขม็งไปยังผู้หญิงคนนั้น "ทำไมเธอถึงยังไม่ตาย... ในเมื่อคืนนั้น ฉันเห็น..." "เห็นฉันถูกขังไว้ในกองเพลิงงั้นเหรอคะ รินรดา" รอยยิ้มขมขื่นปรากฏขึ้นบนเรียวปากของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ "เธอคิดว่าใครเป็นคนขังฉันไว้ล่ะ? เธอกับสามีผู้แสนดีของเธอ... หรือตัวฉันเองที่จัดฉากทุกอย่างเพื่อหนีจากนรกคุมขังนี้?" ประโยคสั้นๆ นั้นทำราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางใจของรินรดา เธอหันขวับไปมองธันวาโดยอัตโนมัติ อดีตสามีของเธอในยามนี้ไม่มีมาดของนักสะสมวัตถุโบราณผู้ทรงอิทธิพลหลงเหลืออยู่อีกต่อไป เขากำลังยืนตัวสั่น น้ำตาคลอเบ้า และดูน่าสมเพชยิ่งกว่าสุนัขจนตรอก "เธอโกหกฉัน..." รินรดาหันกลับไปหาผู้หญิงคนนั้น น้ำตาหยดแรกไหลรินลงมาอาบแก้ม ไม่ใช่เพราะความเสียใจ แต่เป็นเพราะความโกรธแค้นที่พุ่งทะยานจนขีดสุด "นายธันวาบอกฉันว่าเธอตาย... เขาบอกว่าเขาคือฆาตกรที่ฆ่าเธอทางอ้อมด้วยความประมาท! เขายอมรับความผิด ยอมให้ฉันเหยียบย่ำศักดิ์ศรี ยอมแม้กระทั่งเป็นคนเลวในสายตาฉัน... ทั้งหมดนี้มันคืออะไร!" ธันวาก้าวเข้าไปใกล้รินรดาด้วยท่าทีลนลาน มือหนาเอื้อมออกหมายจะคว้าแขนเธอไว้ "ริน... ฟังผมก่อน ทุกอย่างมันมีเหตุผล ผมทำเพื่อ..." "อย่ามาแตะต้องฉัน!" รินรดาสบัดแขนออกอย่างแรง แรงเหวี่ยงนั้นทำให้ธันวาเซถอยหลัง ดวงตาคมคู่นั้นแดงก่ำด้วยความเจ็บปวด "คุณโกหกฉันมาตลอดห้าปี คุณสนุกมากไหมธันวา ที่ได้เห็นฉันทรมานกับความรู้สึกผิด ได้เห็นฉันกลายเป็นคนบ้าที่จำอะไรไม่ได้แม้กระทั่งบาปที่ตัวเองไม่ได้ก่อ!" "รินรดา... ฉันไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้" เสียงของหญิงสาวผู้รอดชีวิตจากกองเพลิงเอ่ยแทรกขึ้น เธอเดินเข้ามาใกล้รินรดาอีกนิด แววตานั้นมีความเห็นอกเห็นใจฉายชัดเจนจนน่าสะอิดสะเอียนสำหรับรินรดา "แต่ถ้าฉันไม่หายตัวไป... ถ้าธันวาไม่ยอมรับผิดแทนฉัน เธอก็คงไม่มีทางรอดพ้นจากเงื้อมมือของ 'คนๆ นั้น' ที่ตามล่าเราในคืนนั้นหรอก" ลมหายใจของรินรดาติดขัด คำพูดนั้นราวกับกุญแจดอกสำคัญที่ปลดล็อกความทรงจำส่วนที่มืดมิดที่สุดในสมอง ภาพเงาดำของชายแปลกหน้าคนหนึ่งในคืนไฟไหม้ มีดสั้นที่สะท้อนแสงไฟ และเสียงกระซิบข้างหูที่ทำให้เธอหวาดผวามาตลอดชีวิต... ไม่ใช่แค่เรื่องชู้สาว ไม่ใช่แค่เรื่องการแต่งงานที่ผิดพลาด แต่มันมีเบื้องหลังที่สกปรกและอันตรายกว่านั้นซ่อนอยู่! ธันวายกมือขึ้นกุมขมับ เขาพ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมาอย่างคนจนตรอก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับอดีตภรรยาด้วยแววตาที่ยอมจำนนต่อโชคชะตา "ใช่... ผมโกหกคุณ" ธันวายอมรับเสียงเครือ ยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดที่เหลืออยู่ตรงหน้าผู้หญิงที่เขาเคยทำร้าย "ผมยอมเป็นคนเลวในสายตาคุณ ยอมให้คุณเกลียดผมเข้าไส้ ยอมให้คุณทรมาน... ดีกว่าจะปล่อยให้คุณจำเรื่องในคืนนั้นได้ แล้วต้องตกเป็นเป้าหมายของมันอีกครั้ง" รินรดายืนนิ่ง ขาทั้งสองข้างแทบไม่มีแรงจะพยุงร่างตัวเอง ความจริงที่ถูกเปิดเผยไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกโล่งใจเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับยิ่งดึงเธอดิ่งจมลงไปในห้วงเหวลึกแห่งความหวาดระแวงและความเจ็บปวดที่ไม่มีวันสิ้นสุด แต่ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำพูดใดออกมาทำลายความเงียบงันอันน่าอึดอัดนี้ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ก็ดังขึ้นจากความมืดมิดบริเวณทางเดินยาวนอกห้องเก็บเอกสาร... *แปะ... แปะ... แปะ...* ทั้งสามคนสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองยังต้นเสียงพร้อมกันด้วยความตื่นตระหนก ร่างสูงใหญ่ของชายแปลกหน้าในชุดสูทสีเข้มก้าวออกมาจากเงาดำ รอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากและแววตาพราวระยับราวกับปีศาจร้ายกำลังมองมาที่รินรดา ทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบลงในพริบตา "เล่นละครกันจบแล้วใช่ไหมครับ... คุณภัณฑารักษ์" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่ชายคนนั้นโยนสิ่งของบางอย่างลงบนโต๊ะทำงานตรงหน้าพวกเขา แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่เปิดอ้าออก เผยให้เห็นรูปถ่ายในอดีต... และกระดาษรายงานผลตรวจบางอย่างที่ทำให้ธันวาถึงกับเข่าทรุดลงไปกองกับพื้นทันที! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้เงากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%