ภัณฑารักษ์ไร้เงากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย•ตอนที่ 7

ระยะห่างที่บีบคั้น

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
"ถ้าคุณยังก้าวต่อไปอีกก้าวเดียว ดิฉันจะถือว่านั่นคือการคุกคามสวัสดิภาพของภัณฑารักษ์ค่ะ คุณธันวา" รินรดาเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง ร่างโปร่งบางในชุดสูทสีเทาเข้มยืนนิ่งอยู่หน้าตู้จัดแสดงวัตถุโบราณที่เพิ่งถูกปลดล็อก เสียงรองเท้าส้นสูงของเธอหยุดกึกอยู่กับที่ ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยเจตจำนงที่แข็งกร้าว มือเรียวที่สวมถุงมือสีขาวสะอาดตากำแฟ้มเอกสารในมือจนยับยู่ เบื้องหลังของเธอ ธันวายังคงคุกเข่าอยู่กับพื้น มือหนาสั่นเทาระหว่างการพยายามจะคว้ากระดาษใบที่หลุดออกมาจากแฟ้ม—ใบรายงานผลตรวจที่เขารู้ดีว่ามันคืออะไร—เขาสูดหายใจเข้าลึก พยายามฝืนแรงดึงดูดของความตื่นตระหนกที่กำลังกัดกินหัวใจ "คุณไม่ควรแตะต้องมัน" ธันวาเค้นเสียงออกมา เสียงนั้นแหบพร่าและสั่นเครือ "ริน... งานนิทรรศการนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องของศิลปะ แต่มันคือหลุมศพที่ใครบางคนขุดไว้รอให้คุณกระโดดลงไป คุณต้องถอนตัวเดี๋ยวนี้" รินรดาหมุนตัวกลับมา สายตาของเธอนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำที่ถูกแช่แข็ง เธอจ้องมองชายที่เคยเป็นสามีด้วยแววตาที่ไร้ซึ่งร่องรอยของความอาวรณ์ มีเพียงความเยือกเย็นที่ฉาบไว้เหมือนกระจกเงา "หลุมศพเหรอคะ?" เธอแค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะแผ่วเบาแต่บาดลึก "คุณพูดเหมือนกับว่าคุณเป็นคนขุดมันขึ้นมาเองอย่างนั้นแหละ คุณกลัวอะไรกันแน่ กลัวว่าความลับที่ดิฉันลืมไป จะทำให้เกียรติยศนักสะสมของคุณมัวหมอง หรือกลัวว่าดิฉันจะจำได้ว่าทำไมคุณถึงยอมหย่ากับดิฉันทั้งที่ในวันนั้น... คุณยังขอให้เราเริ่มต้นกันใหม่" ธันวาลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล สายตาของเขามองไล่ขึ้นไปบนใบหน้าของเธอ ความเจ็บปวดฉายชัดในดวงตาที่เคยเย็นชาคู่นั้น เขาอยากจะดึงเธอเข้ามากอด อยากจะบอกความจริงว่าเขายอมแบกรับความอัปยศไว้เพียงลำพังก็เพื่อให้เธอได้มีชีวิตที่ไร้เงาความมืดมิดคอยติดตาม แต่เขารู้ดีว่าถ้อยคำเหล่านั้นไร้ความหมายสำหรับผู้หญิงที่สูญเสียความทรงจำไปพร้อมกับความรัก "เพราะฉันรักเธอ... ถึงไม่อยากให้เธอต้องเห็นสิ่งที่อยู่ในแฟ้มนั่น" ธันวาพึมพำ ก่อนจะก้าวเข้าไปหาเธอหนึ่งก้าว รินรดาถอยหลังทันที ระยะห่างระหว่างพวกเขาเพิ่มขึ้น แต่มันกลับเป็นความกดดันที่บีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ "ความรักของคุณมันราคาถูกเกินกว่าจะเอามาแลกกับการขวางทางดิฉันค่ะ คุณธันวา คุณเก็บความหวังดีจอมปลอมนั่นไว้ใช้กับคนอื่นเถอะ สำหรับดิฉัน... การที่ต้องสูญเสียความทรงจำไปมันก็เจ็บปวดพอแล้ว การที่คุณมาทำเป็นห่วงเป็นใยตอนนี้ มันรังแต่จะทำให้น่าสมเพช" เธอขยับตัวจะเดินผ่านเขาไปเพื่อนำแฟ้มเอกสารไปเก็บในห้องนิรภัย แต่ธันวาคว้าข้อมือเธอไว้ แรงกระชากไม่มากแต่เต็มไปด้วยอารมณ์ที่ปะทุ "ถ้าเธอเข้าไปในงานนิทรรศการนั้น... เธอจะไม่ได้เจอแค่ความทรงจำ แต่มันคือการเผชิญหน้ากับความตายที่เธอเองนั่นแหละที่เป็นคนก่อขึ้น!" ธันวาตะโกนใส่หน้าเธอ ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความอัดอั้น รินรดาหยุดชะงัก ลมหายใจของเธอติดขัด เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาของเธอสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวเหมือนเดิม เธอสะบัดข้อมือออกอย่างแรงจนเขายอมปล่อย "งั้นก็ปล่อยให้ดิฉันตายค่ะ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงตะโกน "ดีกว่าต้องมีชีวิตอยู่โดยไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร หรือต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้เงาของคนที่ไร้ความซื่อสัตย์อย่างคุณ" เธอก้าวเดินจากไป ทิ้งให้ธันวายืนเคว้งคว้างอยู่ในความมืดสลัวของห้องจัดแสดงพิพิธภัณฑ์ เขาทรุดลงนั่งกับเก้าอี้ไม้เก่าๆ มือสั่นเทาหยิบเอาเศษกระดาษที่เขาเพิ่งเก็บขึ้นมาได้... ผลตรวจ DNA ที่เขาซ่อนไว้เป็นเวลานานปี แต่มันกลับมีรอยนิ้วมือของใครบางคนประทับอยู่ข้างๆ อย่างชัดเจน ทว่า ในจังหวะที่ธันวากำลังจะปิดแฟ้มลงเพื่อทำลายหลักฐานนั้น เสียงประตูห้องเก็บของที่เปิดแง้มไว้ก็มีเสียงฝีเท้าเล็กๆ ของเด็กน้อยคนหนึ่งเดินผ่านเข้ามา เสียงหัวเราะคิกคักที่คุ้นหูอย่างประหลาดทำให้ธันวาต้องหันไปมอง เด็กชายตัวน้อยวัยไม่เกินห้าขวบ ยืนถือตุ๊กตาไม้โบราณที่เขาเคยเก็บรักษาไว้ในห้องนิรภัยเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตากลมโตคู่นั้น... มันคือดวงตาคู่เดียวกับที่เขามองเห็นในกระจกทุกเช้าไม่มีผิดเพี้ยน "คุณลุงครับ..." เด็กน้อยเอ่ยเสียงใส "คุณแม่บอกว่าอย่าเล่นของเล่นในนี้... แต่ผมเจอคุณแม่ร้องไห้อยู่หลังตู้ใบนั้น" ธันวาหน้าซีดเผือดเหมือนคนถูกสูบเลือดออกไปจากร่าง เมื่อเด็กน้อยชี้มือไปยังเงาดำหลังตู้จัดแสดง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่รินรดาเดินกลับเข้ามาในห้องพร้อมกับสีหน้าเรียบเฉย ทว่าในมือของเธอกลับถือปืนพกกระบอกเล็กที่เขารู้จักดี... ปืนที่เป็นของเขาเอง "คุณบอกว่างานนี้มีนิทรรศการมรณะสินะคะ" รินรดากล่าว พลางเล็งปากกระบอกปืนไปที่ขมับของธันวา "งั้นเรามาเริ่มการแสดงเปิดตัวกันเลยดีไหมคะ คุณธันวา... พ่อของเด็กคนนี้" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความทรงจำอันมืดมิดไปกับ "กระจกเงาต้องสาป" นะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้เงากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%