กลิ่นกระดาษโบราณเจือจางด้วยกลิ่นอับของความลับ—มันคือกลิ่นเฉพาะตัวของห้องทำงานในพิพิธภัณฑ์ยามวิกาล ที่ซึ่งรินรดากำลังใช้ปลายคัตเตอร์กรีดผนผนึกซองจดหมายสีชาอย่างระมัดระวัง
ไม่มีอารัมภบท ไม่มีเสียงเคาะประตูเตือน รินรดาพบซองจดหมายฉบับนี้วางอยู่บนโต๊ะทำงานกลางห้องจัดแสดง โดยไม่มีใครรู้ว่ามันเล็ดลอดผ่านระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดเข้ามาได้อย่างไร
ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นบางเฉียบกวาดมองตัวอักษรที่ถูกพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีดรุ่นโบราณ—หมึกสีดำสนิทที่ขาดความสม่ำเสมอ บ่งบอกถึงแรงกระแทกที่ไม่เท่ากันในแต่ละตัวอักษร
*“หยุดขุดคุ้ยเรื่องราวในห้องใต้ดินของคฤหาสน์ตระกูลธนارت... ก่อนที่เศษเสี้ยวความทรงจำที่คุณพยายามปะติดปะต่อ จะย้อนกลับมาควักหัวใจคุณออกสดๆ”*
รินรดาสบถเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็วจนแทบสังเกตไม่เห็น ความกลัวไม่ใช่สิ่งที่เธอรู้จักมานานแล้ว นับตั้งแต่สูญเสียความทรงจำช่วงสำคัญไป เธอกลายเป็นคนไร้ความรู้สึกต่อคำขู่ ไร้ความปราณี และกระหายใคร่รู้ยิ่งกว่าเดิมว่า... *ความลับสกปรกอะไรที่พวกมันกำลังซ่อนไว้*
ประตูกระจกฝ้าของห้องทำงานถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มของธนวาปรากฏขึ้น เขายืนอยู่ตรงนั้น นิ่งงันและดูเหนื่อยล้า แววตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งในอดีต บัดนี้กลับฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิดเมื่อเห็นกระดาษในมือเธอ
"คุณเข้ามาได้ยังไง?" เสียงของรินรดาเรียบสนิท ไร้ซึ่งความยินดีหรือตกใจ เธอวางจดหมายลงบนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจนัก "ที่นี่ไม่ใช่พื้นที่ส่วน ภารโรงอย่างคุณ... อ้อ ลืมไป คุณไม่ใช่ภารโรงแล้วนี่ คุณคือนักสะสมผู้ทรงเกียรติผู้ถือหุ้นใหญ่ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ต่างหาก"
ธนวาไม่ตอบคำถาม เขาเดินตรงเข้ามาด้วยฝีเท้ามั่นคง สายตาจดจ้องอยู่ที่แผ่นกระดาษในมือเธอก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตาเธอนิ่ง "คุณอ่านมันแล้วใช่ไหม?"
"คุณรู้เรื่องจดหมายนี่?" รินรดาย้อนถาม ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างจับผิด เธอค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ เพื่อลดช่องว่างระหว่างกัน "แปลกจัง... ฉันเพิ่งเปิดมันได้ไม่ถึงห้านาที แต่คุณกลับพุ่งมาที่นี่ราวกับมีเรดาร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวของฉัน... ธนวา หรือว่าคุณคือคนเขียนมันเอง?"
ธนวากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขาหายใจเข้าลึกราวกับกำลังสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่พรั่งพรูอยู่ภายใน "ผมไม่ได้ทำ... ริน คุณต้องหยุด"
"หยุด?" เธอยททวนคำนั้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาจนได้กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคย—กลิ่นที่เคยทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยในอดีต แต่บัดนี้มันกลับชวนคลื่นไส้ "ทำไมฉันต้องหยุด? ในเมื่อยิ่งพวกคุณพยายามขู่ฉันมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งพิสูจน์ว่าสิ่งที่ฉันกำลังตามหามันมีอยู่จริง... ความทรงจำที่หายไปของฉัน ความจริงเกี่ยวกับการตายของ... ลูกของเรา"
คำว่า "ลูกของเรา" หลุดออกมาจากริมฝีปากของเธอราวกับมีดกรีดลงบนแผลสดที่ยังไม่เคยแห้งสนิท ธนวาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ดวงตาคมกริบไหววูบอย่างเจ็บปวด เขายื่นมือออกหมายจะแตะแขนเธอเพื่อปลอบประโลม แต่รินรดากลับถอยหลังหนีราวกับรังเกียจสัมผัสของเขาดั่งงูพิษ
"อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" เธอแผดเสียงต่ำอย่างเหลืออด หยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อคลอเบ้าแต่ถูกสะกดกลั้นไว้อย่างเด็ดเดี่ยว "คุณพรากความทรงจำไปจากฉัน คุณบอกว่าฉันประสบอุบัติเหตุ... แต่ทำไมทุกครั้งที่ฉันเข้าใกล้ความจริง คนรอบตัวถึงพยายามขู่ฆ่าฉัน หรือว่าความจริงมันน่ากลัวเกินกว่าที่ผู้ชายเห็นแก่ตัวอย่างคุณจะแบกรับไหว?"
"รินรดา... คุณไม่เข้าใจอะไรเลย" เสียงของธนวาแหบพร่า มือหนาที่ค้างอยู่กลางอากาศค่อยๆ ตกลงข้างลำตัวอย่างหมดแรง ความสำนึกผิดที่กัดกินหัวใจเขามาแรมปีแสดงออกผ่านรอยย่นบนหน้าผากและแววตาที่แตกสลาย "บางเรื่อง... ถ้าคุณรู้ คุณจะเจ็บปวดมากกว่าการไม่มีความทรงจำเสียอีก ผมยอมให้คุณเกลียดผม ยอมเป็นคนเลวในสายตาคุณ ดีกว่าต้องเห็นคุณแหลกสลายไปกับความจริงนั้น"
"ฉันเลือกเองได้!" รินรดาตวาดกลับ เสียงสั่นเครือด้วยความอัดอั้นตันใจ "ฉันไม่ใช่ตุ๊กตาที่คุณจะคอยบงการความทรงจำและชีวิตได้อีกต่อไปแล้ว ธนวา! คุณไม่มีสิทธิ์มาตัดสินใจแทนฉัน!"
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของคนทั้งคู่ที่ยืนประจันหน้ากันราวกับเสือสองตัวที่พร้อมจะขย้ำกันให้ตายไปข้างหนึ่ง
แต่ก่อนที่รินรดาจะได้กล่าววาจาเชือดเฉือนใดๆ เพิ่มเติม เสียงฝีเท้าเบาหวิวของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูกระจกฝ้าเงา
รินรดาขมวดคิ้ว หันไปมองตามเสียงนั้น เธอก้าวเท้าไปที่ประตูแล้วกระชากมันเปิดออกอย่างแรงเพื่อดูว่าใครแอบฟังบทสนทนาอันเป็นส่วนตัวนี้
ไม่มีใครอยู่ตรงทางเดินยาว...
มีเพียงกล่องพัสดุกระดาษสีน้ำตาลขนาดเล็กวางอยู่บนพื้นพรมหน้าประตู บนกล่องไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพียงข้อความที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ว่า... *'เปิดดูสิ แล้วเธอจะรู้ว่าธนวารักเธอมากแค่ไหน'*
ธนวาเดินตามออกมา สีหน้าของเขาซีดเผือดลงทันทีเมื่อเห็นกล่องใบนั้น ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตื่นกลัวอย่างแท้จริง—ความกลัวที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อนในตัวอศวินผู้เย่อหยิ่งคนนี้
"ริน... อย่าเปิด" ธนวารemเอ่ยห้ามเสียงสั่น พยายามจะก้าวเข้ามาคว้ากล่องใบนั้น แต่มันช้าไปเสียแล้ว
รินรดาเปิดฝากล่องออกด้วยมืออันสั่นเทา ความเยือกเย็นทั้งหมดที่เธอสร้างขึ้นพังทลายลงในพริบตา เมื่อสิ่งที่อยู่ข้างในไม่ใช่ระเบิด หรือจดหมายขู่ฆ่า... แต่มันคือเทปวิดีโอ VHS เก่าคร่ำคร่าม้วนหนึ่ง ที่แปะป้ายด้วยลายมือของเธอเองในอดีต—ลายมือที่เธอจำได้แม่นยำ
*วันที่ 12 ตุลาคม: วันที่ฉันตัดสินใจหย่า*
รินรดานิ่งค้างราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ปลายประสาทชาดิก ดวงตาเบิกโพ้างมองม้วนเทปในมือสลับกับใบหน้าซีดขาวราวกับศพของอดีตสามี
"คุณ... คุณเก็บบันทึกนี้ไว้ทำไม?" เสียงของเธอกระซิบแผ่วเบาแทบไม่เป็นภาษา
ธนวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ริมฝีปากสั่นระริกก่อนจะเอ่ยคำพูดที่ทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอเคยเชื่อมั่น
"เพราะในเทปม้วนนั้น... คือหลักฐานว่าคนที่ผลักลูกตกบันไดลงไปในวันนั้น ไม่ใช่ผม... แต่คือตัวคุณเอง, รินรดา"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความทรงจำอันมืดมิดไปกับ "กระจกเงาต้องสาป" นะคะ
ภัณฑารักษ์ไร้เงากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย•ตอนที่ 8
คำเตือนที่มาในรูปของจดหมาย
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้เงากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!