ภัณฑารักษ์ไร้เงากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย•ตอนที่ 14

บาดแผลที่ไม่มีวันจาง

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นอายของกระดาษโบราณและฝุ่นผงจากอดีต ไม่เคยอบอวลไปด้วยความอึดอัดเท่ากับวินาทีที่บานประตูกระจกฝ้าของห้องจัดแสดงนิทรรศการปิดสนิท พร้อมกับเสียงกลอนประตูที่ดังคลิก... เหมือนเสียงก로กโซ่ที่ล่ามตรึงทั้งสองไว้ในกรงขังแห่งความผิดบาปที่ไม่มีวันหมดอายุความ รินรดายืนนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้สักทอง แสงไฟสปอตไลท์สีนวลส่องกระทบเส้นผมสีดำสนิทที่รวบไว้เป็นมวยอย่างประณีต ทว่าดวงตากลับว่างเปล่า เยียบเย็น และคมกริบราวกับเศษกระจกที่พร้อมจะบาดลึกทุกผู้คนที่กล้าเข้าใกล้ ปลายนิ้วเรียวสวยกำลังกรีดลงบนสันสมุดบันทึกหนังสีดำ สมุดเล่มเดียวกันกับที่เธอเคยใช้บันทึกรายการวัตถุโบราณ... และเคยใช้ซับหยาดน้ำตาในค่ำคืนที่เธอยังโง่เขลาพอจะเชื่อในคำว่า 'ครอบครัว' "คุณไม่ควรมาที่นี่ค่ะ ธันวา" เสียงหวานใสแต่เย็นชาไร้คลื่นอารมณ์เอ่ยขึ้น โดยที่เธอไม่ต้องแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ความเงียบงันแผ่ขยายเข้ามาแทนที่ระยะห่างห้าปีเต็มที่พรากพวกเขาออกจากกัน ธันวาในวัยสามสิบปลายๆ ดูร่วงโรยกว่าอายุจริง ร่องลึกรอบดวงตาคู่นั้นไม่ได้เกิดจากกาลเวลา หากแต่เกิดจากความสำนึกผิดที่กัดกินวิญญาณทุกค่ำคืน เสื้อเชิ้ตสีเข้มยับยู่ยี่และสูทที่ไม่ได้รีดสะท้อนถึงความพังทลายภายใน เขาไม่ใช่ 'นักสะสมวัตถุโบราณผู้ทรงอิทธิพล' คนเดิมที่เคยตวัดปากกาเซ็นใบหย่าใส่หน้าเธออย่างไม่แยแสอีกต่อไปแล้ว ในเวลานี้ เขาเป็นเพียงผู้ชายพ่ายแพ้ที่คุกเข่าอยู่หน้าซากปรักหักพังของความสัมพันธ์ที่ตนเองเป็นคนทำลาย "ผม... แค่อยากมาดูคุณ" เสียงของเขาแหบพร่า สั่นระรัวจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ สายตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองไปทั่วเรือนร่างระหงของอดีตภรรยา ราวกับพยายามยืนยันว่าผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงนี้คือคนเดียวกับคนที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งในคืนฝนตกพร่ำเมื่อปีก่อนๆ "ดูฉันงั้นเหรอคะ?" รินรดายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความสุขโดยสิ้นเชิง เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ช้าๆ ทว่าสง่างาม แรงกดดันจากบรรยากาศรอบตัวบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก "แปลกนะคะ ทั้งที่ตลอดเวลาห้าปีที่คุณทิ้งฉันให้อยู่กับความว่างเปล่าและความทรงจำที่ถูกลบเลือน คุณไม่เคยชายตาแลเลยสักครั้งว่าฉันมีลมหายใจอยู่ต่ออย่างไร... แต่วันนี้ กลับวิ่งแจ้นมาทำทีเป็นห่วงเป็นใย น่าสมเพชดีนะคะ" คำพูดนั้นคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนแผลเป็น ธันวาสดุ้งราวกับถูกตบเข้าที่ใบหน้า เขาพยายามก้าวเท้าเข้าไปใกล้เคาน์เตอร์ ทว่ารินรดากลับถอยหลังหนึ่งก้าว สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ที่ไม่อาจปิดบัง "ริน... วันนั้นผมมีเหตุผล ผมจำเป็นต้อง..." "เหตุผลเหรอคะ?" รินรดาตัดบท น้ำเสียงของเธอเริ่มสั่นเครือด้วยความอัดอั้นที่เก็บกดมานานหลายปี ความโกรธแค้นที่ถูกแช่แข็งไว้เริ่มละลายกลายเป็นความเดือดดาล เธอกระแทกฝ่ามือลงบนโต๊ะไม้เสียงดังสนั่นจนเศษฝุ่นบนโต๊ะฟุ้งกระจาย "คุณคิดว่าคำว่า *'มีเหตุผล'* ของคุณ มันลบเลือนความจริงที่ว่าฉันเคยอุ้มท้องลูกของเราไปร้องไห้ขอความช่วยเหลือจากคุณได้งั้นเหรอคะ?!" ความเงียบงันดิ่งลึกเข้ามาทันที คำว่า *'ลูก'* หลุดออกมาจากปากของเธอราวกับระเบิดเวลาที่ถูกจุดชนวน ธันวาชะงักงัน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะกอน หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดติดอยู่ที่ลำคอ ภาพในอดีตย้อนกลับมาหลอนหลอน วันที่ฝนตกหนัก วันที่เธอเปียกปอนยืนอยู่หน้าคฤหาสน์ของเขาพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบเล็กๆ วันที่เขาทำเป็นใจจืดใจดำ เมินเฉยต่อคำอ้อนวอน และเซ็นชื่อลงบนเอกสารหย่าโดยไม่ยอมฟังคำอธิบายใดๆ ทั้งสิ้น... เพราะคิดว่านั่นคือวิธีเดียวที่จะปกป้องเธอจากศัตรูทางธุรกิจที่หมายเอาชีวิต "ริน... คุณ... คุณหมายความว่า..." เสียงของเขาขาดหายไป น้ำตาผู้ชายไหลรินอาบแก้มอย่างไม่อาย "ใช่ค่ะ! เด็กคนนั้น... ลูกของเรา" รินรดาแค่นหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา หยาดน้ำใสๆเอ่อคลอเบ้าตาคู่สวยแต่ไม่มีวันไหลรอดออกมาเพื่อแสดงความอ่อนแอให้เขาเห็น "วันที่คุณไล่ฉันออกไปจากชีวิต คุณไม่ได้แค่ทำลายภรรยาคนหนึ่งนะคะ... แต่คุณฆ่าเด็กผู้บริสุทธิ์คนหนึ่งในท้องของฉันด้วยความใจร้ายของคุณเอง!" ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วห้องจัดแสดงวัตถุโบราณ ราวกับวิญญาณของสิ่งของโบราณรอบตัวกำลังกรีดร้องระบายความทุกข์ทรมานไปพร้อมกับเธอ รินรดาก้าวเดินอ้อมเคาน์เตอร์ออกมาเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ เธอยื่นมือไปผลักอกอดีตสามีสุดแรงด้วยความเคียดแค้น ชายหนุ่มไม่มีทีท่าจะขัดขืน เขายอมรับทุกหมัด ทุกแรงผลัก และทุกหยดน้ำตาที่เธอนำมาสาดใส่หน้า "คุณอยากรู้ใช่ไหมคะว่าฉันผ่านนรกมาได้ยังไง? ทุกคืนที่ฉันฝันร้าย... ทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองอยู่ตัวคนเดียวในห้องเช่าโทรมๆ โดยไม่มีแม้แต่เงินซื้อยา... คุณเคยคิดถึงมันบ้างไหมธันวา?" รินรดากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้า เนื้อฝ่ามือ หยาดเลือดสีแดงสดซึมออกมาตามร่องนิ้ว ทว่าเธอกลับไม่รู้สึกเจ็บปวดทางกายเลยแม้แต่น้อย เมื่อเทียบกับแผลเป็นในใจ ธันวาทรุดเข่าลงตรงหน้าเธอ มือหนาสั่นเทาระ8บคว้าข้อมือข้างที่เลือดออกของเธอไว้ แต่มันกลับถูกเธอสะบัดออกอย่างไร้เยื่อใย "อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" เธอกัดฟันกรวด ดวงตาแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะ "คุณมันก็แค่นักสะสมจอมปลอม! ของเก่าราคาแพงที่คุณสะสมไว้เต็มคฤหาสน์... มันก็มีค่ามากกว่าชีวิตคนจริงๆ สำหรับคุณเสมอ! ฉันเกลียดคุณ... ธันวา ฉันเกลียดคุณยิ่งกว่าสิ่งใดในโลกนี้!" คำพูดนั้นเฉียบคมและหนักแน่นราวกับค้อนยักษ์ทุบลงกลางใจของธันวา เขานั่งคุกเข่าอยู่เบื้องล่าง ก้มหน้าร้องไห้สะอื้นอย่างน่าเวทนา ไหล่กว้างสั่นเทาตามแรงอารมณ์ เขารู้ดีว่า ต่อให้เขาเอาชีวิตเข้าแลก ก็ไม่มีทางลบล้างความผิดบาปที่ตนเองได้กระทำลงไปในอดีตได้เลย รินรดามองดูสภาพของอดีตสามีด้วยแววตาที่ว่างเปล่า เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติและความเยือกเย็นกลับคืนมา ความสะใจลึกๆ วาบขึ้นในอก แต่มันกลับถูกแทนที่ด้วยความว่างเปล่าอันน่าหดหู่ เธอหันหลังให้เขา เตรียมจะก้าวเดินหนีกลับเข้าไปในห้องทำงานด้านใน ทว่า... ก่อนที่เธอจะทันได้ก้าวเท้าพ้นจากจุดนั้น เสียงฝีเท้าเบาๆ และเสียงเคาะประตูกระจกจากด้านนอกก็ดังขึ้น ขัดจังหวะบรรยากาศอันหนักอึ้ง *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* รินรดาขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ร้านยังไม่เปิดทำการ และไม่มีใครรู้ว่าเธออยู่ที่นี่เวลานี้ ธันวาชะงัก เงยหน้าขึ้นจากพื้น ชำเลืองมองไปทางประตูกระจกฝ้าที่สะท้อนเงาร่างเล็กๆ ของใครบางคนยืนอยู่ด้านนอก เงาร่างของเด็กชายตัวเล็กสวมหมวกแก๊ปสีดำคนหนึ่ง กำลังแนบใบหน้าเล็กๆ ลงกับกระจกใส ดวงตากลมโตคู่โตใสแจ๋วคู่นั้นมองลอดผ่านเข้ามาภายในร้าน และเมื่อเด็กน้อยกวาดสายตามาสบเข้ากับใบหน้าของธันวาที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น... ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มก็คลี่ยิ้มกว้างออกมา พร้อมกับเสียงใสแจ๋วที่เอ่ยเรียกผ่านกระจกเข้ามาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจของธันวาหยุดเต้นไปชั่วกัลปวสาน "คุณปะป๊า... ฮะ ทำไมมาอยู่นี่ล่ะครับ?" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความมืดมิดนี้ไปกับ "กระจกเงาต้องสาป" นะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้เงากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%