ภัณฑารักษ์ไร้เงากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย•ตอนที่ 11

กำแพงความเย็นชา

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นอายความอับชื้นของคลังเก็บโบราณวัตถุในยามวิกาล ไม่เคยเป็นมิตรกับใคร และมันยิ่งโหดร้ายเป็นทวีคูณ เมื่ออากาศรอบตัวถูกบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออกด้วยสายตาคู่หนึ่ง ที่มองตรงมาอย่างไร้ซึ่งร่องรอยของความรู้สึก "คุณคิดว่าความเงียบจะลบทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นได้จริงๆ หรือคะ ธันวา" น้ำเสียงของรินรดาไม่ได้สั่นเครือ แม้แต่น้อย มันเรียบนิ่ง เย็นเยียบ และคมกริบราวกับใบมีดที่ค่อยๆ กรีดลงบนเนื้อเยื่อทีละน้อย ปลายนิ้วเรียวภายใต้ถุงมือผ้าสีขาวสะอาดแตะลงบนผิวแก้วจัดแสดงวัตถุโบราณชิ้นสำคัญ ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับอดีตสามีที่ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางเงาสลัว ธันวาในยามนี้ ไม่ต่างอะไรจากรูปปั้นหินแกรนิตที่ถูกแกะสลักขึ้นมาด้วยความผิดบาป ไหล่กว้างที่เคยเป็นที่พักพิงอันอบอุ่นในอดีต บัดนี้กลับห่อเข้าหากันเล็กน้อยภายใต้เสื้อสูทเนื้อดี เขากวาดสายตามองเธอด้วยความว่างเปล่า—ความว่างเปล่าที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปิดบังพายุคลั่งที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ภายในอก "ผมไม่มีอะไรจะพูด" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างไร้ชีวิตชีวา มันเป็นความพยายามอย่างน่าสมเพชที่จะรักษาเกียรติและกำแพงความเย็นชาที่เขาเพียรสร้างขึ้นมาตลอดหลายปี "ไม่มีอะไรจะพูด หรือไม่มีความกล้าพอที่จะยอมรับคะ?" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงความเย้ยหยันและรอยร้าวลึกในจิตวิญญาณที่ถูกกระชากให้เปิดออก "ทุกข้อกล่าวหา เอกสารทุกแผ่นที่ฉันพบในเซฟลับของคุณ บันทึกการโอนเงิน และแม้กระทั่ง... เศษเสี้ยวความทรงจำที่ฉันพยายามปะติดปะต่อ มันล้วนชี้มาที่คุณ ธันวา คุณคือคนที่พรากทุกอย่างไปจากฉัน วันที่ฉันสูญเสียลูก วันที่ฉันสูญเสียตัวตน และวันที่คุณยืนมองฉันแตกสลายเป็นจุลโดยไม่แม้แต่จะยื่นมือเข้ามาช่วย!" ประโยคสุดท้ายพุ่งตรงเข้ากระแทกความรู้สึกราวกับลูกศรอาบยาพิษ แต่ธันวากลับเลือกที่จะนิ่งเฉย เขายืนกอดอก ใบหน้าคมคายเรียบสนิทราวกับไม่สะทกสะท้านต่อหยาดน้ำตาที่คลอหน่วยขึ้นในดวงตาสองข้างของอดีตภรรยา ความเย็นชาของเขาในตอนนี้ช่างน่ากลัว น่ากลัวเสียจนรินรดารู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองถูกบดขยี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า "ถ้าคุณคิดว่าผมทำแบบนั้น... ถ้าหลักฐานในมือมันชัดเจนขนาดนั้น ทำไมคุณถึงยังยืนอยู่ตรงนี้ล่ะ ริน" ธันวาเอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่เจือความขมขื่นลึกๆ ดวงตาคมกริบมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ พยายามค้นหาบางสิ่งที่เขาทำหายไปเมื่อนานมาแล้ว "ทำไมไม่แจ้งตำรวจ ทำไมไม่ลากผมเข้าคุกให้สมกับความแค้นที่คุณมี ทำไมต้องมาคอยยืนต่อว่าผมด้วยคำพูดเชือดเฉือนพวกนี้ซ้ำๆ" "เพราะการติดคุกมันง่ายเกินไปสำหรับคนอย่างคุณค่ะ!" รินรดาก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอย่างรวดเร็ว ความโกรธเกรี้ยวที่สะสมมานานระเบิดออกมาผ่านลมหายใจหอบถี่และดวงตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟแค้น เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้ จนได้กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยที่เคยทำให้เธอหลงใหลในอดีต แต่บัดนี้มันกลับชวนให้อยอาเจียน "ฉันต้องการให้คุณชิมรสชาติของการถูกพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปทีละน้อย... ให้คุณได้รู้สึกถึงความโดดเดี่ยว ความหวาดกลัว และความเจ็บปวดเจียนตาย แบบที่ฉันเคยได้รับจากคุณ!" ธันวาไม่ถอยหลังหนี เขายอมให้เธอยืนประจันหน้า ยอมรับแรงกดดันทั้งหมดที่เธอกระหน่ำใส่ หัวใจของเขาเจ็บปวดจนแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นสภาพของหญิงสาวที่ครั้งหนึ่งเขาเคยสัญญาว่าจะปกป้องด้วยชีวิต แต่ความจริงอันเน่าเฟะในอดีตทำให้เขาเลือกที่จะเป็น 'คนเลว' ในสายตาเธอ ดีกว่าให้เธอต้องรับรู้ความลับที่อาจทำลายเธอให้แหลกสลายยิ่งกว่าเดิม *ขอให้อภัยผมนะ ริน... คุณเกลียดผมให้มากๆ เถอะ* ธันวาภาวนาในใจ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหนาโดยที่เขาไม่ตั้งใจ "ถ้าความเจ็บปวดของผมมันทำให้คุณรู้สึกสะใจขึ้นมาได้บ้าง... ก็ตามใจคุณเถอะ รินรดา อยากทำอะไรก็ทำ" คำพูดที่ไร้ความสำนึกผิดนั้นยิ่งราดน้ำมันลงบนกองเพลิง รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความแค้นและความชิงชังแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูผิว เธอเงื้อมือขึ้น หมายจะตบลงบนใบหน้านั้นให้สาสมกับความเย็นชาที่เขาแสดงออกมา แต่ทว่า— ก่อนที่ฝ่ามือเรียวจะกระทบลงบนแก้มของชายหนุ่ม เสียงฝีเท้าเบาหวิวที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นในเวลาวิกาลและในสถานที่ปิดตายเช่นนี้ ก็ดังแทรกขึ้นมาจากความมืดเบื้องหลังชั้นวางโบราณวัตถุกothic "คุณแม่คะ..." เสียงเล็กๆ ใสแจ๋วที่เอ่ยเรียกอย่างงัวเงีย ทำให้ร่างของรินรดาสั่นสะท้านราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าที่กลางสันหลัง มือที่เง้างוסค้างกลางอากาศค่อยๆ ตกกลงข้างลำตัวอย่างช้าๆ ความโกรธเกรี้ยวทั้งหมดเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ธันวาเบิกตากว้าง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาป สายตาคมกริบหันขวับไปมองยังต้นเสียงในความมืดทันที ที่มุมอับของชั้นจัดแสดง ร่างเล็กป้อมของเด็กหญิงวัยราวๆ สี่ขวบ ในชุดนอนลายกระต่ายน้อย กำลังขยี้ตาด้วยความง่วงงุน ดวงตากลมโตคู่นั้น... ถอดแบบมาจากโครงหน้าของธันวาและรินรดาอย่างไร้ที่ติ โดยเฉพาะไฝเม็ดเล็กที่ใต้หางตาซ้าย—จุดพิกัดเดียวกับที่ธันวามีไม่มีผิดเพี้ยน หัวใจของธันวากระดอนขึ้นมาจุกที่ลำคอ ลมหายใจสะดุดกึก โลกทั้งใบหยุดหมุนลงตรงวินาทีนั้น เมื่อเด็กน้อยเอียงคอด้วยความสงสัย แล้วเอ่ยประโยคถัดมาที่ทำให้ความลับทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา "คุณอาใจร้ายคนนี้... ทำไมหน้าตาเหมือนหนูจังเลยคะคุณแม่?" (โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ) ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความทรงจำอันมืดมิดและบีบคั้นหัวใจไปกับ "กระจกเงาต้องสาป" นะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้เงากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%