ภัณฑารักษ์ไร้เงากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย•ตอนที่ 10

พยานคนสุดท้าย

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและคราบเขม่าควันจางๆ ในหอจดหมายเหตุใต้ดิน ลอยอบอวลเสียจนรินรดารู้สึกเหมือนปอดของตนเองกำลังถูกเคลือบด้วยเศษซากความพินาศเมื่อสิบปีก่อน นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือสีขาวสะอาดแตะลงบนแฟ้มคดีหมายเลข 048 ที่กระดาษด้านในกรอบเกรียมและเปราะบางราวกับปีกแมลงทับ นี่คือร่องรอยเดียวที่เหลืออยู่—หรืออาจเป็นกับดักที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อฝังกลบความจริงกันแน่ "คุณไม่ควรมาขุดคุ้ยเรื่องนี้" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืดของแถวชั้นวางหนังสือ รินรดาไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร กลิ่นบุหรี่ผสมกลิ่นอายความเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์ของธันวา... อดีตสามีผู้เคยเหยียบย่ำหัวใจของเธอจนแหลกละเอียด และตอนนี้กำลังทำตัวราวกับสุนัขหวงก้างที่คอยตามคุกคามทุกฝีก้าว รินรดายังคงนิ่ง เธอไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเธอเคยยอมมอบทั้งชีวิตให้ รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างควบคุมไม่ได้ ก่อนที่เธอจะค่อยๆ ปิดแฟ้มในมือลงเสียงดัง *ปัง!* จนฝุ่นคละคลุ้ง "ทำไมคะ? กลัวว่าความลับสกปรกที่คุณกับครอบครัวพยายามซ่อนไว้มันจะเน่าจนส่งกลิ่นตลบอบอวลออกมาอย่างนั้นเหรอ" รินรดาหันกลับไปเผชิญหน้า แววตาคู่คมกริบไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ สิ้นเชิง "หรือกลัวว่าฉันจะรู้ว่า... คืนนั้น ใครกันแน่ที่เป็นคนลงมือฆ่าครอบครัวของฉัน" ธันวาก้าวเท้าออกจากเงาสลัว แสงไฟสีส้มสลัวกระทบเข้ากับใบหน้าคมสันที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและริ้วรอยแห่งความสำนึกผิด ดวงตาของเขาแดงก่ำ คล้ายคนไม่ได้นอนมาหลายคืน เขามองเธอด้วยสายตาที่เจ็บปวดเสียจนน่าสมเพช—สายตาแบบที่รินรดาเกลียดชังที่สุด เพราะมันตอกย้ำว่าเขาเคยโง่เง่าและใจร้ายกับเธอมากแค่ไหนในอดีต "ผมไม่ได้ทำ..." ธันวาเอ่ยเสียงแหบพร่า ก้าวเข้าไปใกล้ทีละน้อย ทว่ารินรดากลับถอยหลังรักษาระยะห่างอย่างรังเกียจ ราวกับเขามีเชื้อโรคที่น่าขยะแขยง "และคนที่คุณกำลังตามหาอยู่... เขาไม่ใช่พยานที่คุณควรไปพบ ริน" "หุบปากซะ!" รินรดาตวาดเสียงกร้าว ความโกรธแค้นที่อัดอั้นมานานนับปีระเบิดออกจนเสียงสะท้อนก้องไปทั่วห้องใต้ดินทึบๆ "คุณไม่มีสิทธิ์มาออกคำสั่งกับฉัน ธันวา! คุณเป็นแค่ผู้ชายเห็นแก่ตัวคนหนึ่งที่แต่งงานกับฉันเพราะผลประโยชน์ ทำลายศักดิ์ศรีของฉัน เหยียบย่ำแม้กระทั่งความหวังที่จะมีชีวิตอยู่... แล้วตอนนี้ยังมีหน้ามาทำเป็นห่วงฉันงั้นเหรอ? น่าขันสิ้นดี!" คำพูดเหล่านั้นคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนแผลเดิมของธันวา เขาชะงักไป ดวงตาไหววับด้วยความเจ็บปวดที่แทบกระออกมาเป็นเลือด ผู้ชายที่เคยหยิ่งผยองและเยือกเย็นในอبيต บัดนี้กลับดูราวกับคนใกล้ตายที่ยอมให้เธอเหยียบย่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่คิดจะแก้ตัว "ใช่... ผมมันเลว ผมทำลายคุณ ผมทำลายทุกอย่างด้วยมือของผมเอง" ธันวากล่าวเสียงสั่น เคลื่อนเข้ามาใกล้จนเกือบชิด รินรดารู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวและความสั่นเทาจากตัวเขา "แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป คนที่คุณตามหา... 'ลุงยอด' อดีตภารโรงคนนั้น เขาไม่ได้สติแล้ว เขาเป็นอัมพฤกษ์และสูญเสียความทรงจำไปหมดสิ้นจากเหตุการณ์ไฟไหม้คืนนั้น... ถ้าคุณไปหาเขาตอนนี้ สิ่งเดียวที่คุณจะได้เจอคือความว่างเปล่า... และอันตรายจากคนที่ตามล่าเขาก่อนที่คุณจะไปถึง" รินรดานิ่งงิ่ง หัวใจกระตุกวูบชั่วขณะ ข้อมูลนี้ใหม่เกินกว่าจะคาดคิด แต่ความแข็งกระด้างในจิตใจก็สั่งให้เธอไม่เชื่อใครง่ายๆ อีกต่อไป "ฉันจะเชื่อคำพูดของคนที่โกหกฉันมาตลอดชีวิตได้อย่างไร?" รินรดาแค่นหัวเราะ หยิบกระเป๋าหนังขึ้นมาสะพายไหล่เตรียมเดินหนี "ต่อให้เขาจะเป็นบ้าหรือตายไปแล้ว ฉันก็จะขุดคุ้ยความจริงขึ้นมาให้ได้ แม้ว่ามันจะต้องแลกด้วยชีวิตของฉัน... หรือชีวิตของคุณก็ตาม" เธอเดินผ่านหน้าเขาไปอย่างไร้เยื่อใย ไหล่บางกระแทกเข้ากับหัวไหล่กว้างของเขาอย่างจงใจ ความเย็นชาของเธอคือเกราะกำบังที่แข็งแกร่งที่สุดในเวลานี้ ธันวายืนนิ่งสนิทปล่อยให้เธอเดินพ้นประตูห้องใต้ดินออกไป มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้า ทว่า ในวินาทีที่รินรดากำลังจะก้าวพ้นบันไดขั้นสุดท้ายขึ้นสู่ชั้นบน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครอีกคนก็ดังสวนลงมา พร้อมกับเงาร่างของชายแปลกหน้าที่สวมฮู้ดปิดบังใบหน้า พลاںยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลเก่าๆ มาตรงหน้าเธอโดยไม่มีปี่มีขลุ่วย "คุณรินรดาใช่ไหมครับ..." เสียงแหบแห้งกระซิบกระซาบราวกับเสียงภูตผี "คนที่คุณตามหา... เขาไม่ได้อยู่ที่โรงพยาบาลบ้า และไม่ได้เป็นอัมพฤกษ์อย่างที่ใครบางคนโกหกคุณหรอกครับ... แต่เขากำลังรอพบคุณ อยู่ที่บ้านหลังสุดท้ายท้ายซอยของกองเพลิงเมื่อสิปปีก่อน... และนี่คือ 'หลักฐานชิ้นสุดท้าย' ที่จะบอกว่าใครคือคนที่จุดไฟเผาบ้านคุณในคืนนั้น" รินรดายืนแข็งทื่อ นัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง มือที่กำลังจะเอื้อมไปรับซองเอกสารสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ เมื่อหันกลับไปมองสบตากับธันวาที่ยืนอยู่เบื้องล่าง แววตาของอดีตสามีกลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด—ความหวาดกลัวที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความทรงจำอันมืดมิดไปกับ "กระจกเงาต้องสาป" นะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้เงากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%