“อย่าคิดว่าการที่ฉันก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้ จะหมายความว่าฉันให้อภัยคุณแล้วนะคะ ธันวา”
เสียงของรินรดาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งที่เกาะตัวอยู่บนกระจกเงาบานเก่า เธอไม่ได้มองหน้าเขา ดวงตาคู่สวยที่เคยเต็มไปด้วยความรักบัดนี้ว่างเปล่าและคมกริบดุจมีดโกน ร่างบางยืนตระหง่านอยู่กลางห้องโถงกว้างของคฤหาสน์ตระกูลธันวาคม สถานที่ที่เคยเป็นกรงขังความทรงจำอันแสนเจ็บปวดของเธอ
ธันวาที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าวชะงักงัน มือหนาที่ถือแฟ้มเอกสารสั่นเทาเล็กน้อย เขาอยากจะคว้ามือเธอมากุมไว้เหมือนวันวาน แต่อำนาจที่มองไม่เห็นในดวงตาของเธอสั่งให้เขาต้องหยุดอยู่กับที่
“ผมไม่ได้คาดหวังแบบนั้น ริน... ผมแค่...” ชายหนุ่มละล่ำละลัก แววตาของเขาฉายชัดถึงความแตกสลายที่พยายามเก็บซ่อน “ผมแค่ไม่อยากให้คุณต้องเจ็บปวดไปมากกว่านี้ ความจริงบางอย่าง... มันไม่ได้สวยงามอย่างที่คุณคิด”
“ความจริงที่ว่าคุณนอกใจฉัน? หรือความจริงที่ว่าคุณเห็นฉันเป็นแค่ตุ๊กตาในตู้โชว์ใบหนึ่ง?” รินรดาแค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นรมย์ เธอเดินเฉียดผ่านเขาไป กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ของเธอจางหายไปแทนที่ด้วยกลิ่นอับชื้นจากห้องใต้ดินที่อยู่หลังประตูบานหนา ซึ่งเธอมองเห็นมันตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเท้าเข้าบ้าน
เธอรู้ดีว่าธันวาแอบปิดบังอะไรบางอย่างมาตลอด และคืนนี้... คือคืนที่เธอจะกระชากหน้ากากนั่นออกมาด้วยตัวเอง
จังหวะที่ธันวาถูกเรียกตัวไปรับสายโทรศัพท์ด่วนที่สวนหลังบ้าน รินรดาอาศัยจังหวะนี้ก้าวเข้าไปใกล้ประตูไม้โอ๊กที่ถูกลงกลอนแน่นหนา เธอไม่ใช่ภัณฑารักษ์ที่ไร้ทางสู้ เธอมีกุญแจสำรองที่แอบคัดลอกมาได้ตั้งแต่วันที่เขายังไม่ระวังตัว
*คลิก*
เสียงกลอนปลดล็อกดังก้องในโสตประสาท รินรดาสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นไอของกระดาษเก่าและน้ำยาเคมีบางอย่างโชยแตะจมูก เธอเปิดประตูออกไปช้าๆ ห้องที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่ห้องเก็บของสะสมทั่วไป แต่มันคือ ‘ห้องสมุดแห่งความทรงจำ’ ที่เต็มไปด้วยแฟ้มประวัติทางการแพทย์และบันทึกเหตุการณ์วันที่เธอสูญเสียความทรงจำไป
รินรดากวาดสายตาผ่านเอกสารบนโต๊ะทำงานกลางห้อง ปลายนิ้วสัมผัสกับรูปถ่ายใบหนึ่งที่ถูกคว่ำไว้ เธอหยิบมันขึ้นมา หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น
ในรูปนั้นคือตัวเธอเอง... ในสภาพที่ดูสะบักสะบอมและมีสายระโยงระยางจากเครื่องช่วยหายใจ โดยมีธันวานั่งกุมมือเธอด้วยแววตาที่เจ็บปวดเกินจะบรรยาย มันคือเหตุการณ์ที่เธอจำไม่ได้อย่างสิ้นเชิง แต่ที่น่าสะพรึงกลัวกว่านั้นคือ ‘รายงานการทดลอง’ ที่แปะอยู่ข้างๆ
‘การผ่าตัดดัดแปลงความทรงจำระยะที่ 3: ผู้ป่วยรินรดา’
มือของเธอสั่นสะท้าน ความแค้นที่เคยมีกลับถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกที่แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง ธันวาไม่ได้แค่โกหกเขาหลอกเธอ แต่เขา... เขานั่นแหละที่เป็นคนพราก ‘ตัวตน’ ของเธอไปในอดีต
“คุณเข้ามาจนได้สินะ”
เสียงทุ้มต่ำและสั่นเครือดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง รินรดาสะดุ้งสุดตัว เธอหันขวับไปมองเห็นธันวายืนพิงผนัง ดวงตาของเขาแดงก่ำราวกับเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก
“คุณทำแบบนี้ทำไม?” รินรดาเค้นเสียงถาม มือที่กำเอกสารแน่นจนยับยู่ยี่ “คุณลบความทรงจำของฉันทำไมกัน ธันวา!”
“เพื่อปกป้องคุณ!” ธันวาก้าวเข้ามาหาช้าๆ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความอัดอั้น “ถ้าคุณจำได้ว่าคุณเป็นใครในคืนนั้น คุณจะไม่มีวันมีความสุขได้อีกเลย ผมยอมถูกคุณเกลียด ยอมให้คุณมองว่าผมเป็นปีศาจ แต่ขอแค่ให้คุณได้มีชีวิตใหม่... ชีวิตที่ไม่มีบาดแผลพวกนั้น”
“นั่นไม่ใช่หน้าที่ของคุณ!” เธอตะคอกกลับ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้รินไหลออกมาด้วยความสมเพชตัวเอง “นั่นมันชีวิตของฉัน ความเจ็บปวดนั้นคือของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มาตัดสินใจแทนฉันว่าอะไรควรจำหรือไม่ควรจำ!”
ขณะที่ทั้งคู่กำลังเผชิญหน้ากันด้วยความกดดันถึงขีดสุด เสียงกริ่งประตูหน้าบ้านก็ดังขึ้นแทรกกลางความเงียบ ตามด้วยเสียงของแม่บ้านที่ตะโกนเข้ามาว่ามีจดหมายด่วนจากโรงพยาบาลส่งมาให้คุณรินรดา
ธันวาหน้าถอดสีทันที เขาพุ่งตัวจะคว้าจดหมายนั้น แต่รินรดาเร็วกว่า เธอคว้าซองสีขาวปึกหนามาจากมือแม่บ้านแล้วฉีกออกทันที
กระดาษในซองค่อยๆ ร่วงหล่นลงสู่พื้น มันไม่ใช่รายงานการแพทย์ธรรมดา แต่มันคือผลตรวจ DNA ที่ระบุชื่อ ‘เด็กหญิงมินตรา’ กับ ‘รินรดา’ และอีกใบหนึ่ง... คือผลตรวจเทียบกับ ‘ธันวา’ ที่ระบุว่ามีความสัมพันธ์เป็นบิดาและมารดาชัดเจน
รินรดาเบิกตากว้าง หายใจติดขัด เธอจำเด็กคนนั้นได้... เด็กน้อยที่เธอเคยเห็นในฝัน เด็กที่เธอคิดว่าเป็นเพียงจินตนาการ แต่ภาพถ่ายของเด็กหญิงตัวน้อยในรายงานที่ซ่อนอยู่ใต้ซองจดหมายกลับทำให้โลกทั้งใบของเธอหมุนคว้าง
ในรูปถ่ายนั้นคือเด็กผู้หญิงที่หน้าตาเหมือนเธอกับธันวาราวกับถอดแบบกันมา และข้างหลังรูปมีลายมือที่เธอคุ้นตาเขียนไว้ว่า ‘ความลับที่ตายไปพร้อมกับความจำของแม่’
ธันวาคุกเข่าลงกับพื้น มือหนาสั่นเทาพยายามเอื้อมมาจับชายกระโปรงของเธอ แต่รินรดากลับถอยหลังหนีเหมือนเจอสิ่งของอัปมงคล
“เด็กคนนี้... คือใคร?” เสียงของเธอสั่นพร่า ไร้ซึ่งความเข้มแข็งที่เคยพกมา
ธันวาเงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดทอดมองไปทางประตูห้องลับที่เพิ่งเปิดออก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำลายหัวใจของเธอจนแหลกสลาย
“เด็กคนนั้นไม่ได้ตายไปแล้วริน... เธอแค่ถูกขังอยู่ในความทรงจำที่คุณลืมมันไปทั้งหมด”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความทรงจำอันมืดมิดและบีบคั้นหัวใจไปกับ "กระจกเงาต้องสาป" นะคะ
ภัณฑารักษ์ไร้เงากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย•ตอนที่ 12
ความจริงในเงามืด
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้เงากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!