ใต้เงาปูนเปียก: ปลายทางแห่งศรัทธา•ตอนที่ 47

การสืบสวนที่ยากลำบาก

ผลงานโดย บันทึกคนจร
กลิ่นอับชื้นของกระดาษเอกสารเก่าๆ และคราบหมึกพิมพ์ราคาถูก คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นกาแฟดำที่เย็นชืดจนเป็นไขบนโต๊ะทำงานขนาดเล็ก เสียงเคาะแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์รุ่นเก่าดังเป็นจังหวะกระชั้นชิดในห้องสี่เหลี่ยมคับแคบที่ซ่อนตัวอยู่หลังตึกแถวเก่าๆ ย่านชานเมือง ก้องนั่งนิ่งจ้องหน้าจอสีฟ้าสว่างวาบ ดวงตาของชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าปีคู่นั้นแดงก่ำ เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยจากการอดนอนติดต่อกันเป็นเวลาสามคืนเต็ม บนหน้าจอคือแผนผังเส้นทางการเงินที่ซับซ้อนราวกับใยแมงมุม เส้นสีแดงโยโยงใยจากบริษัทเปลือกหอยนับสิบแห่ง โอนถ่ายผ่านบัญชีม้า ก่อนจะกระจายตัวหายวับไปกับตาในระบบเศรษฐกิจนอกระบบอย่างไร้ร่องรอย "มันเหมือนกับการควควานหาเข็มในมหาสมุทรที่กำลังไฟไหม้นั่นแหละครับ ก้อง" รินเอ่ยขึ้นเบาๆ มือเรียวบางยื่นแก้วกาแฟอุ่นๆ มาวางตรงหน้า ดวงตาของเธอฉายแววความอ่อนล้าไม่แพ้กัน แต่กระนั้น น้ำเสียงของเธอยังคงมีความหนักแน่นและมั่นคงพอที่จะดึงสติของก้องกลับมาจากความหงุดหงิดที่กำลังกัดกินจิตใจ ก้องถอนหายใจยาวนาน หยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบโดยไม่พูดอะไร ความรู้สึกผิดลึกๆ ในใจที่เคยผลักดันให้เขาออกจากบ้านนอกเพื่อมาเผชิญโชคในเมืองใหญ่ บัดนี้มันแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธขึงต่อระบบความเหลื่อมล้ำที่ยุติธรรมแต่เพียงนามธรรม เสี่ยวิชัยไม่ได้เป็นเพียงแค่พ่อค้าอสังหาริมทรัพย์ผู้ร่ำรวย แต่เขาคือสถาปัตยกรรมแห่งความอยุติธรรมที่สร้างขึ้นจากหยาดเหงื่อและคราบน้ำตาของคนตัวเล็กๆ "พวกเขาไม่ได้แค่ซ่อนเงินนะริน..." ก้องเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ปลายนิ้วชี้ไปที่จุดสุดท้ายของเส้นทางการเงินบนจอภาพ "ทุกเส้นทางที่พวกเราแกะรอยมาตลอดสัปดาห์นี้ มันไม่ได้ไปบรรจบที่บัญชีของเสี่ยวิชัยโดยตรงเลยสักเส้นทางเดียว... แต่มันถูกแปลงสภาพเป็น 'ความว่างเปล่า' บริษัทนอมินีพวกนั้นถูกจดทะเบียนโดยชื่อของคนงานก่อสร้างที่เสียชีวิตไปแล้วบ้าง คนไร้บ้านบ้าง หรือแม้แต่คนที่ถูกซื้อบัตรประชาชนไปในราคาไม่กี่พันบาท" รินดึงเก้าอี้เข้ามานั่งใกล้ เธอกวาดสายตาคมปลาบมองตัวเลขจำนวนมหาศาลที่ถูกซุกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน "นั่นหมายความว่า เสี่ยวิชัยไม่ได้ใช้แค่ทนายความเก่งๆ หรอกครับ... แต่เขามีผู้เชี่ยวชาญด้านการฟอกเงินระดับมืออาชีพที่คอยเช็ดล้างร่องรอยทุกอย่างให้สะอาดเอี่ยมอ่อง จนแทบไม่หลงเหลือหลักฐานมัดตัวเลยแม้แต่น้อย" บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงพัดลมเพดานเก่าๆ ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดน่ารำคาญ ทุกตัวอักษร ทุกบรรทัดในหน้าจอคอมพิวเตอร์เปรียบเสมือนกำแพงปูนเปียกหนาทึบที่ก้องกำลังพยายามเอาหัวชนเพื่อพังมันลงมา แต่ไม่ว่าจะพยายามสักแค่ไหน กำแพงนั้นก็ยังคงตั้งตระหง่าน เยาะเย้ยความพยายามอันน้อยนิดของพวกเขา ก้องหลับตาลง นึกถึงภาพของพ่อผู้ล่วงลับ ภาพใบหน้ากร้านแดดที่ต้องก้มหน้าทำงานหนักแลกกับค่าแรงอันน้อยนิด ขณะที่คนเบื้องบนอย่างเสี่ยวิชัยกลับเสวยสุขบนกองเงินกองทองที่ได้มาจากการฮุบที่ดินทำกินของชาวบ้าน ความรู้สึกคับแคบในอกตีรวนขึ้นมาจนหายใจไม่ออก เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ "เราจะยอมแพ้แค่นี้ไม่ได้หรอกครับริน ถ้าเราถอยตอนนี้ ชาวบ้านนับร้อยครอบครัวที่กำลังจะถูกไล่ที่ก็จะไม่มีแม้แต่แผ่นดินจะซุกหัวนอน" ก้องลืมตาขึ้น แววตาคู่นั้นเด็ดเดี่ยวและไร้ซึ่งความลังเล "ฉันไม่ได้หมายความว่าจะยอมแพ้ค่ะ... เอ๊ย... จะยอมแพ้นะครับ" รินรีบแก้คำพูดเมื่อเผลอใช้สรรพนามคุ้นปาก พร้อมกับส่งยิ้มบางๆ ให้กำลังใจ "เพียงแต่เราต้องเปลี่ยนวิธีคิด ถ้าการสาวตามเส้นทางเงินมันพาเราวนกลับมาที่ทางตัน เราก็ต้องหาทางเจาะเข้าไปที่ 'จุดเริ่มต้น' ของมัน" "จุดเริ่มต้น?" ก้องทวนคำ "ใช่ครับ... เงินจำนวนมหาศาลขนาดนั้น ไม่ได้งอกเงยขึ้นมาได้เองจากอากาศธาตุ มันต้องมีจุดที่เงินสดก้อนโตถูกเปลี่ยนมือ หรือมีเอกสารลับบางอย่างที่ทำธุรกรรมกันแบบออฟไลน์ เอกสารที่ระบบดิจิทัลเข้าไม่ถึง... และฉันคิดว่า ฉันน่าจะรู้แล้วว่ามันอยู่ที่ไหน" ก่อนที่ก้องจะได้เอ่ยปากถามอะไรเพิ่มเติม เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างรวดเร็วและกระชั้นชิด เสียงเคาะนั้นไม่มีความเกรงใจและไม่มีจังหวะจะโคน มันเป็นการเคาะที่แฝงไปด้วยความเร่งรีบราวกับกำลังหนีตาย ก้องและรินสบตากันโดยอัตโนมัติ ร่างของชายหนุ่มผุดลุกขึ้นยืนช้าๆ สัญชาตญาณการระแวดระวังภัยตื่นตัวเต็มที่ในเสี้ยววินาที ก้องส่งสัญญาณให้รินถอยไปหลบหลังตู้เอกสาร ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตูห้องที่ขึ้นสนิมช้าๆ ทันทีที่บานประตูเปิดออก ลมเย็นยะเยือกจากภายนอกก็พัดกรรโชกเข้ามาปะทะใบหน้า ร่างของชายชราคนหนึ่ง เซถลาล้มพับเข้ามาในห้องราวกับคนหมดเรี่ยวแรง เสื้อผ้าเนื้อหยาบมอมแมมเปียกชุ่มไปด้วยหยาดฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาด้านนอก ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลฟกช้ำและคราบเลือดที่แห้งกรัง ก้องรีบก้าวเข้าไปประคองร่างนั้นทันที "คุณลุง! เกิดอะไรขึ้นครับ ตั้งสติก่อน" ชายชราเงยหน้าขึ้น ดวงตาฝ้าฟางเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด มือที่สั่นเทาราวกับคนเป็นไข้ป่าคว, ควานหาบางสิ่งในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตเก่าๆ ก่อนจะยื่นแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำฝนและรอยเปื้อนสีแดงคล้ายเลือดมาให้ก้อง "ท่าน... ท่านรองผู้ว่าฯ... ส่งผมมา..." เสียงแหบพร่ากระซิบสั่นเครือ "ถ้าพวกคุณ... ยังอยากรู้ความจริงเรื่องเส้นเงินของเสี่ยวิชัย... นี่คือ... 'บัญชีลับ' ตัวจริงที่มันทำหล่นไว้ในคืนที่เกิดเหตุฆาตกรรม... รีบหนีไปซะ... เพราะพวกมันกำลังมา!" คำพูดสุดท้ายขาดหายไปพร้อมกับเสียงลมหายใจที่แผ่วเบาลง ร่างของชายชราแน่นิ่งสนิทคาอ้อมแขนของก้อง ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ก็ดังขึ้นก้องกังวานจากทางเดินบันไดมืดมิดด้านนอก และแสงไฟฉายสว่างวาบก็ส่องสาดทะลุกระจกประตูห้องเข้ามาอย่างคุกคาม! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กันเสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาปูนเปียก: ปลายทางแห่งศรัทธา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%