ใต้เงาปูนเปียก: ปลายทางแห่งศรัทธา•ตอนที่ 46

ช่องโหว่ทางกฎหมาย

ผลงานโดย บันทึกคนจร
"ข้อความข่มขู่หน้าประตูบ้านเมื่อคืน ไม่ได้ทำให้พวกเราถอยห่างจากความจริงเลยแม้แต่น้อยครับ... แต่ในทางกลับกัน มันกำลังบอกเราอย่างชัดเจนว่า สิ่งที่เรากำลังทำอยู่นั้น กำลังไปเหยียบตาปลาของใครเข้าอย่างจัง" รินวางกระดาษแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ภายในสำนักงานช่วยเหลือทางกฎหมายขนาดเล็ก กลิ่นอับชื้นของกระดาษเอกสารเก่าผสมกับกลิ่นกาแฟดำที่ชงทิ้งไว้ข้ามคืน ลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศที่ตึงเครียด ก้องนั่งนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม มือหนาทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว ภาพรอยหมึกสีแดงฉานที่เขียนขู่ไว้บนบานประตูเมื่อคืนยังคงวนเวียนอยู่ในหัว "ผมไม่ได้กลัวไอ้เสี่ยวิชัยนั่นหรอกครับริน..." ก้องเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่หนักแน่น สายตาของชายหนุ่มมองลอดผ่านกระจกหน้าต่างออกไปยังชุมชนแออัดด้านนอก ที่ซึ่งผู้คนนับร้อยชีวิตกำลังใช้ชีวิตอยู่บนความไม่แน่นอนของกรรมสิทธิ์ที่ดิน "แต่สิ่งที่ผมกังวลคือชาวบ้านตาดำๆ เหล่านี้ต่างหาก พวกเขาไม่มีเงินพอจะจ้างทนายฝีมือดีไปสู้กับทีมกฎหมายระดับร้อยล้านของมันหรอกนะครับ" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ จะดังขึ้นขัดจังหวะ ทนายธนา ชายวัยกลางคนผู้มีเส้นผมสีดอกเลาแซมอยู่ประปราย ดวงตาคมปลาบหลังกรอบแว่นสายตาสะท้อนประกายความอ่อนล้าจากการทำงานหนักมาค่อนชีวิต เขากวาดสายตามองเอกสารคดีฟ้องร้องขับไล่ที่กองสุมอยู่บนโต๊ะ แล้วถอนหายใจยาวเหยียด "คดีแบบนี้ผมเจอมาเยอะครับคุณก้อง คุณริน..." ทนายธนาเริ่มพูดโดยไม่เงยหน้าขึ้นจากกองกระดาษ นิ้วมือพลิกแฟ้มคดีทีละหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ "บริษัทอสังหาริมทรัพย์ของเสี่ยวิชัยไม่ได้ใช้แค่กำลังเงิน แต่พวกเขาใช้ช่องโหว่ของกฎหมายที่ดิน สัญญาจะซื้อจะขายที่ซ่อนเงื่อน และความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของชาวบ้าน เป็นอาวุธในการบีบให้คนเหล่านี้ต้องยอมจำนนตามกฎหมายอย่างถูกระเบียบเสียด้วยซ้ำ" "แล้วพวกเราจะสู้ยังไงล่ะครับทนาย ช่องโหว่ที่ว่า มันไม่มีทางอุดได้เลยหรือครับ" รินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรนเล็กน้อย แต่แววตายังคงฉายความมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยม "มีครับ... แต่ไม่ง่าย" ทนายธนาถอดแว่นสายตาออกแล้ววางลงบนโต๊ะ เขาสบตาก้องและรินสลับกันด้วยแววตาจริงจัง "กฎหมายก็เหมือนตาข่ายที่มีรูรั่วครับ ถ้าเราไม่มีกำลังพอที่จะดึงตาข่ายนั้นให้ตึง เราก็ต้องหาคนที่รู้ว่าช่องโหว่อยู่ตรงไหน แล้วมุดลอดมันกลับไปเอาความยุติธรรมมาให้ได้ ปัญหาคือ... ทนายอาสาที่พอจะมีฝีมือและไม่เกรงกลัวอิทธิพลมืดในเขตนี้ มีอยู่ไม่กี่คนหรอกนะครับ และส่วนใหญ่... ก็เลือกที่จะปิดตาข้างหนึ่งเพื่อความปลอดภัยของครอบครัวตัวเอง" ก้องขยับตัวเล็กน้อย เก้าอี้ไม้ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดตามน้ำหนักตัว "ถ้าอย่างนั้น แปลว่าชาวบ้านที่นี่ไม่มีทางเลือกอื่นเลยอย่างนั้นหรือครับ พวกเขาต้องปล่อยให้บ้านที่สร้างมาจากหยาดเหงื่อทั้งชีวิต ถูกรถแบ็คโฮพังทลายลงเพียงเพราะกระดาษแผ่นเดียวที่พวกเขาอ่านไม่เข้าใจอย่างนั้นหรือครับ" น้ำเสียงของก้องเจือไปด้วยความเจ็บปวดและโกรธเกรี้ยว ปมในใจที่เคยสูญเสียพ่อไปเพราะความยากจนและความไร้ทางสู้ในอดีต กำลังถูกกระตุ้นให้เดือดพล่านขึ้นมาอีกครั้ง ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปเห็นเด็กน้อยวิ่งเล่นอยู่บนกองอิฐหักๆ ภาพนั้นยิ่งตอกย้ำให้เขาเห็นว่า ความเหลื่อมล้ำในสังคมนี้มันช่างโหดร้ายเสียเหลือเกิน "ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณดีครับคุณก้อง..." ทนายธนาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้น ยอมรับในความเด็ดเดี่ยวของชายหนุ่มตรงหน้า "ตัวผมเองก็เป็นแค่นายความแก่ๆ คนหนึ่ง ที่เลือกเส้นทางทนายอาสาเพราะไม่อยากเห็นคนจนต้องตกเป็นเหยื่อ แต่ลำพังแค่ผมคนเดียว... ไม่มีทางชนะทีมกฎหมายของเสี่ยวิชัยที่ยกพลมาเป็นกองทัพได้หรอกครับ" บรรยากาศภายในห้องกลับมาดำดิ่งลงอีกครั้ง ความหวังที่ริบหรี่อยู่แล้วเริ่มเลือนรางลงไปทุกที รินเอื้อมมือไปสัมผัสแขนของก้องเบาๆ เพื่อส่งผ่านความห่วงใยและพลังใจที่ยังมีเหลืออยู่ แม้ว่าในใจของเธอเองเริ่มจะหวั่นไหวกับแรงกดดันรอบด้านแล้วก็ตาม "แล้วถ้า... มีคนยอมช่วยล่ะครับ" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นจากบริเวณหน้าประตูสำนักงานที่เปิดแง้มไว้ ทนายธนา ก้อง และริน หันขวบไปมองพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มยับยู่ยี่เล็กน้อยจากการเดินทาง ก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามา ใบหน้าคมคายนั้นประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่อ่านไม่ออก ดวงตาคู่คมกวาดมองเอกสารทั่วทั้งห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ก้อง "ขอโทษที่เสียมารยาทนะครับที่ไม่ได้เคาะประตูก่อน... พอดีผมได้ยินพวกคุณคุยกันเรื่องช่องโหว่ทางกฎหมาย แล้วบังเอิญว่า... ผมคือนักกฎหมายคนเดียวในเมืองนี้ ที่กำลังมองหาช่องโหว่เพื่อเล่นงานเสี่ยวิชัยอยู่พอดีครับ" ก้องหรี่ตามองชายแปลกหน้าผู้น้าสงสัยคนนี้อย่างระแวดระวัง ในขณะที่ทนายธนาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นใบหน้าของแขกไม่ได้รับเชิญชัดเจน "คุณ... คุณคือ..." ทนายธนาอุทานชื่อนั้นออกมาเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย บันทึกคนจร © สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาปูนเปียก: ปลายทางแห่งศรัทธา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%