"ถ้ามึงไม่อยากให้ลูกชายมึงกลายเป็นปุ๋ยฝังใต้ตึกที่มันกำลังประท้วงอยู่ ก็บอกให้มันถอนตัวออกมาซะ... อย่าหาว่าคนกันเองไม่เตือน"
ปลายสายกดตัดไปพร้อมกับเสียงสัญญาณทูตมรณะที่ดังแช่อยู่ในหูของแม่ผม มือที่เคยถือกระป๋องรดน้ำต้นไม้สั่นเทาจนหยดน้ำกระเซ็นลงบนพื้นปูนเก่าๆ ที่แตกร้าว แกยืนนิ่งอยู่กลางสวนหลังบ้าน สายลมเย็นยะเยือกของช่วงค่ำในต่างจังหวัดไม่ได้ทำให้แกหนาวเท่ากับคำขู่ประโยคนั้น
ผมวางสายจากแม่ลงด้วยมือที่สั่นไม่แพ้กัน รินมองผมผ่านแสงสลัวของหน้าจอโน้ตบุ๊ก เธอกำลังตรวจสอบเอกสารการถือครองที่ดินของเสี่ยวิชัย แต่วินาทีที่ผมหันไปสบตา เธอหยุดทุกการเคลื่อนไหว
"ก้อง... มีอะไรหรือเปล่า?" เสียงของรินนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความกังวล เธออ่านสีหน้าผมออกเสมอ เพราะเราผ่านความเป็นความตายมาด้วยกันในสมรภูมิที่เรียกว่า 'ความยุติธรรม'
ผมสูดหายใจเข้าลึก พยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น "เสี่ยวิชัยส่งคนไปที่บ้านแม่ มันรู้ว่าแม่อยู่ที่ไหน มันขู่ว่าจะทำร้ายแกถ้าฉันไม่หยุดขุดคุ้ยเรื่องโครงการหมู่บ้านจัดสรรนั่น"
รินวางปากกาในมือลงทันที แววตาของเธอเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็นความเด็ดเดี่ยว เธอเดินเข้ามาใกล้แล้วจับไหล่ผมไว้แน่น "ก้อง ฟังผมนะ เรามาไกลเกินกว่าจะถอยหลังกลับไปตอนนี้ ถ้าเราหยุด ตอนนี้คนที่นั่นจะไม่มีที่ซุกหัวนอน ถ้าเราเงียบ ความเงียบของเราจะกลายเป็นอาวุธให้คนชั่วทำร้ายคนอื่นได้อีกนับไม่ถ้วน"
"แต่แม่ผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย!" ผมขึ้นเสียงใส่เธอด้วยความอัดอั้น "ผมยอมแลกทุกอย่างเพื่อความถูกต้องได้ แต่ไม่ใช่กับชีวิตของแม่ผม ริน... ผมทนเห็นแม่ต้องตกอยู่ในความหวาดระแวงแบบพ่อไม่ได้อีกแล้ว"
รินเงียบไปครู่หนึ่ง เธอมองลึกเข้ามาในดวงตาผมก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง "งั้นเราต้องเปลี่ยนแผน เราไม่ได้สู้แค่เพื่ออุดมการณ์แล้ว แต่เราสู้เพื่อปกป้องครอบครัวของก้องด้วย... ผมจะไปกับคุณ คืนนี้เลย"
เราตัดสินใจเดินทางกลับไปที่บ้านเกิดของผมทันที รถกระบะคันเก่าวิ่งฝ่าความมืดมิดของถนนสายรองที่ไร้ไฟทาง บรรยากาศสองข้างทางเงียบเชียบจนน่าใจหาย ราวกับความมืดกำลังโอบล้อมและจับจ้องเราอยู่ตลอดเวลา ตลอดทางผมไม่พูดอะไรเลย ได้แต่นึกถึงใบหน้าของแม่ ใบหน้าที่มีริ้วรอยแห่งความลำบาก แต่ไม่เคยมีรอยแผลจากการคุกคามของคนพาล
เมื่อมาถึงบ้านไม้ใต้ถุนสูงหลังเดิมที่ผมจากมานาน บรรยากาศรอบบ้านผิดปกติไปอย่างชัดเจน สุนัขของเพื่อนบ้านเงียบกริบ ไม่มีเสียงจิ้งหรีดเรไร มีเพียงกลิ่นธูปจางๆ และควันไฟที่ลอยคลุ้งมาจากครัว
ผมพุ่งตัวเข้าไปในบ้านอย่างร้อนรน "แม่! แม่ครับ!"
แม่นั่งอยู่บนแคร่ไม้ไผ่กลางบ้าน แกไม่ได้ร้องไห้ แต่แววตาที่แกมองมาที่ผมมันดูว่างเปล่าและเหนื่อยล้า บนโต๊ะไม้มีซองจดหมายสีน้ำตาลวางอยู่ใบหนึ่ง ภายในซองนั้นไม่ใช่แค่คำขู่ แต่มันคือรูปถ่ายที่ผมจำได้แม่น... รูปผมกับรินที่กำลังเดินออกจากสำนักงานที่ดินเมื่อวานนี้
"มันมาเมื่อตอนห้าโมงเย็น" แม่เอ่ยขึ้น เสียงแกแหบพร่า "มันไม่ได้เข้ามาในบ้าน มันแค่วางซองนี้ไว้แล้วบอกว่า... ถ้าก้องยังไม่หยุด ก็จะมีรูปงานศพส่งมาแทน"
ผมคว้าซองนั้นมาขยำจนยับคามือ ความโกรธแค้นพุ่งพล่านจนผมแทบอยากจะพังทุกอย่างให้สิ้นซาก เสี่ยวิชัยไม่ใช่แค่นักธุรกิจ แต่มันคือปีศาจในคราบมนุษย์ที่กินเลือดเนื้อคนจนเป็นอาหาร
"ก้อง ดูนี่..." รินเดินไปที่มุมหน้าต่าง เธอก้มลงเก็บวัตถุบางอย่างที่ตกอยู่ใต้พุ่มไม้ข้างบ้าน
ผมเดินตามไปดู มันคือเครื่องดักฟังขนาดจิ๋วที่ติดอยู่กับกิ่งไม้ มันยังคงทำงานอยู่ ไฟสีแดงดวงเล็กๆ กระพริบถี่ๆ เหมือนจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของผม
"มันไม่ได้แค่ขู่ ก้อง แต่มันกำลังฟังทุกอย่างที่เราคุยกันตั้งแต่อยู่ในรถ..." รินพูดเสียงแผ่ว ใบหน้าของเธอซีดเผือด
ในจังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของผมก็ดังขึ้นอีกครั้ง หน้าจอโชว์ชื่อ 'ไม่ระบุตัวตน' ผมกดรับด้วยมือที่ชาหนึบ
"ไง... ก้อง เสียงรถเครื่องมันดังไปนะ" เสียงทุ้มต่ำของชายแปลกหน้าดังลอดออกมาผ่านโทรศัพท์ "แต่ที่ข้าโทรมา ไม่ใช่จะมาเตือนรอบที่สองหรอกนะ... หันไปมองที่ประตูบ้านดูสิ คนที่มึงรักไม่ได้มีแค่แม่หรอกนะที่ข้าคุมเกมอยู่"
ผมรีบหันไปที่ประตูบ้าน หัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นเงาร่างคนสามคนยืนอยู่หลังประตูไม้ที่ปิดสนิท พร้อมกับกลิ่นน้ำมันเบนซินที่โชยเข้ามาตามช่องลม
ความหวังในใจที่เคยมีเหมือนถูกจุดไฟเผาไปพร้อมกับความเงียบงันยามค่ำคืน ทุกก้าวที่ผมเดินไปหาประตู มันคือการก้าวเข้าสู่กับดักที่ผมไม่มีทางชนะโดยปราศจากการสูญเสีย
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรไปกับผมในบทนี้นะครับ
ใต้เงาปูนเปียก: ปลายทางแห่งศรัทธา•ตอนที่ 41
ครอบครัวที่ถูกคุกคาม
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาปูนเปียก: ปลายทางแห่งศรัทธา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!