ใต้เงาปูนเปียก: ปลายทางแห่งศรัทธา•ตอนที่ 2

ห้องเช่ารูหนู

ผลงานโดย บันทึกคนจร
"ก้มหัวหน่อยไอ้หนุ่ม เดี๋ยวคานไม้ก็ฟาดกบาลเข้าให้หรอก!" เสียงแหบพร่าของป้าแต๋วตะโกนไล่หลังมา พร้อมกับกลิ่นสาบปูนและกลิ่นอับชื้นที่โชยมาปะทะจมูก ก้องชะงักฝีเท้าที่กำลังก้าวผ่านโถงทางเดินแคบๆ ของตึกแถวเก่าแก่ย่านชานเมืองที่ถูกแบ่งซอยเป็นห้องเช่าเล็กจิ๋ว พื้นทางเดินที่ปูด้วยกระเบื้องแตกหักส่งเสียงครืดคราดทุกย่างก้าว ก้องไม่ได้หันไปมองป้าแก่ที่กำลังหอบหิ้วตะกร้าผ้าใบใหญ่ แต่เขารู้ดีว่าน้ำเสียงนั้นไม่ได้มาพร้อมความเกลียดชัง เพียงแต่ความเหนื่อยล้าของชีวิตในเมืองหลวงมันหล่อหลอมให้ทุกคนต้องตะโกนใส่กันราวกับเป็นภาษาปกติ เขาสอดกุญแจดอกเดิมที่เริ่มสึกหรอเข้ากับรูแม่กุญแจสนิมเขรอะ บิดอยู่สองสามครั้งกว่าประตูไม้บวมน้ำจะยอมเปิดออก ห้องขนาดสองคูณสองเมตรต้อนรับเขาด้วยไอความร้อนที่อบอวลอยู่ข้างในเหมือนเตาอบ ก้องวางกระเป๋าเป้ใบโทรมลงบนเตียงฟูกบางเฉียบที่วางชิดผนัง ผนังห้องฝั่งหนึ่งมีรอยร้าวลากยาวเหมือนสายฟ้าฟาด ซึ่งเขาใช้โปสเตอร์เก่าๆ ปิดทับไว้เพื่อไม่ให้เห็นเศษปูนที่ร่วงกราวลงมาทุกครั้งที่มีรถบรรทุกวิ่งผ่านหน้าตึก เขาหย่อนกายนั่งลงบนพื้นห้อง กวาดสายตามองกระป๋องปลากระป๋องที่เหลืออยู่เพียงใบเดียวบนชั้นวางของไม้ไผ่ที่ทำขึ้นเอง *‘มึงต้องรอดไปให้ได้ก้อง’* เขาบอกตัวเองในใจ พลางนึกถึงใบหน้าของพ่อในวันที่เขาตัดสินใจก้าวออกจากบ้านที่ต่างจังหวัด มือที่หยาบกร้านของพ่อที่แตะบ่าเขาในวันนั้นยังคงมีความรู้สึกหลงเหลืออยู่ มันไม่ใช่ความรักที่อบอุ่น แต่มันคือความคาดหวังที่หนักอึ้งจนเขากระดิกตัวไปไหนไม่ได้ เสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้นสามครั้ง ตามด้วยเสียงทักทายที่คุ้นเคย "พ่อหนุ่ม... กินอะไรหรือยัง?" ก้องรีบลุกขึ้นเปิดประตู เห็นป้าแต๋วหอบเอาปิ่นโตเถาเล็กๆ ยื่นมาให้ ใบหน้าของแกเหี่ยวย่นตามวัย แต่ดวงตานั้นยังคงมีความเมตตาที่ดูผิดที่ผิดทางในสถานที่ที่โหดร้ายแบบนี้ "ไม่ต้องหรอกครับป้า ผม... ผมมีของกินอยู่แล้ว" ก้องปฏิเสธพลางพยายามยิ้มให้เป็นธรรมชาติที่สุด "อย่ามาโกหกป้าเลย" ป้าแต๋วขยับเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นแป้งร่ำจางๆ "ป้าเห็นเอ็งแบกแผ่นปูนไปส่งไซต์งานทุกวัน วันนี้เห็นแผลที่มือด้วย... รับไปเถอะ ถือว่าช่วยป้ากิน ของเหลือจากร้านอาหารที่ป้าไปล้างจานนั่นแหละ เจ้าของเขากำลังจะทิ้ง ถ้าไม่กินก็เสียดายของ" ก้องนิ่งงัน ความรู้สึกจุกในอกตีตื้นขึ้นมา เขาไม่เคยชินกับการเป็นผู้รับ แต่ในนาทีนี้ ความหิวและสภาพร่างกายที่อิดโรยทำให้เขาทำได้เพียงรับปิ่นโตนั้นไว้ "ขอบคุณครับป้า... ผมจะพยายามหางานเสริมให้ได้ แล้วจะเอาค่าเช่าไปให้ป้าเร็วที่สุดนะครับ" ป้าแต๋วหัวเราะเบาๆ พลางตบหลังมือเขา "ที่นี่เรามีแต่คนตัวเล็กๆ ก้องเอ๊ย ถ้าไม่พึ่งกันเอง แล้วจะให้ไปพึ่งใคร? คนข้างบนโน้น... เขาไม่มองลงมาถึงพวกเราหรอก" ก้องมองตามหลังป้าแต๋วที่เดินลากเท้าหายลับไปที่มุมตึก คำพูดนั้นกระตุกหัวใจเขาให้นึกถึง 'เสี่ยวิชัย' ชายผู้เป็นเจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่เขากำลังไปขุดดินทำฐานรากให้อยู่ทุกวันนี้ สำหรับเสี่ยวิชัย พนักงานอย่างเขาเป็นเพียงเศษปูนที่ถูกทุบทิ้งได้เมื่อหมดประโยชน์ เขากลับเข้ามาในห้อง วางปิ่นโตลงบนพื้น ก่อนจะหยิบจดหมายฉบับหนึ่งที่รินส่งมาให้เมื่อวานออกจากกระเป๋า ในนั้นมีลายมือที่หนักแน่นของเธอเขียนเตือนถึงความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติในไซต์งาน *'ก้อง... พวกเขาเริ่มไล่ที่ชุมชนฝั่งตรงข้ามแล้วนะ ฉันได้ข่าวว่าโครงการของเสี่ยวิชัยจะขยายเขตพื้นที่ตึกแถวนี้ด้วย ระวังตัวด้วย อย่าไปรับปากเซ็นเอกสารอะไรเด็ดขาด'* เขากำจดหมายฉบับนั้นแน่นจนยับยู่ยี่ ความโกรธแค้นแล่นริ้วขึ้นมาในอก ไม่ใช่เพราะตัวเองจะไม่มีที่ซุกหัวนอน แต่เพราะความอยุติธรรมที่เสี่ยวิชัยทำกับคนตัวเล็กๆ ในละแวกนี้มันเกินกว่าจะทนไหว ก้องตัดสินใจหยิบโทรศัพท์เครื่องเก่าขึ้นมาเพื่อจะส่งข้อความหา 'ริน' แต่ทว่า หน้าจอที่เขากำลังจะแตะลงไปนั้นกลับสั่นไหวอย่างรุนแรง เสียงเอะอะโวยวายดังมาจากทางเดินด้านนอก ตามด้วยเสียงทุบประตูห้องพักข้างๆ อย่างแรง "เปิด! กูบอกให้เปิด! เจ้าของตึกเขาขายที่นี่แล้ว พวกมึงมีเวลาเก็บของถึงพรุ่งนี้เช้า ถ้าใครไม่ย้ายออก รถแบ็คโฮจะบดให้จมดิน!" ก้องชะงัก สายตาเขาเหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มผ่านช่องว่างใต้ประตู มันเป็นรองเท้าหนังขัดมันวาววับที่ดูแปลกแยกจากพื้นปูนสกปรกในตึกนี้อย่างสิ้นเชิง รองเท้าคู่นี้... เขาจำได้แม่น เพราะมันคือรองเท้าของมือขวาเสี่ยวิชัยที่เขาเห็นในไซต์งานเมื่อเช้านี้! ก้องค่อยๆ ขยับตัวไปแนบหูกับบานประตูใจระทึก เสียงหัวเราะเหี้ยมเกรียมของชายคนนั้นดังลอดเข้ามา "ไม่ต้องรีบแจ้งตำรวจหรอก เพราะพวกกูจ่ายค่าผ่านทางไว้หมดแล้ว คืนนี้... ใครที่ยังหน้าด้านไม่ออกไป ก็เตรียมฝังร่างไว้ใต้ตึกนี้ได้เลย" วินาทีนั้นเอง ก้องก็สัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบที่แล่นผ่านสันหลัง เมื่อเขาสังเกตเห็นรอยเปื้อนสีแดงคล้ายคราบเลือดที่ค่อยๆ ซึมผ่านรอยแยกใต้ประตูเข้ามา กลิ่นสนิมเหล็กผสมกลิ่นคาวเลือดที่คุ้นเคยเริ่มอบอวลไปทั่วห้องเช่ารูหนูแห่งนี้... ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — บันทึกคนจร
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาปูนเปียก: ปลายทางแห่งศรัทธา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%