ใต้เงาปูนเปียก: ปลายทางแห่งศรัทธา•ตอนที่ 50

โอกาสทอง

ผลงานโดย บันทึกคนจร
เสียงแฟกซ์ที่ดังขึ้นต่อเนื่องในความเงียบสงัดของห้องทำงานส่วนตัว เปรียบเสมือนเสียงระฆังแห่งความพินาศที่ดังลั่นทะลุกรอบกระจกกันเสียงหนาเตอะ เสี่ยวิชัยจ้องมองกระดาษแผ่นแล้วแผ่นเล่าที่ค่อยๆ เลื้อยออกมาจากเครื่องรับสัญญาณ ใบหน้าของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลที่เคยเรียบเฉยและเปี่ยมด้วยรอยยิ้มเยייה บัดนี้กลับซีดเผือด เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามขมับและสันจมูก แม้ภายในห้องจะเปิดแอร์เย็นฉ่ำจนเยือกเยือกก็ตาม "เสี่ยครับ... สายจากกรมโยธาฯ โทรเข้ามาสายที่สามแล้วครับท่าน" เลขานุการส่วนตัวก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าอันสั่นเทา เอกสารในมือสั่นระริกจนแทบจะร่วงหล่นลงพื้น เสี่ยวิชัยไม่ตอบ เขากำโทรศัพท์มือถือในมือแน่นจนข้อต่อกระดูกนิ้วขาวซีด หน้าจอแสดงข้อความเสียงและภาพถ่ายหน้าจอจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ถูกส่งตรงมาจากริน หญิงสาวที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงก้อนกรวดเล็กๆ ริมทางเดินอันยิ่งใหญ่ของเขา แต่กรวดเม็ดนี้กลับคมกริบพอที่จะบาดเส้นเลือดใหญ่ของอาณาจักรธุรกิจมูลค่าหลายพันล้านให้ขาดสะบั้นลงในชั่วข้ามคืน สัญญาซื้อขายปูนล็อตมรณะ ระบุลายมือชื่อและตราประทับอย่างชัดเจน เป็นหลักฐานมัดตัวที่ดิ้นไม่หลุด การลดสเปkวัสดุก่อสร้างเพื่อกอบโกยส่วนต่างเข้ากระเป๋า ไม่ใช่แค่เรื่องผิดกฎหมายทางแพ่ง แต่มันคืออาชญากรรมที่รอวันพรากชีวิตผู้คนใต้โครงสร้างคอนกรีตเหล่านั้น ในขณะเดียวกัน ที่ไซต์งานก่อสร้างคอนโดมิเนียมหรูริมแม่น้ำ ก้องยืนนิ่งสนิทท่ามกลางเศษซากปูนที่ยังคงส่งกลิ่นอุ่นๆ ของไอร้อนจากอุบัติเหตุเมื่อช่วงบ่าย สายตาของชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าปีทอดมองไปยังคานคอนกรีตที่หักโค่นลงมาทับคนงานผู้เคราะห์ร้าย โครงเหล็กเส้นที่โผล่ออกมาฃูชันราวกับซี่โครงของสัตว์ประหลาด บาดแผลทางกายของคนงานที่นอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดสะท้อนเข้ามาในแววตาของก้อง ปลุกเร้าความทรงจำอันเจ็บปวดในอดีต—วันที่พ่อของเขาต้องล้มป่วยและจากไปอย่างไร้ความช่วยเหลือในสังคมที่คนตัวเล็กๆ ไม่มีแม้แต่สิทธิ์จะส่งเสียงร้อง "พี่ก้อง... นี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่เราตามหากันมาตลอด" รินก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับยื่นแฟ้มกันน้ำที่บรรจุตัวอย่างชิ้นเนื้อปูนเปียกและผลตรวจทางห้องปฏิบัติการจากวิศวกรอาสาสมัคร ก้องรับแฟ้มนั้นมาถือไว้ สัมผัสเย็นเฉียบของพลาสติกไม่ได้ทำให้มือของเขาสั่นไหว ตรงกันข้าม หัวใจที่เคยหวาดกลัวต่ออำนาจมืดกลับนิ่งสงบและเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขามองดูเศษปูนที่ร่วนซุยราวกับขนมปังผุพัง นี่ไม่ใช่ความซวยจากอุบัติเหตุ แต่มันคือ 'ฆาตกรรมโดยเจตนา' ที่ซ่อนอยู่ภายใต้คราบความเจริญของเมืองใหญ่ "ปูนพวกนี้... มันไม่มีวิญญาณของความปลอดภัยเลยสักนิด" ก้องเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่มั่นคง ดวงตาคู่นั้นสะท้อนภาพความอยุติธรรมที่เขาสบถไว้ในใจมานานนับปี "เสี่ยวิชัยคิดว่าเงินสามารถซื้อได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งความตายของคนงานเหล่านี้ แต่เขาคิดผิด" รินมองหน้าชายหนุ่มผู้ร่วมอุดมการณ์ แววตาของเธอบ่งบอกถึงความเชื่อมั่นที่เติบโตขึ้นตามกาลเวลาและอุปสรรคที่ผ่านมา "เรารอช้าไม่ได้อีกแล้วก้อง ถ้าเราปล่อยให้เรื่องนี้เงียบหายไปในกลไกของอำนาจ คนงานอีกหลายร้อยชีวิตที่ต้องเข้ามาอาศัยในตึกนี้ หรือแม้แต่คนที่เดินผ่านไปมา ก็จะกลายเป็นเหยื่อรายต่อไป" เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของก้องสั่นขึ้น มันคือเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย แต่เมื่อเขากดรับ เสียงปลายสายกลับทำให้ลมหายใจสะดุด "คุณก้องใช่ไหมครับ... ผมเป็นหัวหน้าวิศวกรผู้ควบคุมงานล็อตนั้น ผมทนเห็นความเลวร้ายนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว ผมมีไฟล์เสียงการประชุมลับระหว่างเสี่ยวิชัยกับผู้รับเหมาช่วง... สั่งให้ลดปริมาณปูนซีเมนต์ลงครึ่งหนึ่ง เพื่อเอาเงินส่วนต่างไปวิ่งเต้นโครงการใหม่ ถ้าคุณยังอยู่ที่ไซต์งาน... รอผมสิบนาที ผมจะเอาต้นฉบับไปให้คุณด้วยตัวเอง" สายตัดไปทันที ทิ้งไว้เพียงสัญญาณเงียบงัน ก้องหันไปสบตารินทันที ทั้งคู่ต่างรับรู้ได้ถึงคลื่นใต้น้ำที่กำลังซัดสาดเข้ามาอย่างรุนแรง นี่ไม่ใช่แค่โอกาสทองในการเปิดโปงความจริง แต่มันคือเดิมพันด้วยชีวิตของพยานปากเอกที่กำลังเดินทางมาหาพวกเขา ทว่า ในขณะที่ก้องกำลังจะก้าวขาเดินไปที่รถเพื่อรอรับหลักฐานชิ้นสุดท้าย ไฟหน้าของรถยนต์สีดำสนิทหลายคันก็พุ่งเข้ามาสาดส่องสว่างจ้าทั่วบริเวณไซต์งาน ยางรถยนต์ส่งเสียงบดขยี้พื้นกรวดดังสนั่นหวั่นไหว ประตูรถเปิดออกพร้อมกับกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีเข้มไม่ต่ำกว่าสิบคนก้าวลงมา พร้อมด้วยร่างของชายวัยกลางคนผู้สวมแว่นตากันแดดสีชา แม้ความมืดของพลบค่ำจะปกคลุม แต่รอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของเสี่ยวิชัยก็ปรากฏชัดเจนภายใต้แสงไฟสปอตไลท์ "เก่งมากนะหนุ่มน้อย... วิ่งเต้นจนสภาวะธุรกิจฉันสั่นคลอนได้ขนาดนี้" เสี่ยวิชัยก้าวเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว มือประสานกันไว้ด้านหน้าอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า "แต่เสียดาย... ในเมืองที่กฎหมายซื้อได้ด้วยเงินสด หลักฐานในมือแก มันก็เป็นแค่เศษกระดาษที่ไม่มีค่าอะไรเลย" รินขยับตัวเข้ามาบังข้างกายก้องโดยสัญชาตญาณ ขณะที่ก้องค่อยๆ สูดลมหายใจเข้าลึก and กำแฟ้มเอกสารในมือแน่นจนปลายนิ้วชา ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงแตรรถกระบะคันเก่าที่ขับพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงก็ดังแหวกอากาศเข้ามาจอดเทียบท่า ท่ามกลางความตกตะลึงของคนทั้งสนาม ประตูรถฝั่งคนขับเปิดออกพร้อมกับร่างโชกเลือดของวิศวกรหนุ่มที่ตะ Aโกนสุดเสียงก่อนจะฟุบคาพวงมาลัย— "ระวัง... มันไม่ได้มาแค่คนเดียว!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กับตัวละครมาจนถึงบรรทัดนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาปูนเปียก: ปลายทางแห่งศรัทธา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%