"นายแน่ใจนะว่าที่นี่ปลอดภัยพอ? ฝุ่นพวกนี้มันฟ้องว่าไม่มีคนเหยียบมาเป็นแรมปีแล้วนะก้อง"
รินกระซิบ เสียงของเธอแหบพร่าและสั่นไหวเล็กน้อยในความมืดมิดของห้องเก็บของใต้ดินหลังร้านค้าเก่าในย่านเสื่อมโทรม กลิ่นอับชื้นของเชื้อราและไม้ผุโชยแตะจมูกจนต้องเม้มปากแน่น ก้องไม่ได้ตอบในทันที เขาวางแฟ้มเอกสารที่ดูยับย่นลงบนโต๊ะไม้ที่ขาหนึ่งสั้นจนเขย่ง เขาทำเพียงหยิบไฟฉายกระบอกเล็กขึ้นมาส่องสำรวจรอบตัว แสงสีขาวนวลเผยให้เห็นร่องรอยของหยากไย่ที่โยงใยราวกับใยแมงมุมแห่งความลับ
"ถ้ามันปลอดภัย ผมคงไม่พาคุณมาหลบที่นี่หรอกครับริน" ก้องเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าหนักแน่น แววตาของเขาที่สะท้อนแสงไฟฉายดูคมกล้าและเหนื่อยล้าในคราวเดียวกัน "เสี่ยวิชัยไม่ใช่คนโง่ เขารู้ว่าถ้าผมยังอยู่ที่ห้องเช่าเดิม อีกไม่เกินสามชั่วโมงพวกมันจะเข้าไปพลิกแผ่นดินหาผมแน่ ที่นี่เป็นที่เดียวที่เขา 'มองข้าม' เพราะเขาคิดว่าคนอย่างผมคงไม่กล้าลดตัวลงมาซุกหัวอยู่ในที่ที่ไร้ค่าขนาดนี้"
ก้องทรุดตัวลงนั่งบนลังไม้เก่าๆ สองมือกำกุญแจสำคัญไว้แน่น มันคือแฟลชไดรฟ์สีเงินที่บรรจุหลักฐานการฟอกเงินผ่านโครงการที่อยู่อาศัยเอื้ออาทร ซึ่งแท้จริงแล้วคือการดูดเลือดคนจนเข้ากระเป๋าตัวเอง เขาหลับตาลง ภาพใบหน้าของพ่อที่จากไปในวันที่ไร้เงินค่ารักษาพยาบาลย้อนกลับมาเตือนใจ ทุกครั้งที่นึกถึงมัน แรงแค้นในอกก็ปะทุขึ้นราวกับลาวาที่รอวันระเบิด
"เรามีเวลาไม่มาก" ก้องพึมพำขณะเสียบแฟลชไดรฟ์เข้ากับโน้ตบุ๊กเครื่องเก่าที่เขานำติดตัวมาด้วย "ถ้าข้อมูลชุดนี้หลุดไปถึงมือนักข่าวหรือหน่วยงานตรวจสอบได้ เสี่ยวิชัยจะไม่มีวันได้ผุดได้เกิดในวงการอสังหาฯ อีกต่อไป"
รินมองดูแผ่นหลังของก้องด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เธอเห็นถึงความมุ่งมั่นที่น่าเลื่อมใส แต่ในขณะเดียวกันเธอก็เห็นถึงความเปราะบางของชายหนุ่มที่แบกโลกไว้ทั้งใบด้วยตัวคนเดียว เธอค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ วางมือลงบนไหล่กว้างของเขาเบาๆ
"ก้อง... การต่อสู้กับคนที่มีอิทธิพลล้นมือแบบนั้น มันไม่ใช่แค่เรื่องของความถูกต้อง แต่มันคือเรื่องของความเป็นตาย คุณกำลังเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อคนอื่นที่เขาอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณกำลังทำอะไรให้เขาอยู่"
ก้องชะงักไปครู่หนึ่ง เขาสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะหันมาสบตาเธอ แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงชั่วขณะ "ผมไม่เคยหวังให้ใครมาขอบคุณหรอกครับริน พ่อผมตายเพราะคนแบบเสี่ยวิชัย ถ้าวันนี้ผมยังนั่งดูดายอยู่เฉยๆ ผมคงจะไม่มีหน้าไปพบพ่อในวันที่ผมต้องจากโลกนี้ไปเหมือนกัน ความเหลื่อมล้ำมันอาจจะเป็นเรื่องที่แก้ไม่ได้ง่ายๆ ในยุคนี้ แต่ถ้าเราไม่เริ่มขุดรากถอนโคนมันบ้าง สักวันคนข้างหลังก็ต้องมาเจอชะตากรรมเดียวกับผม"
บทสนทนาถูกตัดขาดด้วยเสียง 'ติ๊ด' จากโน้ตบุ๊ก ข้อมูลไฟล์เสียงและเอกสารโอนเงินทยอยปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ก้องรีบกวาดสายตาอ่านเนื้อหาด้านใน หัวใจของเขาเต้นรัวเหมือนกลองรบ ข้อมูลชุดนี้มันมหาศาลกว่าที่เขาคิดไว้มาก มันไม่ใช่แค่เสี่ยวิชัยคนเดียว แต่มันมีชื่อของนักการเมืองท้องถิ่นพ่วงเข้ามาด้วย
ทว่าในจังหวะที่ก้องกำลังจะทำการคัดลอกข้อมูลลงในคลาวด์สำรอง เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังแว่วเข้ามาจากทางเดินด้านบน ไม่ใช่เสียงเดินธรรมดา แต่เป็นเสียงรองเท้าบูทหนังที่คุ้นเคย
ก้องรีบปิดหน้าจอโน้ตบุ๊กทันที เขาคว้าข้อมือของรินแล้วดึงให้หลบเข้าหลังตู้เหล็กเก่าๆ ที่ตั้งซ้อนกันอยู่จนสุดมุมห้อง เขาทำสัญญาณมือให้เธอเงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งสองคนยืนเบียดเสียดกันในความมืด กลิ่นเหงื่อและความตึงเครียดอบอวลไปทั่วบริเวณ
เสียงประตูทางเข้าถูกพังออกด้วยแรงถีบมหาศาล ตามมาด้วยเสียงตะคอกที่ก้องจำได้ขึ้นใจ
"หาให้เจอ! ถ้ามันยังอยู่ในตึกนี้ มันต้องไม่รอดไปได้ ข้ามีรางวัลให้พวกแกทุกคนถ้าเจอตัวไอ้หนุ่มนั่น!"
เสียงของสมุนเสี่ยวิชัยดังสนั่นไปทั่วห้องโถงด้านนอก ก้องกลั้นหายใจจนหน้าอกแทบระเบิด มือของเขายังคงถือแฟลชไดรฟ์แน่นจนเส้นเลือดที่ข้อมือปูดโปน รินตัวสั่นเทาอยู่ข้างกายเขา เธอพยายามสูดลมหายใจเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ในจังหวะที่เงาของชายฉกรรจ์คนหนึ่งเดินผ่านหน้าตู้ออกไป ก้องกลับพบความผิดปกติบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกหนาวเยือกไปถึงกระดูกสันหลัง
เงาของคนที่ถือปืนส่องผ่านช่องว่างระหว่างตู้เหล็กมาพอดี ก้องเห็นปลายกระบอกปืนพกเก็บเสียงที่ส่องสะท้อนกับแสงไฟฉายจากข้างนอก... แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือเสียงโทรศัพท์มือถือของก้องที่เขาลืมปิดเสียงสั่นไว้ในกระเป๋ากางเกง
*ครืด... ครืด...*
แรงสั่นสะเทือนนั้นเบาบางจนแทบไม่ได้ยินสำหรับคนทั่วไป แต่มันดังก้องในโสตประสาทของก้องราวกับเสียงระเบิด ทหารฝ่ายนั้นชะงักฝีเท้าทันที มันค่อยๆ หันกระบอกปืนกลับมายังทิศทางที่พวกเขากำลังซ่อนตัวอยู่ พร้อมกับเสียงกระซิบที่เย็นเยียบเหมือนมัจจุราช
"เจอตัวแล้ว... หนูตัวนี้ซ่อนอยู่หลังตู้สินะ"
ก้องตัดสินใจในเสี้ยววินาที เขาปล่อยมือจากรินและใช้แรงผลักตู้เหล็กให้ล้มลงมาขวางทางพวกมัน ก่อนจะตะโกนสุดเสียง "วิ่งไปทางช่องลมหลังห้องริน! ห้ามหันกลับมา!"
ทว่าในขณะที่ก้องกำลังจะหมุนตัวหนี เขากลับต้องหยุดชะงักลงเมื่อเห็นชายร่างท้วมคนหนึ่งเดินก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสุขุม เขาคนนั้นไม่ใช่ลูกน้องของเสี่ยวิชัย แต่เป็นคนที่ก้องเคยไว้วางใจให้เป็นที่ปรึกษาในการรวบรวมหลักฐานคนแรก... ทนายสมศักดิ์
"ก้อง... ส่งแฟลชไดรฟ์นั่นมาเถอะ" ทนายความยิ้มอย่างใจเย็นขณะยกปืนขึ้นจ่อไปที่ขมับของก้อง "คุณคิดจริงๆ เหรอว่าคนอย่างเสี่ยวิชัย จะไม่มีทางรู้ว่าใครเป็นคนแนะนำให้คุณกล้าทำเรื่องบ้าๆ แบบนี้?"
ก้องนิ่งงัน ความหวังที่เคยมีพังทลายลงในพริบตา เมื่อรู้ตัวว่าคนที่ตนไว้ใจที่สุด คือคนที่หักหลังเขาตั้งแต่วันแรกที่เริ่มวางแผนการทั้งหมดนี้
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางและอดทนรอคอยแสงสว่างไปพร้อมกับผมในเส้นทางที่มืดมิดสายนี้ครับ - บันทึกคนจร
ใต้เงาปูนเปียก: ปลายทางแห่งศรัทธา•ตอนที่ 24
ชีวิตที่ไร้หลักแหล่ง
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาปูนเปียก: ปลายทางแห่งศรัทธา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!