ใต้เงาปูนเปียก: ปลายทางแห่งศรัทธา•ตอนที่ 25

เพื่อนแท้ในเวลายาก

ผลงานโดย บันทึกคนจร
“ถ้ามึงยังไม่หยุดสั่นกูก็คงต้องตบให้สติกลับคืนมา ก้อง” เสียงแหบพร่าของป้าสมรดังขึ้นท่ามกลางกลิ่นอับชื้นของห้องเช่ารูหนู กลิ่นน้ำมันมวยผสมกับกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่ในอากาศ ก้องนั่งตัวงออยู่บนพื้นไม้ผุๆ มือหนาสั่นเทาพยายามกำถ้วยยาที่เหลือเพียงก้นถ้วย ความรู้สึกผิดที่กัดกินใจตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมามันหนักอึ้งเสียยิ่งกว่าการแบกกระสอบปูนบนหลังทั้งวัน เขามองมือตัวเองที่เปื้อนคราบเลือดแห้งกรัง ภาพเสี่ยวิชัยที่เดินจากไปพร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยันราวกับมองเห็นมนุษย์เป็นเพียงอิฐมวลเบาที่พร้อมจะทุบทิ้งได้ทุกเมื่อ ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว “ป้า... ผมทำให้ทุกคนเดือดร้อน พ่อผมคงผิดหวังที่เห็นผมกลายเป็นไอ้ขี้แพ้แบบนี้” ก้องพึมพำ น้ำเสียงขาดห้วงเหมือนคนพยายามกลืนก้อนสะอื้นลงคอ ป้าสมรวางมือที่หยาบกร้านจากการซักผ้าแลกเงินมาตลอดชีวิตลงบนไหล่ก้อง แรงกดนั้นหนักแน่นและจริงใจ เธอไม่ได้พูดอะไรในทันที เพียงแค่ขยับตัวนั่งลงข้างๆ ความร้อนจากร่างกายคนชราช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านออกมาจากความสิ้นหวังของชายหนุ่ม “ไอ้ก้อง เอ็งจำคำที่พ่อเอ็งสอนไว้ไม่ได้หรือไง” ป้าสมรถาม สายตาฝ้าฟางจ้องมองไปยังผนังปูนเปียกที่แตกร้าว “คนเราน่ะ ถ้าเลือกเกิดไม่ได้ ก็ต้องรู้จักเลือก 'ที่จะอยู่' พ่อเอ็งไม่ได้ตายเพราะความจนหรอกนะ เขาตายเพราะเขาละทิ้งความหวังต่างหาก และตอนนี้... ถ้าเอ็งยอมก้มหัวให้ไอ้เสี่ยวิชัยนั่น ความตายของพ่อเอ็งก็จะกลายเป็นแค่เรื่องตลกที่ไม่มีใครจดจำ” ก้องเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยไร้แววเริ่มไหวระริก “ผมไม่มีอะไรเหลือแล้วป้า แม้แต่ที่ซุกหัวนอนยังไม่มีปัญญาจ่ายค่าเช่าด้วยซ้ำ” ป้าสมรหัวเราะหึๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูแหลมคมเหมือนใบมีด เธอเอื้อมมือไปหยิบห่อผ้าสีซีดจากใต้เตียงไม้เก่าๆ ส่งให้เขา “นี่ไม่ใช่เงินหรอกนะ มันคือสมุดบัญชีรายชื่อคนในสลัมที่รินเขารวบรวมไว้ ก่อนที่เขาจะถูกพวกมันตามล่าไปเมื่อเย็นวาน... ถ้าเอ็งอยากเปลี่ยนความแค้นให้เป็นพลัง ก็จงเอาสิ่งนี้ไปใช้เสีย” ก้องรับห่อผ้านั้นมา มือที่สั่นเทาเริ่มนิ่งสนิท เมื่อเขาเปิดดูรายชื่อนับร้อยที่รินทุ่มเทแรงกายจดบันทึกไว้ หัวใจของเขาก็เต้นแรงขึ้นราวกับเสียงกลองศึก นี่ไม่ใช่แค่กระดาษ แต่มันคือหลักฐานของความเหลื่อมล้ำที่เสี่ยวิชัยพยายามจะทำลายทิ้งเพื่อสร้างอาณาจักรหรูหราทับลงบนคราบน้ำตาของคนเล็กคนน้อย “ป้า... ทำไมถึงช่วยผม” ก้องถามเสียงต่ำ “เพราะฉันเห็นเงาของตัวเองในตัวเอ็งไงล่ะ” ป้าสมรลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นตามตัวอย่างใจเย็น “คนในสลัมไม่ได้ต้องการฮีโร่ที่มาพร้อมกับความตาย แต่เราต้องการคนที่มีชีวิตอยู่เพื่อบอกให้โลกได้รับรู้ว่า ‘เรามีตัวตน’ จงไปซะ อย่าหันกลับมามองความพ่ายแพ้ตรงนี้อีก” ก้องพยักหน้าหนักแน่น เขาเก็บสมุดบัญชีนั้นไว้ในอกเสื้อ แรงฮึดที่เคยหายไปเริ่มไหลเวียนในเส้นเลือดอีกครั้ง เขาไม่ได้เพียงแค่สู้เพื่อพ่อ หรือสู้เพื่อริน แต่เขากำลังสู้เพื่อศักดิ์ศรีของคนตัวเล็กที่ไม่มีวันก้มหัวให้กับความอยุติธรรม ทว่า ในวินาทีที่ก้องกำลังจะก้าวเท้าออกจากห้องเช่า เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าคอมแบทหลายคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตู เสียงกระซิบที่คุ้นเคยของลูกน้องเสี่ยวิชัยดังลอดเข้ามา พร้อมกับเสียงถีบประตูที่ทำให้ไม้กระดานสั่นสะเทือน “เจอตัวมันแล้วพี่! อยู่ในนี้!” ก้องหันกลับมามองป้าสมรด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ป้าสมรเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะหยิบไม้กวาดทางมะพร้าวในมือขึ้นมาเตรียมพร้อม ก้องถอยไปหยิบมีดแกะสลักอันเก่าของพ่อที่วางอยู่บนหิ้งเตี้ยๆ ขึ้นมามั่น ในขณะที่บานประตูหน้าห้องเริ่มพังทลายลงจากการถูกกระแทกซ้ำๆ ทันใดนั้น แสงไฟจากรถยนต์คันหรูที่จอดอยู่ด้านนอกสลัมก็ส่องสว่างวาบเข้ามาผ่านรอยแยกของประตู เผยให้เห็นเงาร่างของชายคนหนึ่งที่ก้าวลงจากรถพร้อมกับถือเอกสารสำคัญในมือ—เอกสารที่เป็นกุญแจสำคัญในการพลิกชะตาชีวิตของทุกคนที่นี่ แต่ในวินาทีที่แสงไฟนั้นกระทบใบหน้าของชายผู้นั้น ก้องกลับต้องชะงักงันด้วยความตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก เพราะคนคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่กลับเป็น 'คนสนิท' ของพ่อเขา... คนที่เขาเชื่อมาตลอดว่าจากโลกนี้ไปตั้งแต่วันที่เขาเริ่มชีวิตใหม่ในเมืองใหญ่แห่งนี้ ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางและอดทนรอคอยแสงสว่างไปพร้อมกับผมในเส้นทางที่มืดมิดสายนี้ครับ - บันทึกคนจร
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาปูนเปียก: ปลายทางแห่งศรัทธา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%