ใต้เงาปูนเปียก: ปลายทางแห่งศรัทธา•ตอนที่ 30

หัวใจของคนสู้

ผลงานโดย บันทึกคนจร
“คุณกำลังคิดว่าการยอมแพ้ คือการแสดงความรับผิดชอบอย่างหนึ่งงั้นหรือครับ ก้อง?” เสียงของรินดังแทรกความเงียบงันภายในห้องเช่าแคบๆ ที่มีเพียงแสงไฟสลัวจากหลอดนีออนเก่าคร่ำคร่า ก้องนั่งก้มหน้า มือหนาหยาบกร้านจากการจับจอบจับเสียมมาค่อนชีวิตบีบเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน บนโต๊ะไม้ผุพังมีเอกสารคำสั่งย้ายจากไซต์งานที่เสี่ยวิชัยเพิ่งส่งมาให้เมื่อช่วงเย็น คำขู่ที่แฝงมากับรอยยิ้มเย้ยหยันของนายทุนรายนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเขาไม่จางหาย ก้องเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยสั่นไหวด้วยความหวั่นเกรงค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความนิ่งงัน เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของริน ที่แม้จะมีความเหนื่อยล้าฉายชัด แต่กลับยังคงมีความมุ่งมั่นบางอย่างที่ทำให้อกข้างซ้ายของเขาเต้นผิดจังหวะ “ถ้าผมสู้ต่อ คนที่จะซวยไม่ใช่แค่ผมนะริน” ก้องเอ่ยเสียงพร่า “พวกเขารู้จักพ่อผม รู้จักบ้านที่ต่างจังหวัด... การก้มหัวให้พวกมัน อาจจะเป็นวิธีเดียวที่ทำให้คนที่ผมรักไม่ต้องเดือดร้อน” รินขยับตัวเข้าใกล้ ความเงียบขยายตัวระหว่างคนทั้งคู่จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ เธอไม่ได้พูดอะไรในทันที แต่สายตาที่เธอมองมานั้น มันไม่ได้มีแค่ความเห็นใจ หากแต่มันคือการ ‘มองเห็น’ ตัวตนจริงๆ ที่ก้องพยายามซ่อนไว้ภายใต้ความรู้สึกผิด “การยอมแพ้เพื่อรักษาความปลอดภัยในวันนี้... จะกลายเป็นโซ่ตรวนที่ผูกมัดหัวใจคุณไปตลอดชีวิตนะครับก้อง” รินวางมือลงบนหลังมือของเขา สัมผัสที่แผ่วเบาแต่มั่นคงนั้นทำให้ก้องชะงัก “พ่อของคุณไม่ได้สอนให้คุณเป็นคนขี้ขลาด เขาเป็นชาวนาที่สู้กับแผ่นดินที่แห้งแล้งมาตลอดชีวิตไม่ใช่หรือครับ? คุณกำลังทิ้งจิตวิญญาณของเขาเพียงเพราะกลัวเงาของคนรวยคนหนึ่งน่ะหรือ” ก้องนิ่งงันไปครู่ใหญ่ เขารู้สึกถึงกระแสความรู้สึกบางอย่างที่ตีตื้นขึ้นมาในอก เป็นความรู้สึกที่กึ่งกลางระหว่างความเคารพและความอัดอั้นที่ยากจะอธิบาย รินไม่เคยตัดสินเขาจากฐานะ แต่เธอตัดสินเขาจาก ‘เจตจำนง’ “คุณทำเพื่อคนอื่นมามากพอแล้วริน” ก้องพูดขึ้นเบาๆ “แต่ครั้งนี้... คุณกำลังเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงกับผม” “ฉันไม่ได้ทำเพื่อคุณคนเดียวหรอกครับ” รินยิ้มบางๆ แต่มันเป็นยิ้มที่สว่างไสวที่สุดเท่าที่ก้องเคยเห็น “ฉันทำเพื่อความยุติธรรม และฉันก็เชื่อว่า... คนที่พร้อมจะสู้เพื่อศักดิ์ศรีของตัวเองอย่างคุณ คือคนที่สังคมนี้ขาดไม่ได้” จังหวะหัวใจของก้องเต้นแรงขึ้นอย่างประหลาด เขาไม่เคยรู้สึกว่ามีใคร ‘ยืนเคียงข้าง’ เขาจริงๆ เหมือนในเวลานี้ กลิ่นจางๆ ของน้ำหอมธรรมชาติจากตัวรินผสมกับกลิ่นอับของห้องเช่า กลายเป็นบรรยากาศที่เขารู้สึกว่าตนเองมีชีวิตขึ้นมาอย่างแท้จริง มือที่กุมกันอยู่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นการประสานนิ้วอย่างไม่รู้ตัว ทว่า ท่ามกลางความเงียบที่เริ่มงดงาม เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ตามมาด้วยเสียงเคาะที่รุนแรงจนบานไม้เก่าๆ สั่นสะเทือน “ก้อง! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!” เสียงของลูกน้องเสี่ยวิชัยคำรามเข้ามา “เสี่ยสั่งให้มึงเก็บของออกไปจากไซต์งานภายในคืนนี้ ถ้ายังอยากให้พ่อมึงที่บ้านอยู่อย่างเป็นสุข!” ก้องสะดุ้งสุดตัว เขาหันไปมองรินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกใจและความโกรธแค้นที่ปะทุขึ้น รินบีบมือเขาแน่นขึ้นอีกนิด ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่ประตูด้วยท่าทีที่เด็ดเดี่ยว “อย่าเปิดนะริน!” ก้องปรามเสียงต่ำ “ถ้าไม่เปิด พวกมันก็จะพังเข้ามา” รินหันกลับมาส่งสายตาให้เขา “นี่คือจุดตัดสินใจก้อง... คุณจะยอมให้พวกมันเหยียบย่ำ หรือคุณจะลุกขึ้นยืนแล้วบอกให้พวกมันรู้ว่า คนอย่างคุณไม่มีวันคุกเข่าให้ใคร” ก้องลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความลังเลที่เคยกัดกินใจมลายหายไปในชั่วพริบตา เขาก้าวไปหยุดอยู่เคียงข้างริน มือของเขาสัมผัสกับกลอนประตู ความเย็นเฉียบของเหล็กตัดกับความร้อนรุ่มในใจของเขา เขาหันไปสบตารินอีกครั้ง และครั้งนี้ มันไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่มันคือการตัดสินใจครั้งสำคัญของชีวิต เขากระชากบานประตูเปิดออกอย่างแรง! เบื้องหน้าของพวกเขาไม่ใช่แค่ลูกน้องเสี่ยวิชัย แต่เป็นกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสนิทที่ยืนเรียงรายอยู่เต็มโถงทางเดิน และที่จุดสูงสุดของบันได ร่างของเสี่ยวิชัยในชุดแพงระยับยืนกอดอกมองลงมาด้วยสายตาเหยียดหยาม “ในเมื่อพวกมึงเลือกทางนี้...” เสี่ยวิชัยเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบที่แฝงไปด้วยพิษร้าย “กูมี ‘ของขวัญ’ อีกชิ้นที่จะทำให้มึงจำไปจนวันตาย ว่าอำนาจที่แท้จริงน่ะมันหน้าตาเป็นยังไง” เสี่ยวิชัยยกมือขึ้นส่งสัญญาณ ชายชุดดำคนหนึ่งเดินก้าวออกมาจากแถว พร้อมกับโยนซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนพื้นตรงหน้าก้อง ภาพถ่ายในนั้นทำให้ก้องใจหายวาบ มันไม่ใช่ภาพพ่อของเขาอย่างที่เขาหวัง แต่มันคือภาพถ่ายของ ‘ริน’ ในอิริยาบถต่างๆ ที่เขาสองคนไม่เคยรู้ตัวว่าถูกแอบถ่ายมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ทันที และในวินาทีที่ก้องกำลังจะเอ่ยปาก เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นพร้อมกัน... เบอร์ที่ปรากฏบนหน้าจอคือเบอร์โทรจากบ้านที่ต่างจังหวัด ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในความมืดมิดไปพร้อมกับผมจนถึงบรรทัดนี้ด้วยนะครับ - บันทึกคนจร
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาปูนเปียก: ปลายทางแห่งศรัทธา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%