ใต้เงาปูนเปียก: ปลายทางแห่งศรัทธา•ตอนที่ 9

จุดเปราะบาง

ผลงานโดย บันทึกคนจร
“ถ้ามึงกลัวความสูง ก็อย่ามองลงไปข้างล่าง ให้มองแค่เหล็กเส้นในมือมึงก็พอ” เสียงแหบพร่าของหัวหน้างานคนงานดังขึ้นท่ามกลางเสียงลมกรรโชกแรงบนโครงเหล็กชั้นที่ 34 ก้องไม่ได้ตอบกลับ มือหนาที่หยาบกร้านจากการจับจอบจับเสียมในอดีต บัดนี้สั่นเทาเล็กน้อยขณะกำประแจเหล็กแน่นจนขึ้นข้อขาว เบื้องล่างห่างออกไปหลายร้อยเมตรคือแสงไฟของเมืองหลวงที่ดูราวกับดวงดาวบนดิน—ดาวที่ไม่มีวันเอื้อมถึงสำหรับคนอย่างเขา ก้องสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นคาวสนิมและปูนเปียกที่ยังไม่แห้งสนิทตลบอบอวลอยู่ในอากาศ มันเป็นกลิ่นของความสำเร็จที่สร้างขึ้นบนความเปราะบางของชีวิต “กูทำ” ก้องเค้นเสียงตอบ ประโยคที่สั้นจนเกือบจะหายไปในสายลม “ขอแค่เงินก้อนนั้นตามที่ตกลง” “หึ คนอย่างมึงนี่มัน... ดีว่ะ” หัวหน้างานแสยะยิ้มก่อนจะโยนตลับเมตรให้ “เสี่ยเขาสั่งงานเร่ง โครงสร้างส่วนบนมันร้าวตั้งแต่เมื่อวาน ถ้ามึงไม่รีบเชื่อมเก็บงานคืนนี้ พรุ่งนี้เช้าผู้ตรวจการจากเขตจะมาถึง ถ้าพัง... มึงก็รู้ว่าใครต้องเป็นแพะ” ก้องมองดูเชือกนิรภัยเส้นบางๆ ที่ดูเหมือนจะหมดอายุการใช้งานมานานนับปี มันเป็นเครื่องยืนยันความไร้ค่าของชีวิตคนงานก่อสร้างในสายตาของเสี่ยวิชัย—ชีวิตที่เปรียบเสมือนปูนเปียก ที่รอวันแห้งแข็งหรือถูกเหยียบย่ำจนจมดิน เขานึกถึงภาพพ่อที่นอนป่วยติดเตียงอยู่ในบ้านหลังคาสังกะสีที่ต่างจังหวัด ภาพความผิดที่เขายังจำได้ติดตา วันที่พ่อบอกว่าไม่เป็นไร ทั้งที่ในสายตาของชายแก่คนนั้นมีความสิ้นหวังฉายชัด ก้องกัดฟันกรอด ความกลัวตายในใจถูกแทนที่ด้วยความทะเยอทะยานที่เจ็บปวด “ก้อง อย่าทำเลยนะ!” เสียงของรินดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท แม้เธอจะไม่ได้อยู่ตรงนี้ แต่คำพูดของเธอในร้านอาหารเล็กๆ เมื่อตอนค่ำยังคงก้องกังวาน ‘เงินมันสำคัญก้อง แต่ถ้ามึงตกลงไป หรือเกิดเรื่องอะไรขึ้น ใครจะดูแลครอบครัวมึง? อย่าให้เสี่ยมันกดหัวเราด้วยความโลภของมันเลย’ เขารู้ดีว่ารินหวังดี เธอคือนักกิจกรรมที่พยายามเรียกร้องสิทธิให้คนงานอย่างเขา แต่ความยุติธรรมที่รินพูดถึงนั้นกินไม่ได้ ในขณะที่ค่ารักษาพยาบาลของพ่อกำลังพุ่งสูงขึ้นทุกวัน ความซื่อตรงที่เขาถือมาตลอดชีวิตเริ่มดูเหมือนจะเป็นอาภรณ์ราคาถูกที่ไม่อาจกันหนาวได้เลย ก้องก้าวออกไปบนนั่งร้านที่โยกเยก เสียงเหล็กสีกันดังเอี๊ยดอ๊าดบาดใจ เขาต้องเชื่อมรอยร้าวที่เสี่ยงต่อการพังทลายของตึกทั้งหลังโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม แสงไฟจากหัวเชื่อมพุ่งวาบออกมากระทบดวงตาจนพร่ามัว หยาดเหงื่อไหลเข้าตาจนแสบร้อน แต่เขาก็ไม่กล้าแม้แต่จะปล่อยมือเพื่อเช็ดมัน เสี่ยวิชัยยืนสูบซิการ์อยู่บนดาดฟ้าชั้น 40 มองลงมายังจุดที่ก้องกำลังทำงานอยู่ผ่านกล้องส่องทางไกล มุมปากของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลยกขึ้นเป็นรอยยิ้มสมเพช “ไอ้เด็กบ้านนอกนั่นมันยอมทำทุกอย่างเพื่อเงินจริงๆ” เสี่ยเปรยกับลูกน้องข้างกาย “มันนึกว่าถ้ามันทำสำเร็จ มันจะเป็นฮีโร่กู้ตึกนี้งั้นเหรอ? เปล่าเลย... พรุ่งนี้ถ้างานเสร็จ ผมจะแจ้งตำรวจว่ามันคือคนที่แอบเข้ามาแก้ไขโครงสร้างโดยพละการจนเกิดความเสียหาย ถ้ามันตาย... ก็แค่จบงานง่ายๆ ไม่ต้องจ่ายค่าแรงเพิ่ม” บนนั่งร้านที่สูงเสียดฟ้า ก้องพยายามประคองสติ มือของเขาบรรจงลากลวดเชื่อมไปตามรอยแตกของเหล็กประกายไฟสีส้มสาดกระจายราวกับพลุไฟในงานเทศกาลที่แสนเศร้า เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ ไม่ใช่เพราะความกล้าหาญ แต่เพราะเขาไม่มีทางเลือกอื่น ในโลกที่ความเหลื่อมล้ำฝังรากลึกเหมือนเหล็กเส้นในเสาปูน ก้องเป็นเพียงมดตัวหนึ่งที่พยายามค้ำจุนยอดตึกที่กำลังจะถล่มลงมาทับตัวเอง ทันใดนั้น เสียง ‘เปรี๊ยะ’ ดังขึ้นเบาๆ จากจุดเชื่อมต่อของนั่งร้าน ก้องชะงัก สายตาที่พร่ามัวเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นว่าสลักเหล็กตัวสุดท้ายที่ยึดนั่งร้านกับตัวตึกกำลังคลายตัวออกอย่างช้าๆ แรงสั่นสะเทือนจากการเชื่อมกระแทกจนโครงเหล็กเริ่มเอียง เขารีบเก็บอุปกรณ์หวังจะปีนกลับเข้าตัวตึก แต่ก้าวแรกที่เหยียบลงบนแผ่นไม้ที่ผุพัง พื้นไม้กลับแตกหักออกใต้ฝ่าเท้า ร่างของเขาวูบลงไปกลางอากาศ มือคว้าคว้าหาที่ยึดเกาะ แต่สิ่งที่เขาจับได้กลับเป็นสายไฟเปลือยที่พาดผ่านโครงสร้าง ประกายไฟช็อตเข้าที่มือจนเขาร้องไม่ออก ร่างกายห้อยต่องแต่งอยู่บนอากาศ ความสูงเบื้องล่างดูเหมือนจะกางกรงเล็บออกรอรับเขา ในวินาทีที่กำลังจะปล่อยมือ แรงกระชากจากด้านบนก็ทำให้ร่างของเขากระตุกขึ้น ก้องเงยหน้ามองด้วยความหวังว่าจะเป็นคนงานคนอื่น แต่ภาพที่เห็นกลับไม่ใช่หัวหน้างาน หรือเพื่อนร่วมงาน บนขอบหน้าต่างชั้น 35 หญิงสาวคนหนึ่งในชุดสีขาวสะอาดตา กำลังดึงเชือกนิรภัยที่ผูกไว้กับเสาเหล็กแน่นหนา เธอไม่ใช่ใครอื่นนอกจากริน แววตาของเธอไม่ได้มีความหวังดีแบบที่เคยเป็น แต่มันมีความเย็นชาที่น่าขนลุกซ่อนอยู่ “ฉันบอกแล้วไงก้อง ว่าอย่าทำ” รินกล่าวเสียงเรียบขณะที่มือยังคงกำเชือกไว้แน่น “ในเมื่อคุณเลือกที่จะทรยศต่ออุดมการณ์เพื่อเงินก้อนสกปรกของเสี่ยวิชัย งั้นเราก็มาดูกันว่า เงินของเขาจะช่วยคุณได้แค่ไหน... เมื่อฉันตัดสินใจตัดเชือกเส้นนี้ทิ้งเสีย” รินหยิบมีดพับออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ใบมีดวาววับภายใต้แสงไฟจากตัวตึก ก้องเบิกตากว้าง ความหนาวเหน็บแล่นปราดไปทั่วร่าง ไม่ใช่เพราะลมบนที่สูง แต่เป็นเพราะความจริงที่ว่า... สิ่งที่เปราะบางที่สุดในค่ำคืนนี้ ไม่ใช่โครงสร้างของตึก แต่เป็นมิตรภาพที่เขาเคยเชื่อว่ามันคือศรัทธาสุดท้าย ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ก้องในเส้นทางอันมืดมิดนี้ครับ - บันทึกคนจร
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาปูนเปียก: ปลายทางแห่งศรัทธา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%