“เฮ้ย! ระวัง!”
เสียงตะโกนของก้องแหวกผ่านความวุ่นวายของไซต์งานก่อสร้างที่กำลังโหมงานหนักในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนส่งมอบโครงการ แรงกระแทกจากเหล็กเส้นที่ร่วงหล่นลงมาจากชั้นสี่ไม่ได้รุนแรงเท่ากับเสียงกรีดร้องสั้นๆ ที่ดังขึ้นก่อนที่ร่างของ ‘ลุงมั่น’ จะทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นปูนที่ยังไม่แห้งสนิท
ก้องพุ่งตัวเข้าไปโดยไม่คิดชีวิต ในวินาทีที่เสาค้ำยันชั่วคราวซึ่งผุพังเพราะการประหยัดงบวัสดุของเสี่ยวิชัยกำลังจะพังถล่มลงมาตามแรงเหวี่ยง ก้องคว้าคอเสื้อลุงมั่นแล้วกระชากสุดแรงเกิด แรงสะเทือนทำให้เศษคอนกรีตและฝุ่นปูนฟุ้งกระจายจนมองไม่เห็นทาง ฝุ่นละอองเหล่านั้นไม่ใช่แค่เศษวัสดุ แต่มันคือความเน่าเฟะของระบบที่กัดกินชีวิตคนงานตาดำๆ อย่างพวกเขามานับครั้งไม่ถ้วน
“ลุงมั่น! ตั้งสติไว้ครับ อย่าเพิ่งหลับ!” ก้องตะโกนใส่หูลุงแก ในขณะที่มือเขาสั่นเทาจากการออกแรงเกินขีดจำกัด
ลุงมั่นสำลักเลือดที่ปนมากับฝุ่นปูน ดวงตาฝ้าฟางพยายามมองหน้าก้อง “ไอ้ก้อง... พ่อบอกมึงแล้ว... ว่าที่นี่มันไม่ได้สร้างด้วยปูน... มันสร้างด้วยกระดูกพวกเรา...”
เสียงของลุงมั่นแผ่วลงจนน่าใจหาย ก้องมองไปรอบข้าง ไซต์งานที่ควรจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยกลับกลายเป็นกรงขังที่เต็มไปด้วยกับดักมรณะ นั่งร้านที่ผูกมัดด้วยลวดเส้นบางเฉียบแผ่นไม้ที่วางพาดกันอย่างสุ่มเสี่ยง ทั้งหมดนี้คือผลกำไรมหาศาลที่เสี่ยวิชัยแลกมาด้วยชีวิตของคนงาน
“เรียกกู้ภัย! ใครก็ได้เรียกกู้ภัยที!” ก้องคำรามลั่น
แต่ท่ามกลางความโกลาหล กลับไม่มีใครกล้าขยับตัว หลายคนก้มหน้า หลายคนหันหลังหนี ความกลัวอำนาจมืดของเสี่ยวิชัยมีอิทธิพลมากกว่าความเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ ก้องขบกรามจนปวดกราม เขาเข้าใจดีว่าทำไมพวกเขาถึงไม่ช่วย ทุกคนต่างมีปากท้องที่ต้องดูแล มีหนี้สินที่ต้องใช้คืน หากใครกล้าหือกับเสี่ยวิชัย คนนั้นคือคนที่ต้องตายทั้งเป็น
“ก้อง... ปล่อยฉันเถอะ...” ลุงมั่นกระซิบ เสียงนั้นสั่นพร่าแต่แฝงไปด้วยความปลงตก “ถ้าแกช่วยฉัน... แกจะเดือดร้อนไปด้วย แกยังมีอนาคตนะไอ้หนุ่ม”
“ผมไม่ปล่อย!” ก้องตอบเสียงแข็ง แววตาของเขาไม่ได้สั่นคลอน “พ่อผมตายเพราะผมช่วยไม่ได้ แต่กับลุง... ผมไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยที่นี่เด็ดขาด”
ในจังหวะนั้นเอง รถหรูสีดำคันหนึ่งขับเข้ามาจอดนิ่งสนิทที่หน้าประตูทางเข้าไซต์งาน ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบก้าวลงมาจากรถ เขาคือ ‘เสี่ยวิชัย’ ผู้ที่มองเห็นอุบัติเหตุครั้งนี้เป็นเพียงตัวเลขความล่าช้าที่ต้องถูกหักลบออกจากบัญชีรายรับ
เสี่ยวิชัยเดินก้าวฉับๆ เข้ามา สายตากวาดมองร่างลุงมั่นที่นอนจมกองเลือดด้วยแววตาเย็นชา ราวกับมองซากก้อนหินที่แตกหัก
“งานล่าช้าไปกี่นาที?” เสี่ยวิชัยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดจนทุกคนในที่นั้นต้องหยุดหายใจ
ก้องเงยหน้าขึ้น จ้องมองตาเสี่ยวิชัยอย่างไม่เกรงกลัว “ลุงมั่นปางตายแล้วครับเสี่ย ต้องส่งโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้!”
เสี่ยวิชัยเหยียดยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ก้องรู้สึกสะอิดสะเอียนที่สุดในชีวิต “ส่งโรงพยาบาล? ก็ได้... แต่ถ้าแกพาเขาไป แกก็ไม่ต้องกลับมาทำงานที่นี่อีก และฉันจะจัดการเรื่องค่าทำขวัญให้... แลกกับการที่แกต้องเซ็นเอกสารยอมรับว่านี่คือความประมาทเลินเล่อของคนงานเอง ไม่ใช่ความผิดของบริษัท”
ก้องนิ่งไป ลมหายใจของเขาสะดุด นี่คือการบีบคั้นที่เหี้ยมโหดที่สุด ถ้าเขาเลือกช่วยลุงมั่นโดยไม่สนข้อตกลง เขาและคนงานคนอื่นๆ จะถูกขึ้นบัญชีดำ และอาจไม่มีงานทำอีกต่อไปในเมืองใหญ่แห่งนี้ แต่ถ้าเขาเซ็นเอกสาร นั่นหมายความว่าเขาต้องขายวิญญาณให้ปีศาจ และลุงมั่นก็จะกลายเป็นเพียงสถิติในรายงานความปลอดภัยที่ถูกบิดเบือน
ในตอนนั้นเอง รินวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในที่เกิดเหตุ เมื่อเห็นภาพตรงหน้า มือของเธอสั่นระริก เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทันที
“เสี่ยค่ะ! ฉันไลฟ์สดอยู่ และสิ่งที่เสี่ยพูดเมื่อกี้... คนทั้งโซเชียลได้ยินกันหมดแล้วค่ะ!”
บรรยากาศเงียบกริบลงทันที เสี่ยวิชัยหน้าถอดสีเป็นครั้งแรก เขาหันขวับมามองรินด้วยสายตาที่พร้อมจะฉีกกระชาก ก้องรู้ดีว่านี่คือจุดแตกหักที่ไม่มีวันหันหลังกลับได้
ทว่า ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น เสียงไซเรนรถกู้ภัยก็ดังระงมเข้ามา แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ... รถคันนั้นไม่ได้วิ่งเข้ามาเพื่อรับคนเจ็บเพียงอย่างเดียว เพราะทันทีที่ประตูรถเปิดออก ชายในเครื่องแบบสีเทาที่ก้องไม่เคยคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่ ก็ก้าวลงมาพร้อมกับหมายศาลในมือ
“นายวิชัย คุณถูกควบคุมตัวในข้อหาใช้แรงงานผิดกฎหมายและละเมิดมาตรฐานความปลอดภัยจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส”
คนในเครื่องแบบคนนั้นเดินตรงมาหาเสี่ยวิชัย ก่อนจะหันมาสบตากับก้องด้วยสายตาที่สื่อความหมายลึกซึ้งที่ก้องยังอ่านไม่แตก
“ก้อง... นายช่วยลุงมั่นไว้ได้ แต่มีบางอย่างที่นายต้องรู้เกี่ยวกับ ‘พ่อ’ ของนายที่นายอาจเข้าใจผิดมาตลอด... สิ่งที่พ่อทิ้งไว้ให้ไม่ได้มีแค่นามสกุลที่ยากจน แต่มันคือเบาะแสบางอย่างที่จะทำลายอาณาจักรของเสี่ยวิชัยให้ราบคาบ!”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านวินาทีเฉียดตายไปพร้อมกับก้องในตอนนี้นะครับ - บันทึกคนจร
ใต้เงาปูนเปียก: ปลายทางแห่งศรัทธา•ตอนที่ 10
อุบัติเหตุที่คาดไม่ถึง
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาปูนเปียก: ปลายทางแห่งศรัทธา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!