ใต้เงาปูนเปียก: ปลายทางแห่งศรัทธา•ตอนที่ 32

คนในสลัมตื่นตัว

ผลงานโดย บันทึกคนจร
"ถ้าพวกเราถอยวันนี้ วันหน้าก็ไม่มีแผ่นดินให้ยืนแล้วครับ!" เสียงของก้องดังก้องไปทั่วศาลาไม้เก่าๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอ้าวและกลิ่นอับชื้นของชุมชนริมทางรถไฟ เขาไม่ได้ตะโกนด้วยความโกรธแค้น แต่เป็นความหนักแน่นที่แฝงด้วยความเจ็บปวดจากการเห็นเพื่อนบ้านที่เขาคุ้นเคยต้องก้มหน้ายอมรับชะตากรรมที่เสี่ยวิชัยหยิบยื่นให้มานานนับสิบปี ลุงมิ่ง ชายชราที่นั่งกอดเข่าอยู่มุมมืดของศาลาเงยหน้าขึ้น ดวงตาฝ้าฟางของเขาสั่นไหว ก่อนจะพึมพำออกมาว่า "ก้อง... แกก็รู้ว่าพวกเรามันคนตัวเล็กตัวน้อย สู้กับเสี่ยวิชัยเหมือนเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุงนะลูก พ่อแม่ปู่ย่าตายายเราก็อยู่กันมาแบบนี้ ยอมๆ เขาไปบ้าง เผื่อเขาจะเมตตาให้เงินชดเชยเพิ่มอีกหน่อย" "ความเมตตาของคนพรรค์นั้นน่ะหรือครับลุง?" รินแทรกขึ้นมา เธอขยับตัวเข้าไปนั่งใกล้ลุงมิ่ง มือของเธอวางลงบนไหล่ที่สั่นเทาอย่างเบามือ "เงินที่เขาหยิบยื่นให้ มันเป็นแค่เศษเสี้ยวของกำไรที่จะได้จากการไล่พวกเราออกไปสร้างคอนโดหรูหรา เขาไม่ได้ซื้อที่ดินหรอกครับลุง เขาซื้ออนาคตของพวกเราด้วยราคาถูกๆ ต่างหาก" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงรถไฟแล่นผ่านดังกึกก้องจนพื้นไม้สั่นสะเทือน ทุกคนในศาลาต่างก้มหน้ามองมือหยาบกร้านของตนเอง ก้องสังเกตเห็นแววตาของป้าสมรที่เคยมองเขาด้วยความระแวง บัดนี้กลับฉายแววครุ่นคิดอย่างหนัก ก้องเดินไปที่กลางวง เขาค่อยๆ คลี่เอกสารโฉนดและสัญญาเช่าที่ดูคลุมเครือที่เสี่ยวิชัยเคยส่งตัวแทนมาขู่เข็ญ "ผมไม่ได้มาชวนทุกคนไปตายครับ แต่ผมมาชวนให้เราทุกคน 'มอง' ให้เห็นความจริง สิ่งที่เสี่ยวิชัยทำ ไม่ใช่การพัฒนา แต่มันคือการถอนรากถอนโคน เพื่อให้เรากลายเป็นส่วนเกินของเมืองนี้... เมืองที่พวกเราเป็นคนสร้างมากับมือ" "แล้วถ้าเราสู้แล้วมันแย่ลงล่ะก้อง?" ชายวัยกลางคนคนหนึ่งถามขึ้น สีหน้าเขามีความกังวลซ่อนอยู่ชัดเจน "ถ้ามันตัดน้ำ ตัดไฟ ตัดทางเข้าออกเหมือนครั้งก่อนล่ะ?" "เราจะแบ่งปันกันครับ" ก้องตอบทันทีโดยไม่ลังเล "เรามีถังพักน้ำ เรามีเครื่องปั่นไฟเล็กๆ และที่สำคัญที่สุด... เรามีพวกเราอยู่ด้วยกัน ผมเชื่อว่าถ้าเราแสดงให้เห็นว่าเราไม่กลัว เรานั่นแหละที่จะเป็นฝ่ายกดดันให้เขาสังคมต้องรับรู้" รินหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เธอไม่ได้กำลังโทรหาใคร แต่เธอกำลังเปิดหน้าจอที่บันทึกเหตุการณ์การไล่ที่ในชุมชนใกล้เคียงที่ถูกทำลายลงอย่างไม่เป็นธรรม ภาพคนแก่ถูกลากออกไป ภาพเด็กๆ ร้องไห้กลางสายฝน ทุกคนในศาลานิ่งเงียบ บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนจากความหวาดกลัวเป็นความเดือดดาลที่อัดอั้น "ผมไม่ได้อยากเป็นวีรบุรุษครับ" ก้องกล่าวต่อ น้ำเสียงของเขานุ่มลงแต่ทว่าบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก "ผมแค่ไม่อยากเห็นใครต้องตายจากความกดดันเหมือนพ่อผม... ผมไม่อยากให้ใครต้องไปนอนตายอย่างโดดเดี่ยวในที่ที่ไม่มีใครรู้จักแค่เพราะเขาไม่มีเงินพอจะซื้อที่อยู่อาศัยที่พวกเขาสร้างมาทั้งชีวิต" ป้าสมรลุกขึ้นยืน เธอปาดน้ำตาที่คลอเบ้าออกอย่างแรง "ฉันอยู่ที่นี่มาสี่สิบปี ผัวฉันตายที่นี่ ลูกฉันเกิดที่นี่ ใครจะมาไล่ฉันออกไปง่ายๆ โดยที่ฉันไม่สู้... ฝันไปเถอะ!" คำประกาศของป้าสมรราวกับจุดชนวนระเบิด ผู้คนเริ่มส่งเสียงสนับสนุน ความกลัวที่เคยเป็นกำแพงหนาเริ่มร้าวรานและพังทลายลง พวกเขาเริ่มหันหน้าเข้าหากัน แลกเปลี่ยนข้อมูลและกลยุทธ์ ก้องมองเห็นประกายไฟในดวงตาของทุกคน มันเป็นประกายแห่งศรัทธาที่เริ่มก่อตัวขึ้นใหม่ท่ามกลางเถ้าถ่านของความหวัง ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของก้องพองโตด้วยความรู้สึกว่าหนทางต่อสู้กำลังจะเริ่มต้นขึ้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มชายชุดดำจำนวนสิบกว่าคนก็ดังแทรกเข้ามาในศาลา ทุกคนหยุดชะงัก รินคว้าแขนก้องไว้แน่นเมื่อเห็นชายหัวโล้นคนหนึ่งที่มีรอยแผลเป็นบนใบหน้าเดินเข้ามาตรงกลางวง เขามองก้องด้วยสายตาเหยียดหยามก่อนจะแสยะยิ้มที่ทำให้บรรยากาศในศาลาเย็นเยียบลงถนัดตา "เสี่ยวิชัยฝากมาบอกว่า... งานเลี้ยงวันเกิดลูกชายแกที่ต่างจังหวัดคืนนี้ จะสนุกหรือน่าสลด ขึ้นอยู่กับว่าแกจะเลือกทางไหนในอีกสิบห้านาทีนี้" ชายคนนั้นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดเปิดลำโพง เสียงเด็กหญิงวัยห้าขวบคนหนึ่งร้องไห้จ้าดังออกมาจากปลายสาย พร้อมกับเสียงข่มขู่ที่ฟังดูคุ้นหูอย่างประหลาด ก้องหน้าถอดสีทันที มือของเขาเย็นเฉียบเมื่อตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่แค่คำขู่ แต่มันคือการเดิมพันด้วยชีวิตของคนในครอบครัวที่เขาพยายามปกป้องมาตลอด ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินบนเส้นทางสายนี้ไปพร้อมกับผมจนถึงบรรทัดนี้ด้วยนะครับ - บันทึกคนจร
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาปูนเปียก: ปลายทางแห่งศรัทธา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%