“ถ้าเรายอมให้เขารื้อชุมชนนี้ไปโดยไม่ทำอะไรเลย พรุ่งนี้เราก็ไม่ต่างจากสุนัขจรจัดที่ไม่มีแม้แต่ผืนปูนให้นอนหรอกครับ”
ก้องวางแก้วเหล้าขาวราคาถูกลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ จนเกิดเสียง ‘กึก’ ที่ฟังดูหนักแน่นในความเงียบของค่ำคืน รอยแผลเป็นที่หางคิ้วของเขากระตุกเล็กน้อยตามแรงอารมณ์ ในขณะที่สายตาของชายฉกรรจ์อีกสามคนในวงสนทนาต่างเบนมาจับจ้องที่เขาเป็นจุดเดียว
ในห้องแคบๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้นและควันบุหรี่จางๆ บรรยากาศไม่ได้ร้อนแรงด้วยอุณหภูมิ แต่มันร้อนด้วยไฟแห่งความกดดันที่ถูกสะสมมานานนับเดือน นับตั้งแต่รถเกรดดินของบริษัทในเครือเสี่ยวิชัยมาจอดทิ้งไว้เป็นสัญลักษณ์ของความตายที่จะมาถึงชุมชน ‘ใต้สะพานปูนเปียก’ แห่งนี้
“ก้อง... ผมเข้าใจว่านายโกรธ” ลุงสมใจ ชายวัยหกสิบเศษที่อาศัยอยู่ริมน้ำมาตลอดชีวิตเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นไหว “แต่เสี่ยวิชัยเขาจ้างนักเลงมาคุมเชิงทุกวัน เราเป็นแค่คนงานก่อสร้าง เป็นแค่คนขายแรงงาน วันดีคืนดีอาจถูกเก็บเงียบเหมือนขยะที่เขาเขี่ยทิ้งก็ได้นะ”
“แล้วจะให้เราไปอยู่ที่ไหนครับลุง?” รินที่นั่งอยู่ข้างก้องถามขึ้น น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงไปด้วยพลังที่ดึงดูดความสนใจได้มากกว่าการตะโกน เธอไม่ได้มองที่ลุงสมใจ แต่มองไปที่กองเอกสารฟ้องร้องที่เปื้อนคราบน้ำมันเครื่องบนโต๊ะ “เราทำงานสร้างตึกให้เขาบนสุขุมวิท แต่พอถึงเวลา กลับไม่มีที่ซุกหัวนอนในที่ที่เราสร้างมากับมือ นี่หรือครับคือความยุติธรรมที่เสี่ยวิชัยมอบให้พวกเรา”
ก้องมองดูมือของตัวเอง มือที่หยาบกร้านจากการจับปูนจับอิฐ เขานึกถึงภาพพ่อในวันที่ต้องก้มกราบเจ้าหนี้ที่หน้าบ้านไม้หลังเก่า ความรู้สึกผิดที่เคยกัดกินหัวใจเขากำลังเปลี่ยนรูปเป็น ‘ความเด็ดเดี่ยว’ ที่น่ากลัว
“ผมไม่ได้จะให้เราไปสู้ด้วยกำลังครับลุง” ก้องกล่าวต่อ ประสานสายตากับทุกคนในวง “ผมจะให้เราสู้ด้วย ‘ความเป็นคน’ พวกเขาคิดว่าเราเป็นแค่ฟันเฟืองที่เปลี่ยนใหม่ได้ แต่ถ้าฟันเฟืองทุกตัวในไซต์งานพร้อมใจกันหยุดหมุน... เสี่ยวิชัยก็แค่คนถือโฉนดที่ทำอะไรไม่ได้เลย”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงหยดน้ำที่รั่วซึมจากเพดานปูนกระทบพื้นดังแปะๆ เป็นจังหวะที่บีบคั้นหัวใจ
“นายจะให้พวกเราหยุดงานงั้นเหรอ?” ชายหนุ่มอีกคนถามขึ้นด้วยความลังเล “นั่นหมายความว่าเราจะไม่ได้ค่าจ้างวันนี้ และเสี่ยอาจจะไล่เราออกทันที”
“อย่างน้อยเราก็ยังมีความเป็นคนเหลืออยู่ครับ” รินเสริมพลางขยับเข้าไปใกล้ทุกคน “วันนี้เรากำลังจะทำสิ่งที่มากกว่าการประท้วง เรากำลังจะรวมกลุ่มกันเป็น ‘สหภาพคนตัวเล็ก’ ถ้าทุกคนเซ็นชื่อร่วมกันในใบเรียกร้องนี้ เสี่ยวิชัยจะทำอะไรเราคนใดคนหนึ่งไม่ได้ เพราะเขาต้องการเราทุกคนในการสร้างโครงการนั้นให้เสร็จก่อนกำหนด”
ก้องหยิบปากกาลูกลื่นราคาถูกขึ้นมาวางกลางโต๊ะ สายตาเขามุ่งมั่นราวกับจะตัดสินโชคชะตาของตัวเอง “ผมจะเซ็นเป็นคนแรก ถ้าใครอยากให้ครอบครัวได้อยู่ในที่ที่เรียกได้ว่า ‘บ้าน’ ต่อไป ก็มาเซ็นกับผม ถ้าใครกลัว... ผมก็ไม่ว่ากัน ผมจะสู้คนเดียว”
ลุงสมใจมองหน้าก้อง สลับกับริน และเอกสารที่วางอยู่ตรงหน้า มือที่สั่นเทาของชายชราค่อยๆ เอื้อมไปหยิบปากกา ความกดดันในห้องนี้หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก ไม่ใช่เพราะศัตรูที่อยู่ข้างนอก แต่มันคือการข้ามผ่านความกลัวที่ฝังรากลึกในใจของคนหาเช้ากินค่ำ
ทันใดนั้น เสียงทุบประตูดังสนั่นจากด้านนอก ตามด้วยเสียงกระจกหน้าต่างห้องที่แตกกระจายจากแรงกระแทกของแข็ง ก้องรีบลุกขึ้นยืนตามสัญชาตญาณ รินถอยหลังไปพิงกำแพงด้วยสีหน้าที่ตื่นตระหนก ประตูไม้ผุๆ ถูกถีบจนบานพับหลุดกระเด็น ชายชุดดำสามคนเดินเข้ามาพร้อมกับใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้หมวกแก๊ป หนึ่งในนั้นคือสมุนคนสนิทของเสี่ยวิชัยที่ทุกคนรู้จักดี
“ไหนดูซิว่าพวกสวะกำลังวางแผนก่อกบฏอะไรกันอยู่” ชายชุดดำคนนั้นแสยะยิ้มพลางหักนิ้วมือจนเสียงดังกร็อบ
ก้องก้าวออกมาบังหน้ารินและลุงสมใจ แม้เหงื่อจะซึมตามไรผม แต่เขากลับไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว
“พวกแกมาช้าไปหน่อย” ก้องเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นิ่งจนน่าตกใจ “เอกสารนั่นเซ็นเสร็จตั้งแต่นาทีที่พวกแกเริ่มทุบประตูแล้ว”
ชายชุดดำหัวเราะร่วน “งั้นเหรอ? แต่รู้ไว้เถอะก้อง... ในที่แบบนี้ ใครถืออาวุธคนนั้นคือเจ้าของชีวิต” เขาชักมีดพับเล่มยาวออกมาจากเอว แล้วชี้ไปที่คอหอยของก้อง ก่อนจะหันไปมองกลุ่มคนที่นั่งตัวสั่นอยู่ข้างหลัง “ใครอยากตายก่อนก็เชิญ... เสี่ยสั่งมาว่าวันนี้ต้องมีคน ‘หายไป’ สักคนเป็นตัวอย่าง”
รินกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เธอสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่หน้าต่างห้องฝั่งตรงข้าม แสงไฟจากรถยนต์คันหรูที่จอดแอบอยู่มืดๆ ค่อยๆ เลื่อนเข้ามาใกล้จนไฟหน้าส่องกระทบใบหน้าของใครบางคนที่นั่งอยู่เบาะหลัง
นั่นคือเสี่ยวิชัย... เขากำลังนั่งมองเหตุการณ์ผ่านกระจกรถด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น ราวกับกำลังดูละครเวทีที่เขากำหนดจุดจบไว้แล้ว
ก้องรู้ดีว่าวินาทีนี้ไม่ใช่แค่การเจรจา แต่มันคือการตัดสินใจว่าเขาจะรักษาความถูกต้อง หรือจะรักษาลมหายใจของคนที่เขารักที่สุดไว้ในกำมือ
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านวินาทีแห่งความแตกสลายและจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญไปพร้อมกับก้องในตอนนี้ด้วยใจจริงนะครับ - บันทึกคนจร
ใต้เงาปูนเปียก: ปลายทางแห่งศรัทธา•ตอนที่ 12
การรวมตัวของคนตัวเล็ก
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาปูนเปียก: ปลายทางแห่งศรัทธา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!