เสียงคำรามต่ำของฟ้าผ่าแล่นริ้วผ่านชั้นบรรยากาศ ก่อนที่แรงดันอากาศต่ำจากพายุเฮอร์ริเคนริมฝั่งทะเลจะซัดเข้าปะทะบานหน้าต่างกระจกนิรภัยของบ้านพักตากอากาศหลังน้อยอย่างรุนแรง จนโครงสร้างไม้สักทองสั่นสะเทือนไปทั้งหลัง
ภายในห้องนั่งเล่นที่มืดสลัวเนื่องจากกระแสไฟฟ้าถูกตัดขาด มีเพียงแสงสีฟ้าเรื่อจากหน้าจอแท็บเล็ตสืบสวนและแสงเทียนเล่มเดียวบนโต๊ะไม้ที่สาดเงาทอดยาว ร.ต.อ. ศรา กำลังขมักเขม้นกับการวิเคราะห์พฤติกรรมของฆาตกรต่อเนื่องในแฟ้มคดีล่าสุด นิ้วเรียวยาวเลื่อนหน้าจอไปมาอย่างใช้ความคิด ขณะที่ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเคร่งเครียดจนเห็นรอยย่นจางๆ ระหว่างคิ้ว
"ถ้าเราใช้สมมติฐานตามหลักจิตวิทยาอาชญากรรมของโคลบี้ โครงสร้างการเลือกเหยื่อครั้งนี้ไม่ได้สุ่มครับคุณมินตรา แต่มันมีรูปแบบการเว้นระยะทางและเลือกภูมิประเทศที่สอดคล้องกับเขตอุตสาหกรรมเก่าอย่างแม่นยำ" ศระเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่จริงจังตามสไตล์โปรไฟล์เลอร์มือหนึ่ง
ร.ต.ท.หญิง มินตรา ที่กำลังยืนเช็ดกระบอกปืนพกประจำกายอยู่ริมผนัง ชะليกหน้าขึ้นเล็กน้อย แววตาสีเข้มคมกริบภายใต้แสงเทียนมองตรงมายังร่างโปร่งของสารวัตรหนุ่ม เธอวางผ้าสักหลาดลงช้าๆ ก่อนจะเดินเข้าใกล้โต๊ะทำงานเฉพาะกิจ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าผสมกลิ่นอายฝนลอยแตะจมูกศราจนเจ้าตัวต้องแอบสูดหายใจลึกโดยไม่รู้ตัว
"คุณวิเคราะห์ไม่ผิดเพี้ยนหรอกสารวัตรศรา..." มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุกลึกซึ้ง เธอย่อตัวลงนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจ "แต่คุณมองข้าม 'ตัวแปรด้านอารมณ์' ของฆาตกรไป... มนุษย์เราไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยตรรกะร้อยเปอร์เซ็นต์ ยิ่งในสถานการณ์ที่ถูกกดดันจากสภาพแวดล้อมภายนอก เช่น พายุที่กำลังโหมกระหน่ำแบบนี้ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดจะบิดเบือนรูปแบบพฤติกรรมเดิมให้กลายเป็นความรุนแรงที่คาดเดาไม่ได้"
ศราเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันนิ่งนานท่ามกลางเสียงสายฝนที่สาดซัดกระหน่ำระเบียงบ้านอย่างบ้าคลั่ง ในระยะประชิดนี้ เขาสังเกตเห็นรอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมคางของเธอ—ร่องรอยจากสนามรบในอดีตที่เธอไม่เคยเล่าให้ใครฟัง เคมีที่เคยร่วมงานกันอย่างเป็นทางการเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นแปลกประหลาดที่แผ่ซ่านเข้ามาในอก ท่าความหนาวเหนเย็นของลมพายุภายนอก
"คุณกำลังบอกว่า... เรากำลังประเมินจิตวิทยาของคนใกล้ตัวต่ำไปอย่างนั้นหรือครับ" ศราถามเสียงแผ่วลง ความมั่นใจในฐานะโปรไฟล์เลอร์เริ่มสั่นคลอน ไม่ใช่เพราะหลักฐานไม่เพียงพอ แต่เป็นเพราะสายตาของหญิงสาวตรงหน้าที่ทรงพลังเสียจนดึงสติของเขากระเจิง
"บางครั้ง... คำตอบที่ตามหามาตลอด อาจจะอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คุณคิด" มินตราโน้มตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด มือเรียวเอื้อมไปแตะขอบแท็บเล็ตบนโต๊ะ ปลายนิ้วของเธอเฉียดผ่านหลังมือของศราโดยบังเอิญ ความอุ่นร้อนที่สัมผัสกันทำให้หัวใจของสารวัตรหนุ่มกระตุกวูบอย่างแรง เป็นปฏิกิริยาทางเคมีที่ระบบประเมินพฤติกรรมใดๆ ก็ไม่อาจคำนวณล่วงหน้าได้
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ และเสียงฟ้าคำรามกึกก้องที่ย้ำเตือนว่าพวกเขากำลังถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์แบบ ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังผสานความตึงเครียดของการสืบสวนเข้ากับความหวานล้ำที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน หน้าจอแท็บเล็ตที่วางอยู่บนโต๊ะก็เกิดอาการกะพริบถี่ๆ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบภารกิจพิเศษที่ดังขึ้นแทรกกลางความเงียบ
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!*
**[แจ้งเตือนระบบภารกิจลับระดับ SSS: ตรวจพบสัญญาณชีพจรปริศนา 3 จุดกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่รัศมี 50 เมตรจากบ้านพัก—เป้าหมายคือการกวาดล้างพยาน]**
มินตราผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงในเสี้ยววินาที ใบหน้าที่เคยผ่อนคลายแปรเปลี่ยนเป็นนักล่าเลือดเย็น ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทางประตูกระจกมืดสนิทเบื้องล่างทันที ขณะที่ศราดีดตัวลุกตาม คว้าปืนคู่กายขึ้นมาปลดเซฟด้วยความเร็วสูง พร้อมกับตระหนักได้ทันทีว่า พายุลูกนี้ไม่ได้ซัดพาแค่ความหนาวเหน็บมาสู่พวกเขา แต่มันกำลังพานรกมาเยือนถึงหน้าประตูบ้านแล้วครับ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมฝ่าพายุและไขคดีไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ
สืบคดีกับผู้หมวดหน้าหวานคนนี้ดีต่อใจ•ตอนที่ 20
เคมีที่เริ่มเปลี่ยนไปท่ามกลางคลื่นลม
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีกับผู้หมวดหน้าหวานคนนี้ดีต่อใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!