สืบคดีกับผู้หมวดหน้าหวานคนนี้ดีต่อใจ•ตอนที่ 5

กับดักในโกดังร้าง

ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
เสียงโลหะเสียดสีกันดังเอี๊ยดอ๊าดบาดแก้วหู พร้อมกับแรงกระชากจากกลไกสปริงที่ถูกดีดออกอย่างรุนแรง บรรยากาศภายในโกดังร้างริมท่าเรือเก่าครึ้มเต็มไปด้วยกลิ่นอัปของสนิมและฝุ่นผงที่ฟุ้งกระจายขึ้นมาทันทีที่ประตูกลปิดตายลงอย่างไร้ทางหนี "หมวด! ระวังครับ!" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของ ร.ต.อ.ศรา ร้องเตือนขึ้นพร้อมกับพุ่งตัวเข้าคว้าเอวบางของ ร.ต.ท.หญิง มินตรา ให้หลบพ้นจากรัศมีของคานเหล็กขนาดใหญ่ที่ร่วงหล่นลงมาปักกระแทกพื้นปูนเบื้องล่างอย่างเฉียดฉิว แรงลมจากการทิ้งตัวของวัตถุหนักหน่วงทำเอาเส้นผมสีดำสนิทของทั้งคู่ปลิวไสว ความมืดมิดโรยตัวลงมาปกคลุมแทบจะทันที เนื่องจากหน้าต่างทุกบานถูกตอกปิดตายด้วยแผ่นไม้หนา มีเพียงแสงไฟนีออนกะพริบสลัวๆ จากเสาไฟด้านนอกที่สาดส่องลอดรอยแตกเข้ามาเป็นลำยาว ทอดเงายาวน่ากลัวราวกับกรงขังของปีศาจ มินตราหอบหายใจเบาๆ อกบางกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะอะดรีนาลีนที่หลั่งพล่าน มือเรียวบางยังคงกำด้ามปืนพกสั้นประจำกายแน่น แม้สถานการณ์จะคับขันจนแทบไม่มีทางออก แต่ดวงตากลมโตคู่สวยของเธอกลับไม่มีแววตาของความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความคมกริบที่พร้อมจะสู้ยิบตา "มันไม่ใช่แค่กับดักธรรมดาแล้วล่ะครับสารวัตร" มินตราเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เยือกเย็น เธอกวาดสายตาสำรวจรอบด้านอย่างรวดเร็ว "โครงสร้างกลไกเมื่อครู่ ถูกเซ็ตระบบไว้ล่วงหน้าเพื่อต้อนเราเข้ามาในจุดอับสายตาโดยเฉพาะ คนที่วางแผน... รู้จักรูปแบบการเคลื่อนไหวของตำรวจหน่วยสืบสวนอย่างเราเป็นอย่างดี" ศราค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ ใบหน้าหวานอันเป็นเอกลักษณ์ปรากฏรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก แม้ในยามวิกฤตเช่นนี้ สมองกลไกอันยอดเยี่ยมของนักวิเคราะห์พฤติกรรมอาชญากร (Profiler) อย่างเขากลับกำลังทำงานอย่างเต็มกำลัง ดวงตาคมกวาดมองไปทั่วบริเวณเพื่อประเมินสถานการณ์ตามหลักจิตวิทยาเชิงพื้นที่ "ถูกต้องครับหมวด" ศราเอ่ยตอบ น้ำเสียงของเขาสุภาพและใจเย็นจนน่าประหลาด "สังเกตจากมุมองของแสง และจังหวะเวลาที่ประตูชั้นนอกปิดล็อกลงพร้อมกัน มันบ่งบอกถึง 'ความเจ้าคิดเจ้าแค้น' และ 'ความระมัดระวังขั้นสูง' ฆาตกรรายนี้ไม่ได้ต้องการแค่ฆ่าเราให้ตายในทันing แต่เขาต้องการต้อนให้เราจนมุม เพื่อดูว่าเราจะดิ้นรนอย่างไรก่อนที่ความตายจะมาเยือน" ในฐานะนักสืบที่ผ่านคดีฆาตกรรมอำมหมาดมานักต่อนัก ศราเข้าใจดีว่าการติดอยู่ในสถานที่ปิดตายแบบนี้ กฎข้อแรกคือ 'อย่าตกใจ' สติคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด เขายกมือขึ้นสัมผัสคางเบาๆ ใช้ทักษะการวิเคราะห์พฤติกรรมจำแนกแรงจูงใจของคนร้าย "ถ้าเขาเป็นคนประเภท Narcissistic Sociopath หรือพวกหลงตัวเองที่คิดว่าแผนตัวเองไร้ร่องรอย..." ศราพึมพำเบาๆ พร้อมกับเดินสำรวจรอยคราบน้ำมันและเศษฝุ่นบนพื้น "เขาจะต้องแอบมองเราจากที่ไหนสักแห่งผ่านกล้องวงจรปิด หรือไม่ก็จุดอับสายตาที่มองเห็นทุกการเคลื่อนไหวของเรา เพื่อเสพความตื่นกลัวของเรา... แปลว่า ยิ่งเราแสดงความกระวนกระวายออกมามากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งได้ใจมากเท่านั้น" มินตราหันมาสบตากับศรา ทั้งคู่ผ่านความเป็นความตายมาด้วยกันหลายครั้ง เคมีและความเข้าใจอันลึกซึ้งทำให้ไม่ต้องเอ่ยคำพูดมากมาย เธอก็รับรู้ได้ถึงแผนการที่ซ่อนอยู่ในรอยยิ้มมั่นใจของชายหนุ่มหน้าหวานคนนี้ "แล้วเราควรเล่นละครฉากไหนให้เขาดูดีล่ะครับ ท่านสารวัตร?" มินตราเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงเจือความท้าทายและรอยยิ้มมุมปากที่หาดูได้ยาก "เล่นบทเหยื่อผู้ตื่นตระหนก... แต่แฝงไปด้วยความสิ้นหวังปลอมๆ ไงครับ" ศรากระซิบตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่จริงจัง ทันใดนั้นเอง ศราก็แกล้งทรุดตัวลงพิงกับลังไม้เก่าๆ ส่งเสียงหอบหายใจแรงราวกับคนหมดแรง ท่าทางดูตื่นตระหนกและสิ้นหวังอย่างแนบเนียน ขณะเดียวกัน มินตราก็แสดงท่าทีลนลาน วิ่งเข้าไปเขย่าประตูกลเหล็กที่ปิดตายพร้อมกับทุบผนังเสียงดังลั่น เพื่อให้คนร้ายที่แอบซ่อนอยู่ตายใจว่าพวกเขากำลังจนมุมและสูญเสียการควบคุมอย่างสมบูรณ์ บรรยากาศภายในโกดังเงียบงัดลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของทั้งสองคนที่แสร้งทำเป็นตื่นกลัว ทว่าภายใต้การแสดงอันแนบเนียนนั้น สมองของศรากลับคำนวณทิศทางของเสียงลม เสียงสะท้อน และร่องรอยการเดินสายไฟที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นคอนกรีต *แกร๊ก...* เสียงสัญญาณไฟสีแดงดวงเล็กๆ ที่มุมอับด้านบนของคานเหล็กกะพริบขึ้นครั้งหนึ่ง มันคือกล้องวงจรปิดไร้สายขนาดจิ๋วที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน ศราเหลือบสายตาไปเห็นพอดี รอยยิ้มที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความมืดปรากฏขึ้นอย่างเยือกเย็น "เจอตัวแล้วล่ะครับ..." ศรากระซิบเบาๆ จนแทบไม่ได้ยิน ด้วยไหวพริบและความปราดเปรื่อง ศราไม่ได้รอให้ศัตรูเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีซ้ำสอง เขาอาศัยจังหวะที่คนร้ายกำลังตายใจและเฝ้าดูความสิ้นหวังของพวกเขาผ่านจอภาพ ดึงเอาอุปกรณ์กระจายสัญญาณคลื่นวิทยุขนาดเล็กที่ติดตัวมาด้วย ขว้างขึ้นไปบนคานเหล็กด้านบนอย่างแม่นยำราวนับองศาไว้แล้ว *เปรี๊ยะ!* ประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบขึ้นพร้อมกับเสียงช็อตเบาๆ สัญญาณภาพจากกล้องวงจรปิดตัวนั้นถูกตัดขาดในทันที ทันใดนั้นเอง แรงสั่นสะเทือนจากกลไกบางอย่างก็ดังขึ้นอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่เสียงพังทลายของสิ่งของ กลับเป็นเสียงปลดล็อกของประตูลับบริเวณมุมอับด้านหลังโกดัง ซึ่งเกิดจากการที่ระบบรักษาความปลอดภัยถูกรบกวนจนรวนเร "หมวดครับ! ทางนั้น!" ศราตะโกนขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง ร่างโปร่งดีดตัวลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วอย่างไร้ร่องรอยของความอ่อนล้าเมื่อครู่ มินตราไม่รอช้า เธอชักปืนพกพร้อมก้าวเท้าพุ่งนำหน้าไปอย่างคล่องแคล่วว่องไว ทักษะการต่อสู้ระดับสูงถูกงัดออกมาใช้ทันทีเมื่อประตูลับเปิดออก เผยให้เห็นทางเดินแคบๆ ที่ทอดยาวลงสู่ชั้นใต้ดินชื้นแฉะ กลิ่นอับของดินและกลิ่นสารเคมีบางอย่างโชยแตะจมูกทันที ทั้งคู่ก้าวเดินเคียงบ่าเคียงไหล่ลงไปในความมืด ความตื่นเต้นระทึกขวัญไม่ได้ทำให้พวกเขากลัวเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งทำให้สัญชาตญาณนักสืบตื่นตัวถึงขีดสุด เบื้องล่างนั้น... แสงไฟสลัวจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หลายสิบจอสะท้อนกระทบกับใบหน้าของใครบางคน คนที่กำลังนั่งไขว่ห้างรอการมาเยือนของพวกเขาด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยวบนริมฝีปาก ทว่า ก่อนที่ศราจะได้ก้าวเข้าไปประชิดตัวบุคคลปริศนาเบื้องหน้า หน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกตัวก็ดับวูบลงพร้อมกัน พร้อมกับเสียงสังข์เตือนภัยดิจิทัลดังสนั่นหวั่นไหว และข้อความสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นบนจอภาพหลักโดยไม่มีการควบคุมจากแป้นพิมพ์ใดๆ— **[ ตรวจพบการเข้าถึงระบบภารกิจระดับ SSS: "เกมล่าชีวิต" เริ่มต้นนับถอยหลัง... ]** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมลุ้นและเดินทางสืบสวนไปด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีกับผู้หมวดหน้าหวานคนนี้ดีต่อใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%