กลิ่นคาวสนิมเหล็กเจือจางในอากาศ—มันไม่ใช่กลิ่นของเลือดสด ๆ แต่เป็นกลิ่นของความตายที่ถูกเตรียมการมาอย่างประณีต
เสียงสัญญาณเตือนภัยอัคคีภัยดังแหลมสูงระรัว กะพริบสลับสีแดงฉานอาบไล้ผนังกระจกนิรภัยของห้องจัดเลี้ยงชั้นบนสุด เงาร่างของใครบางคนทาบทับลงมาเบื้องหน้า พร้อมกับแรงกดดันทางจิตวิทยาที่พุ่งสูงจนปลายประสาทสัมผัสของผมส่งเสียงกรีดร้องเตือนภัย
ในฐานะนักวิเคราะห์พฤติกรรมอาชญากร หรือ Profiler ผมถูกฝึกมาให้มองทะลุความกลัว แต่วินาทีนี้... สัญชาตญาณดิบกำลังบอกผมว่า สมการทางจิตวิทยาที่ผมคำนวณไว้กำลังผิดพลาดอย่างมหันต์
รอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของศรา—หรือคนที่สวมรอยเป็นเขาในคราบสารวัตรผู้แสนดี—ยังคงตรึงอยู่บนใบหน้าอันงดงามที่ชวนให้หลงใหล ปลายมีดสั้นเคลือบสารพิษจ่อแนบสนิทอยู่ตรงสีข้างของมินตรา ร่างของเธอสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะพิษที่เริ่มซึมเข้าสู่กระแสเลือดจากการปะทะกันก่อนหน้านี้
"คุณคำนวณองศาการเคลื่อนไหวของผมพลาดไปสามองศา, ผู้หมวด..." เสียงทุ้มต่ำที่เคยสดใสและเป็นกันเอง กลับกลายเป็นน้ำเสียงแหบพร่าเย็นเยียบราวกับมาจากก้นบึ้งของขุมนรก
มินตรากัดริมฝีปากจนห่อเลือด ดวงตาคู่คมกริบฉายแววเด็ดเดี่ยว เธอยังคงพยายามขยับข้อมือเพื่อเอื้อมหยิบปืนพกประจำกายที่หล่นอยู่ไม่ไกล แม้ว่าม่านตาของเธอจะเริ่มขยายกว้างขึ้นเรื่อย ๆ อันเป็นสัญญาณเตือนว่าฤทธิ์ยาเริ่มทำลายระบบประสาทส่วนกลางแล้วก็ตาม
"อย่าขยับ..." ผมเอ่ยเสียงเรียบ พยายามควบคุมจังหวะการหายใจให้สม่ำเสมอที่สุด สมองของผมทำงานด้วยความเร็วสูงราวกับหน่วยประมวลผลควอนตัม วิเคราะห์ทางเลือกทั้งหมดในเสี้ยววินาที
*ทางเลือกที่หนึ่ง:* พุ่งเข้าไปแย่งมีด โอกาสสำเร็จ 34% ความเสี่ยงที่มินตราจะถูกปาดคอ 66%
*ทางเลือกที่สอง:* ใช้จิตวิทยาล่อลวงให้คนร้ายไขว้เขว โอกาสสำเร็จ 45% แต่เวลาไม่เอื้ออำนวยเพราะพิษกำลังออกฤทธิ์
*ทางเลือกที่สาม:* ใช้ไพ่ตายที่ซ่อนไว้...
"คุณคิดว่าตัวเองฉลาดนักเหรอครับ, โปรไฟล์เลอร์?" คนร้ายหัวנסเราะในลำคอ ดวงตาคู่นั้นว่างเปล่าไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์ "แกะรอยตามหาความจริงมาตั้งหลายตอน สุดท้ายก็ต้องมาตายคาห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ นี่แหละนะ"
"ความจริง... ไม่เคยตายหรอกครับ" ผมแย้มยิ้มบาง ๆ แม้เหงื่อกาฬจะผุดพรายเต็มแผ่นหลัง "แต่วิธีที่คุณเลือกใช้มันบอกผมหมดเปลือกแล้วว่า คุณไม่ใช่ฆาตกรต่อเนื่องอัจฉริยะอะไรเลย... คุณเป็นแค่ไอ้ขี้แพ้ที่ลอกเลียนแบบรูปแบบอาชญากรรมของคนอื่นต่างหาก"
คำพูดนั้นได้ผลชะงัก! ร่างของคนร้ายชะงักกึก คิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจี้จุดอ่อน ความเย่อหยิ่งคือจุดตายของฆาตกรประเภทนี้เสมอ และผมกำลังรอจังหวะนั้น
"แก... ว่าไงนะ!" คนร้ายตวาดลั่น แรงกดที่ปลายมีดเพิ่มขึ้นจนคมกริบเฉี่ยวเนื้อเยื่อของมินตราจนมีเลือดซึมออกมาเป็นรอยแดง
"ระวัง!" ผมตะโกนลั่น
ในเสี้ยววินาทีที่คนร้ายเสียสมาธิและหันมาถลึงตาใส่ผม มินตราที่ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ ใช้แรงเฮือกสุดท้ายจากการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง กระแทกข้อศอกเข้าใส่ลิ้นปี่ของคนร้ายอย่างแม่นยำ พร้อม ๆ กับที่ผมดีดตัวพุ่งทะยานเข้าไปราวกับกระสุนปืนที่หลุดจากรังเพลิง
*ตึง! พลั่ก!*
แรงปะทะทำให้พวกเราทั้งสามคนกลิ้งหลุดไปตามพื้นพรมหนานุ่ม มีดสั้นในมือของคนร้ายกระเด็นไปกระแทกกับผนังกระจกจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ผมไม่รอช้า ใช้ทักษะการต่อระยะประชิดที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างเข้มข้นล็อกแขนขวาของมันไขว้หลังทันที กดน้ำหนักตัวทั้งหมดลงไปตรึงร่างนั้นไว้กับพื้น
"อ๊ากกก!" คนร้ายร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด พยายามดิ้นรนสุดชีวิต
ผมหอบหายใจหนักหน่วง ก้มมองดูสภาพของตัวเองและมินตราที่นอนแผ่หลาอยู่ข้าง ๆ ใบหน้าของเธอนวลเนียนแต่ซีดเซียว เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า ผมยาวสลวยเปียกชื้นแนบแก้ม ดวงตาคู่สวยมองตรงมาที่ผมด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม—มันมีความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและอบอุ่นยิ่งกว่าคำว่า "สหายร่วมรบ" ซ่อนอยู่
"คุณ... ช้าไปสามวินาทีนะศรา" มินตรากระซิบเสียงแผ่วเบา มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย แม้ลมหายใจจะโรยริน
"แต่ก็ทันเวลาไม่ใช่เหรอครับ?" ผมตอบกลับด้วยรอยยิ้มโล่งอก พลางรีบควักอุปกรณ์ปฐมพยาบาลฉุกเฉินและเซรุ่มแก้พิษออกมาจากกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตเพื่อฉีดเข้าที่หัวไหล่ของเธออย่างรวดเร็ว
บรรยากาศรอบตัวเริ่มกลับมาเงียบสงบลงท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ค่อย ๆ เงียบเสียงลง ระบบความปลอดภัยของอาคารเริ่มทำงานสำรอง แสงไฟสีขาวนวลสว่างวาบขึ้นแทนที่แสงสีแดงฉาน เผยให้เห็นร่องรอยการต่อสู้ที่ดุเดือดและข้าวของที่กระจัดกระจาย
ผมถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก งานสืบสวนคดีนี้ซับซ้อนและอันตรายเกินกว่าที่คาดไว้หลายเท่าตัว ตัวตนที่แท้จริงขององค์กรเบื้องหลังยังคงเป็นปริศนา และไอ้คนร้ายที่ถูกกดอยู่ใต้ร่างผมตอนนี้ก็เป็นแค่ปลาซิวปลาสร้อยที่ถูกส่งมาตัดกำลังเท่านั้น
ทว่า... ในจังหวะที่ผมกำลังจะหยิบกุญแจมือขึ้นมาล็อกตัวคนร้ายนั้นเอง สายตาก็เหลือบไปเห็นหน้าจอแท็บเล็ตส่วนตัวที่ตกอยู่บนพื้น หน้าจอซึ่งเชื่อมต่อกับระบบฐานข้อมูลกลางของกรมตำรวจจู่ ๆ ก็สว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่มีการสั่ง
ตัวอักษรสีแดงสดปรากฏขึ้นทีละตัวอย่างช้า ๆ บนหน้าจอ ราวกับมีใครบางคนกำลังพิมพ์มันสด ๆ จากที่ไหนสักแห่งในอาคารแห่งนี้
**[ระบบตรวจพบเป้าหมายระดับ SSS: บอสลับแห่งองค์กร 'The Architect' ได้ตื่นขึ้นแล้ว]**
**[คำเตือน: วงจรความปลอดภัยทั้งหมดถูกควบคุมโดยระบบภายนอก คุณคือกุญแจดอกสุดท้ายที่จะไขปริศนา หรือจะเป็นเหยื่อรายต่อไป?]**
**[เวลาแห่งการตัดสินใจเหลือ 00:00:10 วินาที...]**
เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก—มันไม่ใช่เสียงของกำลังเสริมตำรวจที่เราคาดหวังไว้ แต่เป็นเสียงฝีเท้าที่พร้อมเพรียง เย็นชา และเต็มไปด้วยไอสังหารของกลุ่มคนที่ถูกฝึกมาเพื่อการฆ่าโดยเฉพาะ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับผมในทุก ๆ ตัวอักษรนะครับ
สืบคดีกับผู้หมวดหน้าหวานคนนี้ดีต่อใจ•ตอนที่ 17
เสียงกระซิบในความมืด
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีกับผู้หมวดหน้าหวานคนนี้ดีต่อใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!