"หมอบลง!"
เสียงคำรามต่ำอย่างเฉียบขาดของร.ต.ท.หญิง มินตรา ดังขึ้นพร้อมกับแรงกระชากที่หัวไหล่ของผม ร่างบางในชุดเครื่องแบบเข้ารูปดีดตัวพุ่งหลบหลังเสาคอนกรีตเสริมเหล็กอย่างแม่นยำ ราวกับสัญชาตญาณของนักล่าถูกปลุกเร้าในเสี้ยววินาที เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ที่ก้องกังวานอยู่ด้านนอกเมื่อครู่ บัดนี้พังทลายประตูไม้สักทองเข้ามาพร้อมกัน เศษไม้กระจายว่อนราวกับใบไม้ร่วง แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสาดส่องสลับกับความมืด ทอดเงายาวน่าสะพรึงกลัวของกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดหน่วยรบพิเศษที่ไม่ปรากฏสังกัด
ในสถานการณ์คับขันที่อะดรีนาลีนหลั่งพล่านจนหัวใจเต้นโครมครามอยู่ในอก สมองของผมกลับแล่นเร็วจี๋ด้วยกลไกการทำงานแบบ Profiler
*เป้าหมายสิบคน อาวุธปืนยาวจู่โจมแบบปรับแต่ง แรงรีคอยล์ต่ำ มุมองศาการเล็งสอดประสานกันเป็นรูปพัด... พวกมันไม่ใช่ตำรวจท้องถิ่น และไม่ใช่หน่วยงานความมั่นคงทั่วไป*
ผมกวาดสายตาผ่านช่องว่างระหว่างชั้นวางเอกสารในห้องสืบสวนคดีพิเศษ ท่ามกลางเสียงฝีเท้าที่กำลังแยกย้ายเข้าประจำจุดเพื่อปิดล้อม จังหวะนั้นเองที่ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างแล่นพล่านขึ้นมาจากไขสันหลัง ร่างกายของผมร้อนวูบวาบราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านไปทั่วทุกอณูผิวหนัง โลกทั้งใบที่เคยเคลื่อนไหวด้วยความเร็วปกติพลันชะงักงึด ทุกสิ่งรอบตัวหมุนช้าลงราวกับกดปุ่มสโลว์โมชั่นในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์
[ติ๊ง! ตรวจพบสภาวะวิกฤตถึงขีดสุด... เงื่อนไขการปลุกพลังลับครบถ้วน 100%]
[ระบบกำลังทำการอัปเกรดโฮสต์: เปิดใช้งาน "เนตรวิเคราะห์อาชญากรขั้นสูง" (Advanced Criminal Analysis Eye - A.C.A.E.)]
เสียงแจ้งเตือนสังเคราะห์ที่ดังขึ้นในห้วงความคิดไม่ได้ทำให้ผมตกใจแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับสร้างความกระจ่างแจ้งในระดับที่เรียกว่า "ตาสว่าง" อย่างแท้จริง ภาพตรงหน้าผมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เส้นแสงสีฟ้าเรืองรองปรากฏขึ้นกลางอากาศ ลากโยงใยเชื่อมโยงพฤติกรรม ทิศทางการก้าวเดิน และองศาการถืออาวุธของกลุ่มผู้บุกรุกเข้าด้วยกัน ศีรษะของชายฉกรรจ์คนที่อยู่ใกล้ที่สุดมีกรอบข้อมูลดิจิทัลสีแดงฉานลอยเด่นขึ้นมา
*ชื่อ: ไม่ปรากฏ (รหัสลับ: เวนوم)*
*อัตราการเต้นของหัวใจ: 110 ครั้ง/นาที (ตื่นเต้นเล็กน้อย ควบคุมอารมณ์ได้ดี)*
*จุดอ่อนทางจิตวิทยา: มีอาการบาดเจ็บเรื้อรังที่หัวเข่าขวาจากการกระโดดจากที่สูงเมื่อสามปีก่อน น้ำหนักทิ้งไปที่ขาซ้าย 70%*
*พิรุธในรายละเอียด: รอยเปื้อนโคลนสีแดงอิฐที่ส้นรองเท้าคอมแบท... โคลนชนิดนี้มีอยู่เฉพาะที่เขตอุตสาหกรรมร้างโซน C เท่านั้น*
"ศรา! เป็นอะไรหรือเปล่า สายตาคุณดูแปลกไปนะ" เสียงกระซิบด้วยความห่วงใยของมินตราดังลอดผ่านเสียงฝีเท้าที่ขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เธอยังคงถือปืนพกประจำกายพร้อมยิงในท่าเตรียมพร้อม แว่นตาไร้กรอบสะท้อนแสงสีแดงของไฟฉุกเฉินจนดูคมกริบ
"ผมไม่เป็นไรครับ..." ผมตอบเสียงเบา แต่สายตายังคงจดจ้องทะลุกำแพงปูนหนาออกไป ด้วยเนตรวิเคราะห์ขั้นสูง ทำให้ผมมองเห็นภาพสะท้อนเงาของมือปืนอีกสองคนที่ซุ่มอยู่บนดาดฟ้าตึกฝั่งตรงข้าม เล็งปากกระบอกปืนผ่านมาทางหน้าต่างกระจกฝ้าอย่างแม่นยำ "และผมคิดว่าเราเจอแผนสำรองของพวกมันแล้วล่ะครับ"
"หมายความว่ายังไง?" มินตราขมวดคิ้วมุ่น สัญชาตญาณนักรบของเธอบอกให้รู้ว่าผมกำลังเห็นบางสิ่งที่เธอพลาดไป
"พวกมันไม่ได้มาเพื่อจับกุมเราครับ" ผมหรี่ตาลง วิเคราะห์รูปแบบการเดินและการจัดวางกำลังพลผ่านเส้นแสงวิเคราะห์ที่เชื่อมโยงกัน "การพังประตูเข้ามาเสียงดังสนั่นแบบนี้ เป็นเพียงการ 'เบี่ยงเบนความสนใจ' เป้าหมายที่แท้จริงคือการทำให้เราติดอยู่ในห้องนี้ เพื่อให้ทีมหน่วยกู้ภัยปลอมที่ปลอมตัวเข้ามาทางชั้นใต้ดิน... เข้ามาขโมย 'หลักฐานชิ้นนั้น' ต่างหาก"
คำพูดของผมทำให้มินตรานิ่งงอไปชั่วขณะ เธอกัดริมฝีปากแน่นอย่างใช้ความคิด ก่อนจะหันมามองผมด้วยแว่นตาที่ฉายแววทึ่งระคนแปลกใจ "คุณ... มองทะลุแผนการซับซ้อนขนาดนี้ได้ยังไงในเวลาแค่เสี้ยววินาที?"
"ความลับทางธุรกิจครับผู้หมวด..." ผมยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่แม้จะอยู่ในสถานการณ์ความเป็นความตาย แต่ก็ยังคงความกวนประสาทและอบอุ่นในแบบฉบับของสารวัตรสืบสวนหน้าหวาน "แต่ตอนนี้ สิ่งที่เราต้องทำไม่ใช่แค่การตั้งรับ... แต่เป็นการเล่นงานพวกมันคืนให้สาสมต่างหาก"
ผมสูดลมหายใจเข้าลึก and เนตรวิเคราะห์อาชญากรขั้นสูงทำงานเต็มกำลัง ข้อมูลนับล้านพรั่งพรูเข้ามาในสมองจนผมสามารถคำนวณวิถีกระสุน จังหวะการหายใจ และช่วงเวลาที่ผู้บุกรุกจะกะพริบตาได้อย่างแม่นยำระดับมิลลิวินาที
"นับสามนะครั... สาม!"
สิ้นเสียงคำราม ผมดีดตัวออกจากที่กำบังพร้อมกับสาดกระสุนปราบจลาจลเข้าใส่จุดอับสายตาของผู้นำหน่วยบุกรุกอย่างแม่นยำราوจับวาง กระสุนยางนัดแรกพุ่งชนเข้าที่หัวเข่าขวาซึ่งเป็นจุดอ่อนที่ผมวิเคราะห์ไว้พريบเปรียบ ชายฉกรรจ์ร่างยักษ์ทรุดฮวบทันทีด้วยความเจ็บปวด สร้างความโกลาหลให้แก่แนวรบของพวกมันในพริบตา มินตราไม่รอช้า เธออาศัยจังหวะชุลมุนพุ่งตัวออกไปจัดการอีกสองคนด้วยทักษะการต่อสู้ระยะประชิดที่รวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ
สถานการณ์ดูเหมือนจะอยู่ในการควบคุมของเราอย่างสมบูรณ์แบบ... จนกระทั่งเสียงฝีเท้าคู่หนึ่งก้าวออกมาจากลิฟต์ขนของที่ควรจะใช้งานไม่ได้ เสียงฝีเท้านั้นเบาราวกับเสียงแมียกย่างก้าว แต่กลับหนักแน่นจนกดทับบรรยากาศทั้งหมดให้ดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็ง
ผมหันขวับกลับไปมองตามสัญชาตญาณ แสงไฟฉุกเฉินสีแดงสาดกระทบเข้ากับร่างของชายผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าลิฟต์ เขาสวมสูทสีดำสนิทไร้รอยยับ ใบหน้าสวมหน้ากากอนามัยสีดำปกปิดครึ่งล่าง แต่ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาคู่ที่เรียวรีและเต็มไปด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น คุ้นตาผมอย่างประหลาด
[ติ๊ง! ตรวจพบเป้าหมายระดับภัยคุกคามสูงสุด...]
[ชื่อ: ?? | ฉายา: "เงาแห่งความยุติธรรมที่บิดเบี้ยว"]
[คำเตือนจากระบบ: โฮสต์กำลังเผชิญหน้ากับ... "สถาปนิก" ผู้อยู่เบื้องหลังคดีฆาตกรรมต่อเนื่องทั้งหมดที่คุณกำลังตามหา!]
หัวใจของผมกระตุกวูบ รอยยิ้มบนใบหน้าของชายคนนั้นค่อยๆ ฉีกกว้างขึ้นผ่านดวงตา ก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นทำวันทูมาทางผม ช้าๆ และชัดเจน พร้อมกับเสียงกระซิบผ่านเครื่องขยายเสียงขนาดเล็กที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้อง
"ยินดีที่ได้พบกันอย่างเป็นทางการเสียที... สารวัตรศรา"
โปรดติดตามตอนต่อไป...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สืบคดีกับผู้หมวดหน้าหวานคนนี้ดีต่อใจ•ตอนที่ 15
ระบบอัปเกรด: เนตรวิเคราะห์อาชญากรขั้นสูง
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีกับผู้หมวดหน้าหวานคนนี้ดีต่อใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!