เสียงติ๊ด... ติ๊ด... ของชนวนระเบิดพกพาในมือชายชุดสูทสีดำดังแทรกเข้ามาในความเงียบงันราวกับเสียงเคาะประตูแห่งความตาย
ภายในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟจางๆ บรรยากาศกลับลดฮวบลงจนติดลบในเสี้ยววินาที ร่างในชุดสูทสนิทและสวมหน้ากAกอนามัยสีขาวก้าวเข้ามาหยุดนิ่งอยู่ตรงธรณีประตู ดวงตาหลังกรอบแว่นสายตากวาดมองสำรวจรอบห้องด้วยความเยือกเย็น ราวกับสัตวแพทย์กำลังประเมินสภาพเหยื่อบนเขียงผ่าตัด
"ยินดีที่ได้พบกันอย่างเป็นทางการเสียทีครับ... ผู้หมวดศรา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดผ่านหน้ากากอนามัยออกมาอย่างเรียบเฉย แต่มันกลับแฝงไปด้วยอำนาจคุกคามที่ทำให้เส้นขนบนต้นคอของคนฟังลุกชันขึ้นพร้อมเพรียงกัน
ศรายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ทำงาน รอยยิ้มสุภาพที่เป็นเอกลักษณ์ประดับอยู่บนใบหน้าหวานราวกับเด็กหนุ่มผู้แสนเป็นมิตร ทว่าดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นกลับไร้ซึ่งแววหวาดกลัว ตรงกันข้าม มันกำลังกวาดสายตาอย่างรวดเร็วเพื่อวิเคราะห์ทุกรายละเอียดทางจิตวิทยาและกายภาพของแขกผู้ไม่invited
"ไม่ทราบว่าคุณคือใครกันแน่ครับ ถึงได้เลือกใช้วิธีการทักทายที่ออกจะ... ร้อนแรงเกินไปหน่อยสำหรับห้องทำงานเล็กๆ ของผมแบบนี้" ศราเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ราวกับกำลังพูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศกับเพื่อนบ้าน ไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
ในขณะเดียวกัน มินตรา ที่ยืนพิงผนังอยู่มุมห้อง มือเรียวของเธอก็เลื่อนลงไปแตะด้ามปืนพกประจำกายใต้เสื้อสูทอย่างแนบเนียน ดวงตาคมกริบหรี่ลงครึ่งหนึ่ง สัญชาตญาณนักฆ่าและตำรวจมือฉมังเตือนภัยเธอดังลั่นว่า ชายตรงหน้าไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายธรรมดา แต่เป็นมืออาชีพที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน แรงกดดันรอบตัวที่แผ่ออกมาจากร่างนั้นหนาแน่นเสียจนอากาศในห้องแทบจะกลายเป็นของเหลว
"วิธีที่รุนแรงมักจำเป็นเสมอ เมื่อต้องเจรจากับผู้ที่ฉลาดเกินไปจนน่ารำคาญ" ชายชุดดำกล่าวพร้อมกับค่อยๆ เอื้อมมืออีกข้างปลดกระดุมสูทออกเผยให้เห็นเข็มกลัดรูปตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังที่ติดอยู่บนปกเสื้อด้านใน "ผมคือ ‘ธนาธิป’... และคุณก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่าผมมาที่นี่ทำไม"
ลูกชายอธิการบดีผู้ทรงอิทธิพลแห่งมหาวิทยาลัยชื่อดัง บุคคลระดับ V.I.P. ที่ตกเป็นเป้าหมายในแฟ้มคดีฆาตกรรมอำพรางที่ศรากำลังไล่ล่าอยู่!
ศราหรี่ตาลงเล็กน้อย ระบบการประเมินพฤติกรรมในหัวทำงานอย่างรวดเร็วราวกับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ การที่ธนาธิปกล้าเดินทางมาถึงสถานีตำรวจด้วยตัวเอง พร้อมกับชนวนระเบิดพกพา นั่นไม่ได้แปลว่าเขาบ้าบิ่น แต่มันแปลว่าเขามี 'อำนาจ' ที่มากพอจะมั่นใจว่า ไม่มีตำรวจหน้าไหนกล้าแตะต้องเขา แม้กระทั่งในเขตกักขังของเจ้าหน้าที่รัฐก็ตาม
"อ๋อ... คุณธนาธิป ลูกชายท่านอธิการบดีผู้เพียบพร้อม" ศราทวนชื่ออีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มบางๆ ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปรับท่าทางให้ผ่อนคลายแต่เปี่ยมด้วยความมั่นคง "ผมต้องขอโทษด้วยนะครับที่ห้องของผมอาจจะต้อนรับแขกวีไอพีได้ไม่สมเกียรติเท่าไหร่ แต่ถ้าเรื่องระเบิดในมือนั่น... ผมเกรงว่ามันจะผิดกฎหมายอาญามาตรา 221 และอาจทำให้คุณพลาดโอกาสไปงานเลี้ยงรับปริญญาของเพื่อนๆ นะครับ"
"หึ... ปริญญาหรือครับ?" ธนาธิปแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดูแคลน "สำหรับคนที่มีอำนาจเหนือกว่ากฎหมายอย่างพวกเรา กฎหมายก็เป็นแค่ตัวหนังสือบนกระดาษที่เอาไว้ใช้ควบคุมพวกชั้นต่ำเท่านั้น ผู้หมวด... คุณคิดจริงๆ หรือว่าหลักฐานที่คุณอุตส่าห์ไปคุ้ยเขี่ยมาจากกองขยะนั่น จะทำอะไรผมได้?"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะหยดเป็น
มินตราขยับตัวเล็กน้อย พร้อมที่จะพุ่งเข้าไปประชิดตัวทันทีหากนิ้วของชายตรงหน้าขยับเข้าใกล้ปุ่มกดชนวนระเบิดแม้แต่มิลลิเมตรเดียว แต่ศรากลับยกมือขึ้นข้างหนึ่งเป็นเชิงส่งสัญญาณห้ามปรามผู้ช่วยสาว
"หลักฐานบนกระดาษอาจจะถูกทำลายได้ครับคุณธนาธิป" ศราก้าวเท้าเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้าไปหาอีกฝ่ายทีละน้อย ระยะห่างลดลงเรื่อยๆ จนเหลือเพียงสองเมตร "แต่หลักฐานทางจิตวิทยา... รอยแผลเป็นในความทรงจำ และรูปแบบพฤติกรรมที่คุณทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุทุกครั้ง มันไม่เคยโกหกใครเลยนะครับ"
ฝ่าเท้าของศหยุดลงตรงหน้าธนาธิป ดวงตาหวานจ้องมองทะลุผ่านกรอบแว่นสายตาเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายโดยไม่กะพริบ การใช้เทคนิคประชิดตัวเพื่อกดดันทางจิตวิทยา (Proximity Pressure) เริ่มต้นขึ้น ศราวิเคราะห์จากอัตราการกะพริบตาและจังหวะการหายใจของธนาธิปแล้ว แม้ภายนอกจะนิ่งสงบ แต่กล้ามเนื้อบริเวณกรามของอีกฝ่ายกำลังเกร็งแน่น แสดงถึงความหงุดหงิดที่ถูกจี้จุดอ่อน
"คุณกำลังเล่นกับไฟ ผู้หมวดศรา" ธนาธิปขู่เสียงต่ำ นิ้วเรียวยาวเริ่มกดลงบนชนวนระเบิดเบาๆ จนเสียง 'ติ๊ด' ถี่กระชั้นขึ้น "ถ้าผมปล่อยมือนี้ ทุกคนในตึกนี้... รวมถึงตัวคุณกับผู้หญิงข้างหลัง จะกลายเป็นจุลในพริบตาเดียว"
"ผมเชื่อว่าคุณทำจริงครับ" ศรายิ้มรับอย่างใจเย็น ไม่มีความหวาดกลัวปรากฏบนใบหน้าเลยแม้แต่น้อย "แต่ผมก็เชื่อเหมือนกันว่า คนที่รักชีวิตและอนาคตที่โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างคุณ ไม่มีทางเอาชีวิตตัวเองมาทิ้งไว้ในสถานีตำรวจหรอกครับ... ระเบิดในมือนั่นเป็นของปลอม หรืออย่างน้อย มันก็เป็นแค่ชนวนสัญญาณเตือนภัยระยะไกลที่เชื่อมกับระบบข้างนอก... ผมพูดถูกไหมครับ?"
รอยยิ้มเยือกเย็นใต้หน้ากากอนามัยของธนาธิปชะงักงันไปชั่วเสี้ยววินาที ร่างกายที่เคยผ่อนคลายแข็งเกร็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด—การคาดเดาของศราแม่นยำราวนั่งทางไทม์แมชชีนมาดู!
ทว่า ก่อนที่ศจะได้ต้อนอีกฝ่ายให้จนมุมด้วยหลักฐานชิ้นต่อไป หน้าจอสมาร์ตโฟนบนโต๊ะทำงานของเขาก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังขึ้นในหัวของศราโดยตรง—ไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนปกติ แต่มันคือระบบภารกิจพิเศษที่ถูกกระตุ้นด้วยสถานการณ์วิกฤต!
*[ระบบปฏิบัติการโปรไฟล์เลอร์: ตรวจพบคลื่นสัญญาณรบกวนภายนอกโครงข่ายความปลอดภัย!]*
*[คำเตือนระดับ SSS: เป้าหมายมิได้มาเพียงลำพัง บุคคลปริศนาอีกสามรายได้ทำการเจาะระบบและปิดกั้นทางเข้า-ออกของสถานีตำรวจทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว]*
*[เงื่อนไขพิเศษถูกปลดล็อก: บอสลับแห่งองค์กรเงา 'ปฐพี' ได้ลืมตาตื่นและกำลังก้าวเข้าสู่พื้นที่เป้าหมายในอีก... 3... 2...]*
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ดังกระหน่ำขึ้นจากทางเดินด้านนอก ทะลุกำแพงและประตูเข้ามาอย่างพร้อมเพรียง พร้อมกับแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานที่กะพริบวาบไปทั่วทั้งตึก!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอมานะครับ!
สืบคดีกับผู้หมวดหน้าหวานคนนี้ดีต่อใจ•ตอนที่ 14
เผชิญหน้ากับลูกชายอธิการบดีผู้ทรงอิทธิพล
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีกับผู้หมวดหน้าหวานคนนี้ดีต่อใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!