แสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หลักในห้องปฏิบัติการลับกะพริบถี่เป็นจังหวะ รังสีความเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเกินกำลังผสมผสานกับกลิ่นออนโซนจางๆ จากฮาร์ดแวร์ที่ประมวลผลอย่างหนักหน่วง ทำให้บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ
บนหน้าจอแสดงภาพนิ่งจากกล้องวงจรปิดรอบอาคารเมื่อสאַครู่ ชายในชุดสูทสีดำสนิทคนนั้นไม่ได้ขยับเขยื้อนหนีไปไหน รอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปากของเขาผ่านเลนส์กล้อง ราวกับตอกย้ำว่าพวกเขากำลังเล่นเกมที่อีกฝ่ายถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู
"มันจงใจเปิดเผยตัวตน..." มินตราเอ่ยขึ้น เสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าดูลุ่มลึกและแฝงไว้ด้วยประกายความระแวดระวัง มือเรียวของเธอวางอยู่บนด้ามปืนพกประจำกายโดยสัญชาตญาณ ขณะที่สายตาคมกริบกวาดมองผ่านกระจกใสออกไปยังโถงทางเดินด้านนอกที่เงียบสงัด "การที่แฮกเข้าระบบความปลอดภัยแล้วทิ้งภาพนี้ไว้ ไม่ใช่แค่การประกาศสงคราม แต่มันคือการล่อ1ให้เราเดินเข้าสู่กับดักที่มันวางไว้ล่วงหน้า"
ผมพยักหน้ารับช้าๆ นิ้วมือยังคงเคาะลงบนโต๊ะทำงานเป็นจังหวะวิเคราะห์ การใช้หลักการจิตวิทยาอาชญากร (Criminal Profiling) บอกผมว่า พฤติกรรมแบบนี้สอดคล้องกับลักษณะของ 'Psychopathic Control Freak' คนประเภทนี้ไม่เพียงแต่ต้องการทำลายเป้าหมาย แต่ยังต้องการควบคุมทุกย่างก้าวและความรู้สึกหวาดกลัวของเหยื่อด้วย
"ถูกต้องครับมินตรา" ผมหันไปสบตาร่างโปร่งบางที่ยืนอยู่ข้างกาย แววตาของเธอในยามนี้แม้จะเข้มแข็งและผ่านศึกมาโชกโชน แต่ร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการไล่ล่าตลอดหลายวันที่ผ่านมาก็เป็นสิ่งที่เราต่างรู้ดีว่ามันหนักหนาเพียงใด "มันรู้ว่าเรากำลังแกะรอยมัน และมันก็รู้ว่าของชิ้นสำคัญที่อยู่ในเซฟของเรามีความหมายมากแค่ไหน แต่มันประเมินพลังของพวกเราต่ำไปหน่อย"
ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้าไปใกล้เธออีกนิด ระยะห่างระหว่างเราลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกาย มินตราเงยหน้าขึ้นมองผม ดวงตากลมโตคู่นั้นสะท้อนแสงไฟสีฟ้าจากจอคอมพิวเตอร์ ท่ามกลางความกดดันรอบด้าน บรรยากาศรอบตัวเรากลับค่อยๆ อ่อนโยนลงอย่างประหลาด
"ศรา..." เธอเอ่ยชื่อผมแผ่วเบา คล้ายจะลังเลแต่ก็ยอมปล่อยให้ความรู้สึกที่ซ่อนไว้ภายใต้มาดตำรวจมือปราบหลุดออกมา "นายก็รู้ว่าคดีนี้มันอันตรายเกินกว่าจะคาดเดา เบื้องหลังของชายชุดดำคนนั้น... อาจมีเครือข่ายระดับองค์กรที่ใหญ่กว่าที่เราคิด การที่นายเอาตัวเข้ามาพัวพันกับฉันแบบนี้ มัน..."
"มันทำให้ผมมีความสุขและมั่นใจในทุกย่างก้าวมากขึ้นครับ" ผมพูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า "มินตราจำวันที่เราเริ่มสืบคดีนี้ด้วยกันได้ไหมครับ ตอนนั้นผมคิดแค่ว่ามันเป็นงานชิ้นโตที่ท้าทายสมอง แต่พอได้มาร่วมฝ่าฟันอุปสรรคเคียงข้างกับคุณ... ผมถึงได้รู้ว่า การมีใครสักคนคอยระวังหลังให้ มันยอดเยี่ยมกว่าการยืนอยู่บนจุดสูงสุดคนเดียวมากแค่ไหน"
มินตรานิ่งงันไป ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เธอกัดริมฝีปากเบาๆ อย่างใช้ความคิด ความรู้สึกอึดอัดที่สะสมมานานราวกับถูกละลายด้วยความจริงใจที่ส่งผ่านทางแววตาของผม
"ฉันไม่อยากให้นายต้องมาเสี่ยงชีวิตเพราะเรื่องในอดีตของฉัน..." เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย น้ำเสียงสั่นเครืออย่างหาได้ยากยิ่งจากผู้กองสาวผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร
ผมยื่นมือออกไปอย่างระมัดระวัง นิ้วเรียวแตะลงบนไหล่บางของเธอเบาๆ ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาประคองกรอบหน้าหวานให้เงยขึ้นสบตาผมอีกครั้ง ความอบอุ่นจากฝ่ามือของผมดูเหมือนจะช่วยบรรเทาความเหน็บหนาวในใจของเธอได้เป็นอย่างดี
"ฟังผมให้ดีนะครับมินตรา" ผมเน้นย้ำทีละคำด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงจังและจริงใจ "นับตั้งแต่วินาทีที่เราตัดสินใจก้าวเข้ามาในห้องสอบสวนเพื่อไขปริศนาคดีแรกด้วยกัน ชะตากรรมของผมก็ผูกติดอยู่กับคุณแล้วครับ ไม่ว่าข้างหน้าจะมีอุปสรรคที่น่ากลัวแค่ไหน หรือชายในชุดสูทสีดำคนนั้นจะซ่อนแผนการร้ายกาจอะไรไว้ ผมขอให้คุณจำไว้เสมอ..."
ผมหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย เพื่อให้สายตาของเราสื่อสารความหมายที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าคำพูดใดๆ
"...ว่าผม 'ศรา' คนนี้ จะไม่มีวันปล่อยให้คุณต้องเผชิญหน้ากับความมืดมนนี้เพียงลำพังเด็ดขาดครับ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ จนกว่าเราจะกระชากหน้ากากของพวกมันออกมาได้ทั้งหมด"
คำสัญญาที่เอ่ยออกมาด้วยความสัตย์จริงท่ามกลางความเงียบงันของห้องปฏิบัติการ ทำให้มินตราถึงกับนิ่งค้างไป หยาดน้ำใสๆ คลอหน่วยขึ้นที่ดวงตากลมโต แต่เธอก็ฝืนยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่งดงามและจริงใจที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาตลอดการทำงานร่วมกัน
"นายเนี่ยนะ..." เธอบ่นอุบด้วยน้ำเสียงที่เจือด้วยความซาบซึ้ง ก่อนจะใช้มือเรียวปาดน้ำตาที่มุมตาออกลวกๆ "ชอบพูดจาให้คนอื่นใจอ่อนอยู่เรื่อย... ขอบคุณนะศรา ขอบคุณที่เชื่อใจฉัน"
"ด้วยความยินดีครับผู้กอง" ผมยิ้มกว้างขึ้น บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วหัวใจของคนทั้งคู่
ทว่า ช่วงเวลาแห่งความซาบซึ้งนั้นกินเวลาได้ไม่นานนัก...
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!*
เสียงแจ้งเตือนระบบรักษาความปลอดภัยดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักที่เคยแสดงภาพชายในชุดสูทสีดำ กลับเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานพร้อมกับข้อความรหัสลับที่วิ่งผ่านหน้าจอด้วยความเร็วสูง ระบบป้องกันทั้งหมดถูกเจาะทะลวงในพริบตา และก่อนที่เราจะทันได้ตั้งตัว ประตูเหล็กกล้าทางเข้าห้องปฏิบัติการก็ส่งเสียง "คลิก" ล็อกแน่นสนิทจากภายนอก พร้อมกับไฟฉุกเฉินสีแดงที่สาดส่องสลับกันไปมาในความมืด!
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสبيว์กำลังก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูห้อง และเสียงเคาะกระจกเบาๆ สามครั้งก็ดังขึ้น... ตามมาด้วยเสียงหัวเราะทุ้มต่ำผ่านระบบอินเตอร์คอมที่ดังสะท้อนก้องกังวาน
"ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบสุดท้ายครับสารวัตร... และผู้กอง"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กันมาโดยตลอดนะครับ โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
สืบคดีกับผู้หมวดหน้าหวานคนนี้ดีต่อใจ•ตอนที่ 26
คำสัญญาใต้แสงดาว
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีกับผู้หมวดหน้าหวานคนนี้ดีต่อใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!