สืบคดีกับผู้หมวดหน้าหวานคนนี้ดีต่อใจ•ตอนที่ 23

พันธมิตรหรือศัตรูในคราบผู้กอง

ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
"คุณเคยได้ยินไหมครับหมวด... ว่าคนหน้าเหมือนกัน มักจะมีโชคชะตาที่สวนทางกันเสมอ" น้ำเสียงนั้นนิ่งเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยแรงสั่นสะเทือนบางอย่างที่ทำให้ผมต้องขยับตัวถอยหลังหนึ่งก้าวตามสัญชาตญาณ ร่างสูงโปร่งในชุดเครื่องแบบสีเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีตยืนเด่นอยู่หน้าประตูสถานีตำรวจภูธรบ้านเกิด แสงไฟนีออนสลัวๆ ของโถงทางเดินสะท้อนลงบนใบหน้าของเขา—ใบหน้าที่เหมือนกับผมราวกับส่องกระจก ทั้งดวงตา จมูก และรอยยิ้มมุมปากที่ดูเย่อหยิ่งทว่าแฝงไว้ด้วยปริศนา "สารวัตรอัครเดช... จากส่วนกลาง" ผมอ่านป้ายชื่อบนอกของเขาด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามซ่อนความโกลาหลภายในใจเอาไว้ภายใต้หน้ากากของรอยยิ้มที่เป็นมิตรแบบฉบับตำรวจมืออาชีพ "ไม่นึกว่าหน่วยงานระดับบนจะส่งคนที่มี 'อิทธิพล' ต่อความรู้สึกของผมขนาดนี้มาช่วยงานนะครับ" อัครเดชเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขาก้าวเข้ามาใกล้จนผมสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่มีความเย็นเยียบเหมือนกลิ่นสนในฤดูหนาว "อย่ามองผมเป็นศัตรูเลยครับศรา งานของพวกเราคือการปิดเคสนี้ ผมได้รับคำสั่งโดยตรงให้มา 'กำกับ' ดูแลการสืบสวนที่ดูเหมือนจะเดินไปผิดทิศผิดทางของคุณ" "ผิดทิศผิดทางงั้นหรือครับ" มินตราที่ยืนอยู่ข้างกายผมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบได้ ก้าวออกมาขวางระหว่างผมกับสารวัตรหนุ่ม เธอกอดอก ดวงตาคู่คมจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่พร้อมจะฉีกกระชากหน้ากากของเขาออกมาได้ทุกเมื่อ "สารวัตรเพิ่งมาถึงยังไม่ถึงสิบนาที แต่กลับตัดสินงานของพวกเราที่ทำมากว่าหนึ่งเดือนแล้วหรือครับ? ข้อมูลที่อยู่ในมือคุณมันมีอะไรที่พวกเราไม่มี... หรือว่าคุณแค่กลัวความจริงที่กำลังจะถูกเปิดเผยกันแน่" อัครเดชไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองแม้แต่น้อย เขากลับหัวเราะเบาๆ ในลำคอ สายตาสับเปลี่ยนจากการจ้องหน้าผม ไปหาหญิงสาวข้างกายอย่างพิจารณา "ร้อยตำรวจโทมินตรา... ประวัติของคุณน่าสนใจมากครับ แต่ก็น่าเสียดายที่ประวัติเหล่านั้นถูก 'จัดทำ' ขึ้นมาอย่างลวกๆ ในฐานข้อมูลของสตช. คุณเองก็รู้ดีว่าการซ่อนอดีตไว้ในเงาไม่ใช่เรื่องถาวรหรอก" หัวใจของผมกระตุกวูบ มินตราแข็งทื่อไปชั่วขณะ เธอเป็นคนสุขุมและเยือกเย็นเสมอ แต่คำพูดที่จี้จุดตายของอัครเดชทำให้บรรยากาศรอบตัวเริ่มหนักอึ้งราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมด "อย่าล้ำเส้นไปมากกว่านี้ครับสารวัตร" ผมกดเสียงต่ำลง พยายามคุมสติให้มั่นคงที่สุดในฐานะโพรไฟล์เลอร์ การอ่านท่าทางของอีกฝ่ายตอนนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้ ร่างกายของเขานิ่งสนิท ราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมมาอย่างดี "ถ้าคุณมาเพื่อช่วย เราก็ยินดีต้อนรับ แต่ถ้าคุณมาเพื่อเป็น 'ตัวถ่วง' ในคดีที่พวกเรากำลังไล่ล่าฆาตกรต่อเนื่องรายนี้อยู่... ผมก็พร้อมที่จะรายงานพฤติกรรมของคุณต่อผู้บังคับบัญชาตามระเบียบเช่นกัน" อัครเดชไม่ตอบ แต่เขากลับยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูเก่าคร่ำคร่ามาให้ผม มือของเขาไม่สั่นแม้แต่น้อย "ในนี้มีรายชื่อเหยื่อคนถัดไป... และผมไม่ได้เดาด้วยทักษะจิตวิทยาแบบที่คุณชอบใช้หรอกนะศรา ผมใช้ 'ความจริง' ที่คุณยังไม่ได้รับอนุญาตให้เห็น" เขากระซิบข้างหูผมก่อนจะเดินผ่านไป แผ่นหลังของเขาทิ้งความรู้สึกบางอย่างไว้—ความรู้สึกที่ว่า ผมไม่ได้กำลังสู้กับอาชญากรเพียงลำพัง แต่กำลังสู้กับกระจกเงาที่สะท้อนด้านมืดของตัวเองออกมา ผมแกะซองออกด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ภายในบรรจุภาพถ่ายที่คุ้นตา มันคือภาพสถานที่เกิดเหตุที่ผมเพิ่งวิเคราะห์ไปเมื่อคืน แต่ในภาพกลับมี 'สัญลักษณ์' บางอย่างที่ผมมองไม่เห็น มันคือรอยเลือดที่ถูกเขียนเป็นรหัสบางอย่างที่สอดประสานกับโครงสร้างระบบเครือข่ายของฐานข้อมูลตำรวจที่ผมกำลังเข้าถึงไม่ได้ *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยดังขึ้นในหัว ไม่ใช่เสียงของสมาร์ทโฟน แต่เป็นเสียงจากระบบฐานข้อมูลลับที่มินตราเคยติดตั้งไว้ในจิตใต้สำนึกของผม [แจ้งเตือนระดับ SSS: ตรวจพบการแทรกแซงจากบุคคลภายนอกที่ไม่ระบุตัวตนในเครือข่ายแม่ข่าย] [เงื่อนไขภารกิจ: สารวัตรอัครเดชไม่ใช่คน เขาคือ 'ผลผลิต' ของโครงการโปรเจกต์ 'ไซเฟอร์' (Cipher Project)] [สถานะ: อันตรายสูงสุด – ระดับการคุกคาม: สูงเกินกว่าขีดจำกัด] ผมหันกลับไปหาอัครเดชที่ยืนห่างออกไป เขากำลังยืนอยู่ใต้แสงไฟที่กระพริบติดๆ ดับๆ ใบหน้าที่เหมือนผมคนนั้นหันกลับมามอง พร้อมกับดวงตาที่เปลี่ยนสีไปชั่วขณะ—มันไม่ใช่ดวงตามนุษย์ แต่มันคือจอรับภาพดิจิทัลที่กำลังโฟกัสมาที่ผม "ยินดีด้วยครับศรา" เขายิ้มกว้าง รอยยิ้มที่ทำให้ผมรู้ตัวว่าคดีนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของการสืบสวนหาฆาตกร แต่มันคือการไขปริศนาตัวตนของผมเอง "คุณผ่านบททดสอบขั้นที่หนึ่งแล้ว... ถึงเวลาเข้าสู่ 'ของจริง' กันเสียที" ทันใดนั้น หน้าต่างระบบสีแดงฉานก็เด้งขึ้นมาตรงหน้าบดบังทัศนวิสัยทั้งหมดของผม [คำเตือน: โปรโตคอลการทำลายตัวเองถูกสั่งการโดย 'สารวัตรอัครเดช' ภายใน 300 วินาที สถานีนี้จะถูกลบออกจากแผนที่ทั้งหมด... และคุณคือเป้าหมายหลัก] ผมมองไปที่มินตรา เธอชักปืนออกมาอย่างรวดเร็ว แววตาของเธอดุดันกว่าครั้งไหนๆ "ศรา... ถอยไป! เขาไม่ใช่คน เขาคืออาวุธที่มีชีวิต!" ความเงียบงันเข้ามาแทนที่เสียงรอบข้าง ผมรู้ดีว่านี่คือจุดแตกหัก... และทางรอดเดียวคือต้องยอมเสี่ยงใช้ทักษะ 'อ่านพฤติกรรมสะท้อนกลับ' ที่ผมไม่เคยกล้าใช้มาก่อน ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางที่แสนระทึกครั้งนี้ไปพร้อมกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีกับผู้หมวดหน้าหวานคนนี้ดีต่อใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%