สืบคดีกับผู้หมวดหน้าหวานคนนี้ดีต่อใจ•ตอนที่ 8

คำสารภาพในห้องสอบสวน

ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะโลหะสะท้อนก้องในห้องสอบสวนแคบๆ ที่มีเพียงหลอดไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ เป็นเพื่อน บรรยากาศอึมครึมและกลิ่นอับของความตึงเครียดลอยอบอวลจนแทบหายใจไม่ออก ทว่า ร.ต.อ.ศรา กลับส่งยิ้มบางๆ ที่ดูสุภาพและเป็นมิตรเสียจนน่าหมั่นไส้ให้แก่ชายวัยกลางคนฝั่งตรงข้าม "คุณกำลังทำให้ผมเสียเวลาอันมีค่าในการจิบกาแฟนะฃครับ, คุณธนา" ศราเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแววตากลับคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดที่พร้อมจะกรีดลึกเข้าไปในจิตใต้สำนึกของผู้ต้องสงสัย ธนา สั่นเทาเล็กน้อยแต่พยายามตีสีหน้าแข็งกร้าว กอดอกแน่นเพื่อสร้างกำแพงป้องกันตัว "ผมไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น! พวกคุณไม่มีสิทธิ์มาปรักปรำผมจากแค่ข้อสันนิษฐานบ้าๆ ของคุณนะ!" ธนาตอกกลับเสียงแข็ง แต่ศราสังเกตเห็นเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายขึ้นตามไรผมอย่างชัดเจน ที่อีกด้านหนึ่งของกระจกเงาทางเดียว ร.ต.ท.หญิง มินตรา ยืนกอดอกพิงผนังด้วยท่าทางทะมัดทะแมง ดวงตาคู่คมจดจ้องภาพตรงหน้าไม่กะพริบ มุมปากของเงามืดปรากฏรอยยิ้มชื่นชมจางๆ เธอกำลังประเมินสถานการณ์อย่างละเอียดตามโครงสร้างการวิเคราะห์พฤติกรรมที่เธอกับศราฝึกฝนร่วมกันมานาน ทักษะการอ่านภาษากายและการควบคุมจังหวะเวลาของศราในตอนนี้อยู่ในระดับที่ไร้ที่ติ ไม่มีช่องโหว่ให้ผู้ต้องสงสัยได้ตั้งตัวเลยแม้แต่น้อย ศราไม่โต้เถียง เขาเพียงแค่ขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้โต๊ะอีกนิดโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อลดระยะห่างทางจิตวิทยา "ข้อสันนิษฐานงั้นเหรอครับ? น่าสนใจดีนี่นา..." ศราหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะหยิบรูปถ่ายที่เกิดเหตุขึ้นมาวางเรียงรายบนโต๊ะทีละใบอย่างใจเย็น "มนุษย์เรามักจะคิดว่าคำโกหกที่ซับซ้อนที่สุดคือเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุด แต่รู้ไหมครับว่า... ยิ่งคุณพยายามสร้างเรื่องโกหกมากเท่าไหร่ ร่างกายของคุณก็ยิ่งทรยศคุณมากเท่านั้น" ศราใช้นิ้วเคาะเบาๆ ลงบนภาพถ่ายใบล่าสุด ซึ่งเป็นภาพรอยนิ้วมือแฝงและตำแหน่งของวัตถุพยานในห้องพักของผู้ตาย "มือขวาของคุณที่กำแน่นจนข้อนนิ้วซีดขาว... อัตราการกะพริบตาที่เพิ่มขึ้นจากสิบครั้งต่อนาทีกลายเป็นสามสิบครั้ง... และที่สำคัญที่สุด..." ศราจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของธนา "มุมปากด้านขวาของคุณกระตุกทุกครั้งที่ผมพูดถึง 'เวลาสองนาที' ก่อนที่เหยื่อจะเสียชีวิต" ร่างของธนากระตุกวูบอย่างเห็นได้ชัด กำแพงที่เขาสร้างขึ้นเริ่มมีรอยร้าวลึก "คุณรู้ได้อย่างไร..." ธนาพึมพำออกมาเสียงสั่น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวราวกับมองเห็นปีศาจที่ล่วงรู้ความลับดำมืดที่สุดในใจ "เพราะผมเป็นโปรไฟล์เลอร์ยังไงล่ะครับ" ศรายิ้มกว้างขึ้นอีกนิด รอยยิ้มที่ดูใจดีในสายตาคนทั่วไป แต่ในสายตาของธเวลานี้มันคือรอยยิ้มของมัจจุราช "และตอนนี้... เวลาของคุณหมดลงแล้วครับ เล่าความจริงให้ผมฟังเถอะ ก่อนที่ความอดทนของผมจะหมดลงเสียก่อน" ธนาสูดหายใจเข้าลึกๆ หน้าอกกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง ดวงตาหลุบต่ำลงมองโต๊ะโลหะ ร่างกายที่เคยเกร็งขึงค่อยๆ อ่อนยวบลงราวกับลมที่รั่วออกจากลูกโป่ง เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากริมฝีปากสั่นระริกก่อนจะเปล่งเสียงแหบพร่าออกมา "ก็ได้... ผมจะพูด... ผมจะพูดทุกอย่าง..." ในห้องสังเกตการณ์ มินตราพยักหน้ารับเบาๆ ให้กับความสำเร็จขั้นแรก ก่อนที่เธอจะก้มลงมองสมาร์ทโฟนในมือที่สั่นเตือนเบาๆ หน้าจอแสดงผลข้อความแจ้งเตือนจากระบบเครือข่ายลับที่เธอและศรากำลังเฝ้าระวังอยู่ *[ระบบตรวจพบสัญญาณชีพจรปริศนาในรัศมี 50 เมตรจากสถานีตำรวจ... ยืนยันตัวตนเป้าหมาย: บุคคลระดับ SSS ที่หายสาบสูญไปเมื่อสามปีก่อน]* เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งกำลังก้าวเดินตรงมายังห้องสอบสวนแห่งนี้ ช้าๆ ทว่าทรงพลังจนสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากพื้นปูน และก่อนที่ศราจะได้ทันฟังคำสารภาพทั้งหมด ประตูห้องสอบสวนก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง ร่างของชายปริศนาในชุดโค้ทสีดำสนิทก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้ลมหายใจของทุกคนในห้องต้องสะดุดกุนิด ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีกับผู้หมวดหน้าหวานคนนี้ดีต่อใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%