"ถอยไป... ผู้หมวดศรา"
น้ำเสียงนั้นไม่ได้ดังกระโชกโฮกฮาก แต่ทว่ากลับทรงพลังและเยือกเย็นเสียจนอุณหภูมิในห้องสอบสวนลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ร่างในชุดโค้ทสีดำสนิทก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาอย่างมั่นคง รองเท้าหนังขัดมันกระทบกับพื้นปูนซีเมนต์เกิดเป็นเสียงก้องกังวานที่สั่นสะเทือนไปถึงโสตประสาท
ศราหรี่ตาลงเล็กน้อย สัญชาตญาณโปรไฟล์เลอร์ในตัวทำงานทันที ร่างกายของชายคนนี้ยืดตรงแต่ทว่าไหล่ผ่อนคลาย มือขวาสอดไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ทในมุมทำองศาที่พร้อมจะชักอาวุธลับออกมาได้ภายในเสี้ยววินาที และที่สำคัญที่สุด... กลิ่นจางๆ ของสนิมเหล็กและดินปืนที่โชยมาแตะจมูก แม้จะถูกกลบด้วยน้ำหอมราคาแพง แต่มันก็หลบซ่อนประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของเขาไปไม่ได้
"ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ท่านสารวัตรใหญ่แห่งกองปราบปรามพิเศษ ยังมีเวลาว่างมาเยี่ยมเยียนห้องสอบสวนระดับล่างด้วยตัวเองเชียวหรือครับ" ศระเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงสุภาพ รอยยิ้มบางเบายังคงประดับอยู่บนใบหน้าหวาน หากแต่แววตานั้นกลับว่างเปล่าและเต็มไปด้วยการประเมินสถานการณ์
ชายในชุดโค้ทสีดำแย้มยิ้ม มุมปากหยักลึกขึ้นอย่างมีความหมาย ดวงตาคมกริบกวาดมองเอกสารบนโต๊ะสลับกับร่างของมินตราที่ยืนคุมเชิงอยู่ไม่ห่าง "คดีใหญ่ระดับนี้... ปล่อยให้เด็กๆ เล่นสนุกกันตามลำพัง เกรงว่าหลักฐานชิ้นสำคัญอาจจะหายไปจากห้องสอบสวนเสียก่อนนะครับ ผู้หมวดศรา"
บรรยากาศตึงเครียดเข้าปกคลุมชั่วขณะ ไม่มีใครขยับเขยื้อน จนกระทั่งมินตราก้าวเท้าขนาบข้างศราอย่างแนบเนียน มือเรียวซ้ายทาบอยู่ใกล้ซองปืนพกข้างเอวอย่างเป็นธรรมชาติ ท่าทีของเธอนิ่งสงบแต่ดุดันราวกับเสือดาวที่พร้อมตะครุบเหยื่อ เคมีอันเข้าขาของทั้งคู่ทำให้ผู้มาเยือนใหม่ต้องเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ
ในที่สุด หลังจากความเงียบงั้นยืดเยื้ออยู่หลายวินาที ศราก็หัวساเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะผายมือเชิญด้วยท่าทีเป็นกันเองราวกับไม่ได้เผชิญหน้ากับบุคคลอันตราย "ถ้าเช่นนั้น... เชิญนั่งรับฟังความคืบหน้าด้วยกันก่อนสิครับ ท่านสารวัตรใหญ่ บางทีเราอาจจะได้ข้อสรุปที่น่าสนใจกว่าการมายืนจ้องหน้ากันเฉยๆ"
---
ผ่านไปเกือบสองชั่วโมงเต็ม ความวุ่นวายของการเผชิญหน้าในห้องสอบสวนก็คลี่คลายลงด้วยเอกสารทางราชการและอำนาจมืดระดับสูงที่ทำให้การสอบปากคำต้องถูกพับเก็บไว้ชั่วคราว ชายในชุดโค้ทสีดำเดินจากไปพร้อมกับรอยยิ้มปริศนา ทิ้งไว้เพียงความกดดันที่ยังคงลอยเคว้งอยู่ในอากาศ
เวลาล่วงเลยมาจนถึงตีสองกว่า
ณ ห้องทำงานส่วนรวมของกองปราบปราม แสงไฟนีออนสีขาวนวลส่องกระทบกับกองแฟ้มคดีที่วางระเกะระระกะ เสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ส่งเสียงครางหึ่งๆ แข่งกับเสียงพัดลมระบายอากาศ ศราทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หมุนหนังเทียมที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด มือเรียวขยี้ผมสีดำสนิทของตัวเองเบาๆ อย่างอ่อนล้า
คดีนี้ซับซ้อนกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้มาก มันไม่ใช่แค่ฆาตกรรมอำพรางธรรมดา แต่มีโครงข่ายของอำนาจรัฐและจิตวิทยาเชิงลึกเข้ามาเกี่ยวข้องราวกับใยแมงมุม
"ถ้ายังขืนขมวดคิ้วแน่นแบบนั้น ระวังรอยตีนกาจะถามหาตั้งแต่ยังไม่สามสิบนะครับ ผู้หมวดหน้าหวาน"
เสียงใสๆ ที่เจือด้วยความเหนื่อยล้าดังขึ้น พร้อมกับถ้วยกระดาษสองใบที่ถูกวางลงบนโต๊ะทำงานตรงหน้า ควันสีขาวกรุ่นลอยขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมยวนใจของเครื่องเทศและน้ำซุปเข้มข้น มินตราในชุดไปรเวทเสื้อฮู้ดสีเทาตัวโคร่งกับกางเกงยอร์ชสบายๆ ยืนถือตะเกียบพลาสติกมองเขาด้วยรอยยิ้มบางๆ
ศราเงยหน้าขึ้นมองสหายร่วมรบที่ผ่านสมรภูมิและคดีโหดร้ายมาด้วยกัน รอยยิ้มละมุนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาอย่างผ่อนคลาย "นึกว่าคุณจะชิ่งกลับคอนโดไปนอนก่อนแล้วเสียอีกครับ ผู้หมวดมินตรา"
"ทิ้งผู้กองสติเฟื่องให้นั่งเครียดอยู่คนเดียว เกิดคุณคิดวิเคราะห์อะไรเพี้ยนๆ ออกมาแล้วไม่มีคนเบรก คดีคงพังพอดี" มินตราว่าพลางดึงเก้าอี้มานั่งลงฝั่งตรงข้าม เธอเปิดฝาถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสหมูสับต้มยำ ควันร้อนๆ พวยพุ่งออกมาพร้อมกลิ่นหอมที่กระตุ้นความหิวในกระเพาะที่ว่างเปล่ามาทั้งวันของศราให้ออกเสียงประท้วง
"ฮ่าๆ นั่นสินะครับ มื้อดึกปลอบใจยามวิกาล... ดูท่าทางเราสองคนจะไม่ได้กินอะไรดีๆ แบบนี้มาตั้งแต่คดีโกดังร้างเมื่อเดือนก่อนแล้วมั้งครับ" ศราหัวเราะร่วน บรรยากาศตึงเครียดก่อนหน้านี้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นเรียบง่ายของมิตรภาพที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางกองซากคดี
ทั้งคู่ลงมือจัดการบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในถ้วยกระดาษอย่างเอร็ดอร่อย เสียงสูดเส้นบะหมี่ดังแข่งกับเสียงพัดลมเพดาน รสชาติเผ็ดร้อนและเปรี้ยวนิดๆ ของต้มยำช่วยปลุกเร้าประสาทสัมผัสที่อิดโรยให้กลับมาตื่นตัวอีกครั้ง ในโลกของการสืบสวนที่เต็มไปด้วยความมืดมน การหักเหลี่ยมเฉือนคม และกลิ่นคาวเลือด ช่วงเวลาเช่นนี้คือพื้นที่พัก A/C (Air-conditioned/Safe zone) อันหายากยิ่ง
"พูดก็พูดเถอะครับมินตรา..." ศราเอ่ยขึ้นระหว่างเคี้ยวเส้นบะหมี่อย่างช้าๆ ดวงตาคู่สวยมองลอดผ่านไอน้ำร้อนๆ ไปยังหญิงสาวตรงหน้า "ผู้ชายคนนั้น... สารวัตรใหญ่กรณ์ ที่เพิ่งโผล่เข้ามาในห้องสอบสวนเมื่อหัวค่ำ คุณคิดว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับเบื้องหลังของคดีนี้มากแค่ไหน"
มินตราหยุดมือที่กำลังคีบลูกชิ้น เธอกลืนอาหารลงคออย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าสบตากับศรา แววตาของเธอลึกล้ำและเต็มไปด้วยความระแวดระวังที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีสบายๆ "มากกว่าที่คุณคิดแน่นอนค่ะ... วิธีการก้าวเดิน การวางมือ และแรงกดดันทางจิตวิทยาที่เขาสองคนแผ่ออกมา มันเป็นรูปแบบเดียวกับหลักสูตรปฏิบัติการลับของหน่วยข่าวกรองทหารสมัยก่อน"
เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้โต๊ะกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "และที่สำคัญ... รอยสักรูปงูกินหางที่โผล่พ้นปกเสื้อโค้ตด้านขวาของเขาตอนที่เขาเอื้อมมือไปหยิบแฟ้ม... มันเป็นสัญลักษณ์เดียวกับรอยสักในแฟ้มคดีฆาตกรรมปริศนาเมื่อห้าปี
ก่อนที่ฉันเคยเจอในแฟ้มลับของกรม"
ศรานิ่งงอคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย สมองเริ่มประมวลผลข้อมูลใหม่ที่เชื่อมโยงเข้ากับระบบฐานข้อมูลในหัวอย่างรวดเร็ว โครงสร้างคดีนี้แน่นหนาขึ้น มีเหตุมีผลรองรับ และเริ่มมองเห็นภาพเงาของบอสใหญ่ที่ชักใยอยู่เบื้องหลังอย่างเลือนราง
"งูกินหาง..." ศราพึมพำเบาๆ "วัฏจักรที่ไม่มีวันสิ้นสุด การเริ่มต้นใหม่บนซากศพของเหยื่อรายก่อนหน้า... ช่างเป็นแนวคิดของพวกจิตวิปริตที่มีการศึกษาเสียจริง"
"เพราะฉะนั้น... นับจากคืนนี้เป็นต้นไป เกมที่เรากำลังเล่นอยู่ ไม่ใช่แค่การตามล่าฆาตกรโรคจิตธรรมดาอีกต่อไปแล้วล่ะค่ะผู้กอง" มินตราวางตะเกียบลง สีหน้าจริงจังขึ้นมาทันที "พวกเรากำลังเหยียบย่างเข้าไปในรังของพวกมันจริงๆ แล้ว"
ศรามองหน้าเพื่อนร่วมงานสาวผู้ลึกลับ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง ไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงประกายความท้าทายในดวงตาคู่สวย เขายกถ้วยกาแฟกระป๋องขึ้นชนกับถ้วยบะหมี่ของเธอเบาๆ เป็นเชิงสัญลักษณ์ของการร่วมหัวจมท้าย
"ถ้าอย่างนั้น... ก็คงต้องฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ สหายร่วมรบ"
"เช่นกันค่ะ ผู้กองหน้าหวาน..."
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนระบบภารกิจพิเศษดังขึ้นอย่างกะทันหัน ขัดจังหวะบรรยากาศอันอบอุ่นในห้องทำงานยามวิกาล ศราก้มมองหน้าจอสมาร์ทโฟนบนโต๊ะที่สว่างวาบขึ้นมาท่ามกลางความมืดของห้องทำงาน
หน้าจอปรากฏข้อความตัวอักษรสีแดงฉานจากระบบวิเคราะห์พฤติกรรมอัจฉริยะที่เขาพัฒนาขึ้นเอง ซึ่งไม่เคยเชื่อมต่อกับเครือข่ายภายนอกมาก่อน:
[ตรวจพบสัญญาณการเข้าถึงระบบจาก IP 127.0.0.1 (ภายในห้องนี้)]
[คำเตือนระดับ SSS: เป้าหมายที่คุณกำลังตามหา... ยืนอยู่หลังประตูห้องทำงานของคุณในขณะนี้]
ศราและมินตราสบตากันทันที ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปตามสันหลัง เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดจากทางเดินด้านนอกกำลังหยุดลงตรงหน้าประตูห้องทำงานพอดี...
โปรดติดตามตอนต่อไปครับ
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมไขคดีไปพร้อมกันนะครับ!
สืบคดีกับผู้หมวดหน้าหวานคนนี้ดีต่อใจ•ตอนที่ 9
ค่ำคืนแห่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและมิตรภาพ
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีกับผู้หมวดหน้าหวานคนนี้ดีต่อใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!