"หมากตานี้ นายเดินช้าไปสามวินาทีนะศรา..."
เสียงทุ้มต่ำที่เจือแววเย้ยหยันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงั้นของห้องควบคุมใต้ดิน แสงไฟนีออนสีขาวสลัวสะท้อนบนพื้นผิวโลหะเย็นเฉียบ กลิ่นอับชื้นของสนิมและดินปืนผสมปนเปกันจนแทบหายใจไม่ออก ทว่า ร.ต.อ. ศรา กลับไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย หนุ่มหน้าหวานผู้ขึ้นชื่อเรื่องการวิเคราะห์พฤติกรรมอาชญากรค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกช้า ๆ ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อคำนวณความเป็นไปได้ทั้งหมดภายในเสี้ยววินาที
ตรงหน้าของเขาคือ 'ดร. ภาคภูมิ' จิตแพทย์ชื่อดังและอาชญากรเงาผู้บงการคดีทั้งหมดมาตั้งแต่ต้น ชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี๊ยบกริบกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพง เบื้องหลังคือหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดยักษ์ที่แสดงโค้ดระเบิดเวลาและสถานะของเหยื่อหลายชีวิตที่กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย
ศราไม่ได้ตอบคำถามในทันที เขากวาดสายตามองรายละเอียดรอบตัวอย่างละเอียดรอบคอบ—รอยขีดข่วนบนพื้นคอนกรีต มุมองศาของกล้องวงจรปิดที่ถูกปรับเปลี่ยน และหยดเหงื่อที่ซึมอยู่ข้างขมับของอีกฝ่าย ทุกอย่างถูกประมวลผลผ่านสมองเพชรของเขาอย่างรวดเร็ว โครงสร้างเหตุและผลของแผนการนี้ไม่ได้ไร้รอยต่ออย่างที่ภาคภูมิมั่นใจ
"สามวินาทีที่ว่า... คุณใช้มันไปกับการคำนวณความน่าจะเป็นที่จะรอดชีวิต หรือใช้มันเพื่อกลบเกลื่อนความกลัวว่าแผนทั้งหมดกำลังจะพังไม่เป็นท่ากันแน่ครับ ดร. ภาคภูมิ"
ศรายิ้มรับ รอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งมักจะทำให้คนร้ายสูญเสียความมั่นใจเสมอ เขาก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกหนึ่งก้าวอย่างไม่เกรงกลัว
ภาคภูมิหุบยิ้มลงเล็กน้อย ดวงตาหลังกรอบแว่นคมกริบไหววูบไปครู่หนึ่ง แต่นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับนักโปรไฟล์เลอร์มือฉมังอย่างศราที่จะจับพิรุธได้
"ปากกล้าดีนี่... แต่เด็กน้อยเอ๋ย นายคิดว่านายคุมเกมอยู่หรือไง?" ภาคภูมิหัวเราะในลำคอ นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะ "ระบบระเบิดถูกเชื่อมโยงกับชีพจรของตัวประกัน หากฉันตาย หรือหากนายตัดสายไฟผิดเส้นเดียว ทุกอย่างจะพินาศ"
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าเบาหวิวแต่หนักแน่นราวกับเงาก็พุ่งวาบมาจากมุมมืดของห้อง ร.ต.ท.หญิง มินตรา สหายร่วมรบและอาจารย์สาวลึกลับผู้มีอดีตอันดำมืด พุ่งทะยานเข้าประชิดตัวสมุนมือขวาของภาคภูมิที่ซุ่มอยู่ด้านหลังอย่างเงียบเชียบ เสียงข้อต่อกระดูกลั่นกรอบพร้อมกับร่างของสมุนที่ล้มพับลงหมดสติไปในพริบตา แสดงให้เห็นถึงทักษะการต่อสู้ที่แพรวพราวและเด็ดขาด
"ทางนี้เรียบร้อย ศรา นายจัดการตัวการใหญ่ได้เลย" มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแววตากลับระวังภัยรอบด้าน เธอยืนคุมเชิงให้อย่างรู้ใจ เคมีระหว่างเธอกับศราในการปฏิบัติภารกิจร่วมกันนั้นไร้ที่ติเสมอ
"ยอดเยี่ยมครับมินตรา..." ศราส่งยิ้มให้สหายสาว ก่อนจะเบนสายตากลับมาสบตากับบอสใหญ่ที่เริ่มมีสีหน้าเปลี่ยนไป
"เป็นไปไม่ได้! สมุนระดับนั้นถูกฝึกมาอย่างดี..." ภาคภูมิผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ ความสุขุมเยือกเย็นเมื่อครู่เริ่มสั่นคลอน เมื่อเขาตระหนักว่าตัวแปรอย่าง 'มินตรา' ไม่ได้อยู่ในสมการที่เขาคำนวณไว้แต่แรก
"คุณคำนวณจิตวิทยาของมนุษย์ไว้ทุกรูปแบบ ดร. ภาคภูมิ คุณรู้ว่าตำรวจกลัวอะไร คุณรู้ว่าเหยื่อจะตอบสนองอย่างไรเมื่อเผชิญหน้ากับความตาย..." ศราก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานอีกครั้ง ทอดเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลังกดดัน "แต่คุณมองข้ามสิ่งเดียวไป... นั่นคือ 'ความผูกพัน' และ 'ความไว้วางใจ' ที่อยู่นอกเหนือจากทฤษฎีทางจิตวิทยา ตำราจิตเวชเล่มไหน ๆ ก็ไม่มีทางบันทึกสิ่งนี้ไว้หรอกครับ"
ศราใช้ไหวพริบและข้อมูลที่วิเคราะห์มาตลอดทางค่อย ๆ แกะรอยคำพูดและพฤติกรรมของภาคภูมิทีละเปลาะ จนกระทั่งเขาสามารถระบุตำแหน่งที่แท้จริงของรหัสผ่านสำหรับยกเลิกการระเบิดได้ สายตาของเขาจับจ้องไปที่คีย์บอร์ดเบื้องหน้า
"นายไม่มีทางกดทันหรอก..." ภาคภูมิพยายามจะเอื้อมมือไปกดปุ่มฉุกเฉินสำรอง
ทว่า มินตราเร็วกว่า เธอซัดกระบองเหล็กพกพาเข้าใส่ข้อมือของภาคภูมิอย่างแม่นยำจนอาวุธหลุดจากมือ พร้อม ๆ กับที่ศราใช้มืออีกข้างกดรหัสลับที่เขาถอดรหัสได้จากพฤติกรรมการพิมพ์ของภาคภูมิตลอดการสนทนา
*ติ๊ด... เสียงสัญญาณเตือนภัยเปลี่ยนจากสีแดงเดือดเป็นสีเขียวสงบ*
หน้าจอแสดงผลยืนยันสถานะ 'ยกเลิกการระเบิดและปลดล็อกระบบทั้งหมดสำเร็จ'
ภาคภูมิทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ด้วยความสิ้นหวัง แผนการอันแยบยลที่วางศิลาฤกษ์มานานนับปีพังทลายลงด้วยน้ำมือของนายตำรวจหน้าหวานผู้ใช้ทั้งสมองและหัวใจนำทาง
ขณะที่ศรากำลังจะเอ่ยปากควบคุมตัวอาชญากรข้ามชาติรายนี้ เสียงแจ้งเตือนปริศนาจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของเขาก็สั่นสะเทือนขึ้นมาอย่างรุนแรง หน้าจอไม่ได้แสดงข้อความจากสถานีตำรวจ แต่เป็นหน้าจออินเตอร์เฟซสีดำสนิทพร้อมกับสัญลักษณ์รูปตาข่ายปริศนาที่กำลังกระพริบถี่รัว
**[ระบบแจ้งเตือนภารกิจพิเศษ: ตรวจพบสัญญาณชีพของ 'บุคคลที่สาม' ที่ซ่อนเร้นอยู่ในระบบโครงข่าย ระดับภัยคุกคาม: SSS]**
**[คำเตือน: บอสลับตัวจริงกำลังตื่นจากการหลับใหล และเป้าหมายต่อไปคือการลบตัวตนของพวกคุณทั้งสองคนออกจากแผนที่โลก]**
ดวงตากลมโตของศราเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เป็นกันเองจางหายไปในทันที แทนที่ด้วยความตึงเครียดระดับสูงสุดเมื่อเขามองหน้ามินตราที่หันมาสบตาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กัน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดที่ลุ้นระทึกที่สุดไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันในตอนหน้าครับผม
สืบคดีกับผู้หมวดหน้าหวานคนนี้ดีต่อใจ•ตอนที่ 32
เผชิญหน้ากับมาสเตอร์ไมนด์ตัวจริง
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีกับผู้หมวดหน้าหวานคนนี้ดีต่อใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!